milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
business
14 กรกฎาคม 2569
ภาษาไทย

เมื่อกฎเกณฑ์เปลี่ยนจาก 'ผู้กำกับ' สู่ 'ผู้กำหนดทิศทางตลาด' ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไร?

1200x800-Blog-Th (1).jpg
Stablecoins ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดของ
"เงินที่เคลื่อนย้ายได้อย่างไร้พรมแดน" แต่ในโลกความเป็นจริง แต่ละประเทศกลับกำลังสร้าง "กฎกติกา" ของตัวเองขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น หรือไทย ต่างออกแบบกรอบกำกับดูแลที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องการออกเหรียญ การบริหารเงินสำรอง การกำกับผู้ให้บริการ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

คำถามสำคัญในปี 2026 จึงไม่ใช่อีกต่อไปว่า "ประเทศใดอนุญาตให้ใช้ Digital Assets" แต่คือ กฎเกณฑ์ที่กำลังถูกสร้างขึ้นเหล่านี้ จะช่วยสร้างตลาดที่เปิดกว้างและแข่งขันได้ หรือจะทำให้โลกการเงินดิจิทัลกลายเป็นตลาดที่กระจัดกระจายและมีต้นทุนสูงจนผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้ยาก

สิ่งนี่คือเหตุผลที่ทำให้ Regulation กำลังเปลี่ยนบทบาท จาก "ข้อกำหนด" ไปสู่ "ตัวขับเคลื่อนการเติบโต" ประเทศที่สามารถออกแบบกฎเกณฑ์ได้อย่างเหมาะสม อาจเป็นประเทศที่ดึงดูดการลงทุนและนวัตกรรมทางการเงินในยุคถัดไปได้มากที่สุด

จากผู้กำกับดูแล สู่ผู้กำหนดทิศทางตลาด

ในช่วงแรกของการกำกับดูแล Digital Assets หน่วยงานกำกับส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการควบคุมความเสี่ยงเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองผู้ลงทุน การป้องกันการฟอกเงิน หรือการกำหนดขอบเขตทางกฎหมายให้ทันกับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่วันนี้ บทบาทของภาครัฐกำลังเปลี่ยนไป

ผู้กำหนดนโยบายเริ่มมองว่า Digital Assets ไม่ใช่เพียงสินทรัพย์ประเภทใหม่ หากแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินรูปแบบใหม่ ที่จะส่งผลต่อระบบการชำระเงิน ตลาดทุน การบริหารสินทรัพย์ และประสิทธิภาพของระบบการเงินโดยรวม

ดังที่ June Lau, Head of APAC Policy & Regulatory Affairs ของ Elliptic กล่าวว่า

"คำถามในวันนี้ไม่ใช่ Digital Assets ควรได้รับอนุญาตหรือไม่ แต่คือ Digital Assets กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของตลาดทุนในสายตาของผู้กำกับดูแล"

บทบาทของหน่วยงานกำกับจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การ "ดูแลตลาด" อีกต่อไป แต่กำลังมีส่วนในการ "ออกแบบตลาด" ตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างกรณีศึกษาในประเทศไทย

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวโน้มนี้ได้อย่างชัดเจน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระหว่างปี 2569–2571 มีการกำหนดทิศทางสำคัญไว้หลายด้าน ได้แก่

  • การพัฒนาระบบนิเวศของ Digital Securities
  • การผลักดัน Real-World Asset Tokenization
  • การส่งเสริม Crypto ให้เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน
  • การกำกับดูแลด้วยเทคโนโลยี (Supervisory Technology)
  • การยกระดับมาตรการป้องกันการทุจริตและความมั่นคงทางไซเบอร์

เมื่อมองแยกแต่ละโครงการ อาจดูเป็นเพียงมาตรการเฉพาะด้าน แต่เมื่อพิจารณาร่วมกัน จะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้กำลังวางรากฐานของ Digital Capital Market สำหรับอนาคต หนึ่งในโครงการสำคัญคือ Digital Securities Ecosystem (DSE) ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการออก การเสนอขาย และการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล

ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ยังเดินหน้าผลักดันมาตรฐานกลาง เพื่อให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันได้เพราะหากโครงสร้างพื้นฐานแยกออกจากกัน ตลาดก็ย่อมเติบโตได้อย่างจำกัด แต่เมื่อมีมาตรฐานร่วม ตลาดก็สามารถขยายตัวได้ในระดับที่ใหญ่กว่าเดิม

ตลาดกำลังเริ่มเดินหน้าภายใต้กรอบกำกับดูแล

อีกหนึ่งสัญญาณที่สำคัญ คือกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มเกิดขึ้นภายใต้กรอบกฎหมายที่ถูกออกแบบไว้แล้ว ข้อมูลจากสำนักงาน ก.ล.ต. ของไทย ระบุว่า ปัจจุบันมีการระดมทุนผ่าน Investment Token ที่ได้รับอนุมัติแล้วรวมกว่า 263 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ โครงการด้านความยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐาน หรือธุรกิจบันเทิง

แม้มูลค่าดังกล่าวจะยังเล็กเมื่อเทียบกับตลาดทุนแบบดั้งเดิม แต่สิ่งที่สะท้อนออกมามีความสำคัญมากกว่า เพราะแสดงให้เห็นว่า เงินทุนเริ่มไหลผ่านกรอบกำกับดูแลแล้ว Regulation ไม่ได้กำลังเตรียมพร้อมสำหรับ "ตลาดในอนาคต" แต่กำลังเป็นส่วนหนึ่งของ "ตลาดที่เริ่มเกิดขึ้นจริง"

ในอีกด้านหนึ่ง มีผู้เล่นในตลาดอย่างน้อย 6 รายที่อยู่ระหว่างการศึกษาการออกกองทุนรวมและพันธบัตรในรูปแบบ Tokenized ภายใต้กรอบของไทย ตัวเลขอาจยังไม่มาก แต่สิ่งที่สำคัญคือ สถาบันการเงินเหล่านี้ยินดีลงทุนทั้งทรัพยากร บุคลากร และเวลา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพราะเชื่อว่ามีเส้นทางที่ชัดเจนในการนำออกสู่ตลาด และความเชื่อมั่นเช่นนี้ ย่อมเกิดขึ้นได้ยาก หากไม่มีความชัดเจนด้านกฎระเบียบ

เมื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ กลายเป็นการออกแบบกฎเกณฑ์ไปพร้อมกัน

อีกหนึ่งแนวโน้มที่เห็นได้ชัดทั่วเอเชีย คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์และการออกแบบกฎเกณฑ์กำลังเดินไปพร้อมกันมากขึ้น

ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่ได้คิดเพียงว่าจะสร้างนวัตกรรมอย่างไร แต่ต้องคำนึงตั้งแต่ต้นว่าผลิตภัณฑ์จะสามารถดำเนินงานภายใต้กรอบกำกับดูแลได้อย่างไร ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับเองก็เริ่มออกแบบกฎเกณฑ์โดยคำนึงถึงการใช้งานจริงของเทคโนโลยีและการพัฒนาตลาดในระยะยาว

แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นผ่านหลายประเด็นสำคัญ

  • Crypto ETFs – ประเทศไทยกำลังศึกษาแนวทางการกำกับดูแลกองทุน Crypto ETF เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านโครงสร้างการลงทุนที่คุ้นเคยและอยู่ภายใต้การกำกับดูแล
  • Tokenized Securities – หลายประเทศกำลังพัฒนากฎเกณฑ์รองรับการออกพันธบัตรดิจิทัล กองทุนแบบโทเคน และหลักทรัพย์ดิจิทัล โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน
  • Stablecoin Frameworks – สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และไทย ต่างทยอยออกกรอบกำกับดูแลที่ครอบคลุมตั้งแต่การออก Stablecoin การบริหารเงินสำรอง ไปจนถึงการกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้ให้บริการ
  • Travel Rule Compliance – ข้อกำหนดด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานของ Digital Assets แทนที่จะเป็นเพียงภาระด้าน Compliance ที่ต้องดำเนินการภายหลัง
  • Interoperability Standards – หลายประเทศกำลังผลักดันมาตรฐานกลาง เพื่อให้ Tokenized Assets สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างแพลตฟอร์ม ผู้ออกสินทรัพย์ และสถาบันการเงินได้อย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงที่แต่ละระบบจะกลายเป็นเกาะที่เชื่อมต่อกันไม่ได้

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนแนวโน้มสำคัญประการหนึ่ง คือ Regulation ไม่ได้เป็นเพียงกรอบกำกับดูแลตลาดอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบโครงสร้างตลาดตั้งแต่ต้น


ในโลกการเงินดิจิทัล กฎเกณฑ์จึงไม่ได้เป็นเพียง "ข้อจำกัด" สำหรับนวัตกรรม หากแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดว่าผลิตภัณฑ์จะสามารถเติบโต เชื่อมต่อ และขยายตัวได้มากเพียงใดในอนาคต.

ความท้าทายไม่ใช่เทคโนโลยีระดับโลก แต่คือการออกแบบตลาดในแต่ละประเทศ

แม้ Stablecoins และ Blockchain จะถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับธุรกรรมข้ามพรมแดน แต่การนำไปใช้งานจริงยังคงต้องอาศัยกฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศ

Yvonne Ng Vice President APAC จาก Elliptic กล่าวว่า "Stablecoins อาจถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั่วโลก แต่การนำไปใช้จริงในเอเชียยังขึ้นอยู่กับบริบทและกฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศ"

Stablecoins อาจโอนได้ทั่วโลก สินทรัพย์ดิจิทัลอาจเคลื่อนย้ายข้ามบล็อกเชน กระเป๋าเงินดิจิทัลอาจทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ทุกธุรกรรมยังต้องสอดคล้องกับกฎหมาย ภาษี และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของแต่ละประเทศ การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า "ประเทศใดอนุญาต" แต่อยู่ที่ว่า ประเทศใดสามารถออกแบบกฎเกณฑ์ที่เอื้อต่อการเติบโตของระบบนิเวศได้ดีที่สุด

ความชัดเจนของกฎเกณฑ์กำลังกลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน

ประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงซ้ำจากหลากหลาย Session ในงาน REDeFiNE TOMORROW 2026 คือ การยอมรับจากสถาบันการเงินจะเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น เมื่อความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบลดลง ไม่ว่าจะเป็น Stablecoins, Tokenized Assets, Digital Custody หรือโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุน ล้วนสะท้อนข้อสรุปเดียวกัน เพราะสถาบันการเงินต้องการ

  • ความชัดเจนทางกฎหมาย
  • แนวปฏิบัติด้าน Compliance ที่ชัดเจน
  • ข้อกำหนดในการดำเนินงานที่สามารถปฏิบัติได้จริง
  • มาตรฐานด้าน Governance
  • กรอบการบริหารความเสี่ยงที่แน่นอน

เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วน สถาบันการเงินจึงพร้อมลงทุน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และวางกลยุทธ์ระยะยาวได้อย่างมั่นใจ


Chengyi Ong Director of APAC Policy & Regulatory Strategy จาก Circle กล่าวว่า "เราควรมองที่ผลลัพธ์ ไม่ใช่เพียงผลผลิต"

เป้าหมายของ Regulation จึงไม่ใช่การออกกฎให้มากที่สุด แต่คือการสร้างตลาดที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมในระยะยาว

บทสรุป

การเติบโตของ Digital Assets ในระยะต่อไป อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว Blockchain มีความพร้อมมากขึ้น Stablecoins ถูกนำไปใช้งานจริงมากขึ้น Tokenized Assets เริ่มเข้าสู่ตลาดทุน และสถาบันการเงินก็เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โจทย์สำคัญที่เหลืออยู่ คือการสร้าง "กติกา" ที่ทำให้นวัตกรรมเหล่านี้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ท้ายที่สุดแล้ว ตลาดที่ประสบความสำเร็จ อาจไม่ใช่ตลาดที่มีกฎระเบียบน้อยที่สุด แต่คือ ตลาดที่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนที่สุด มีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงที่สุด และสามารถสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับการคุ้มครองผู้ลงทุนได้ดีที่สุด

ในยุคของการเงินดิจิทัล Regulation จึงไม่ได้เป็นเพียง "ใบอนุญาต" สำหรับการดำเนินธุรกิจอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของทั้งประเทศและระบบการเงินในอนาคต

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept