milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
Technology
September 13, 2022

Zero-Knowledge Proof คืออะไร สำคัญอย่างไรกับ Web3

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยี Zero Knowledge Proof (ZKP) เริ่มมีบทบาทสำคัญในโลก Crypto และ Web3 ด้วยทั้งความสามารถในการปรับขนาดเพื่อรองรับการใช้งานและด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก รวมถึงการใช้งาน ZKP ในระบบนิเวศของ Crypto ได้เริ่มต้นขึ้นและอาจกลายเป็นคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของ Web3 ในที่สุด

Article6_wb3_800.jpg


Zero-Knowledge Proof คืออะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับ Web3?


Zero-Knowledge Proof เป็นวิธีการเข้ารหัสด้วยกระบวนการทางคณิตศาสตร์เพื่อตรวจสอบหรือพิสูจน์หาความจริงของข้อมูลโดยที่ผู้ถูกตรวจสอบไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวอย่างละเอียดทั้งหมดหรือให้ข้อมูลอื่นๆ เบื้องหลังเพิ่มเติม


โครงสร้างของ Zero-Knowledge Proof จะประกอบด้วยผู้พิสูจน์ (Prover) และผู้ตรวจสอบ (Verifier) ซึ่งผู้พิสูจน์จะสร้างข้อมูลเพื่อพิสูจน์ด้วยความเข้าใจจากสิ่งที่กำหนดไว้ในระบบนั้นๆ ในขณะที่ผู้ตรวจสอบจะมีหน้าที่ยืนยันว่าความถูกต้องของผู้พิสูจน์ว่าได้มีการประเมินผลอย่างถูกต้อง


Zero-Knowledge Proof กำลังเป็นที่นิยมในชุมชน ‘Web3’ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มาพร้อมกับความสามารถที่ช่วยในการปรับขยายตัวเพื่อรองรับการใช้งาน (Scalability) และความเป็นส่วนตัว (Privacy) ในการใช้งานแอปพลิเคชันบน Web3


สำหรับด้านการปรับขยายตัวเพื่อรองรับการใช้งาน (Scalability) Zero-Knowledge Proof สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการปรับขยายตัวโดยทำให้ข้อมูลจำนวนมากสามารถรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน และเป็นที่ทราบกันดีว่าเทคโนโลยี Blockchain จำเป็นต้องใช้พลังการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นอีกข้อจำกัดของการปรับขยายขนาด แต่ Zero-Knowledge Proof ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันกระจายศูนย์ (dApps) ที่ใช้การประมวลผลน้อยและสามารถทำงานบนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทั่วไป อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือ จึงส่งผลให้ Web3 สามารถเข้าถึงและปรับขนาดได้สะดวกมากยิ่งขึ้น


สำหรับด้านความเป็นส่วนตัว Zero-Knowledge Proof ทำให้ผู้ใช้ใน Web3 ไม่ว่าจะเป็นใน Metaverse, DeFi และ DAOs สามารถแบ่งปันข้อมูลได้อย่างปลอดภัย ซึ่งการเข้าถึงสินค้าและบริการโดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็น เพราะผู้ใช้มีความเสี่ยงถูกแฮ็ก และถูกใช้ช่องโหว่ต่างๆ โจมตี หรือโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว (ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดบน Web2)




ลักษณะการทำงานและความสำคัญต่อ Web3 ของ Zero-Knowledge Proof


เมื่อข้อมูลกลายเป็นสิ่งสำคัญมากในโลกอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ ผู้ใช้ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อแลกกับการเข้าถึงบริการออนไลน์ แต่การโจมตีจำนวนมากที่เกิดขึ้นกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ แสดงให้เห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ไม่เคยมีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ แม้ Web3 จะมาพร้อมกับจุดเด่นด้านคุณค่าที่สำคัญในเรื่องของความเป็นเจ้าของที่มากขึ้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง และเรื่องการกระจายศูนย์ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาด้านข้อมูลอย่างแท้จริง และ Zero-Knowledge Proof จึงเป็นอีกวิธีการสำคัญสำหรับ Web3 ในกรณีที่ข้อมูลเกี่ยวข้องกับเครือข่าย Blockchain โดย Zero Knowledge Proof หรือ ZKP ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเข้ารหัส (Cryptographic) ที่ช่วยให้แต่ละฝ่ายสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันโดยไม่ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลใดๆ อย่างเช่น ไม่จำเป็นต้องใช้รหัสผ่านเพื่อเข้าถึงอีเมลอีกต่อไป


นอกจากนี้ Zero Knowledge Proof มีความสำคัญต่อวิวัฒนาการของ Web3 เพราะเรื่อง ‘รหัสผ่าน’ มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงทั้งหมดเพื่อใช้งานใน Web3 ดังนั้น จึงชัดเจนว่า ZKP มีความสำคัญกับ Web3 และหากเข้าใจถึงบทบาทการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อต้องระบุหมายเลขหนังสือเดินทางเพื่อจองตั๋วผ่านบริการออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต แสดงว่าคุณกำลังทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เช่น อายุและที่อยู่ตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ ZKP จะทำให้คุณสามารถเชื่อมั่นได้ในความปลอดภัยสำหรับการตรวจสอบข้อมูล


หรืออีกตัวอย่างการใช้งาน ZKP เป็นกรณีของธนาคารที่นำรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ใช้เพื่อนำไปให้คะแนนเครดิต (Credit Score) แทนที่จะใช้เพียงข้อมูลส่วนบุคคลเบื้องต้นของผู้ใช้เท่านั้น เช่น ผู้รับบริการต้องให้หมายเลขประกันสังคมแก่ธนาคาร แทนที่จะให้เพียงชื่อของผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม



คุณสมบัติเด่นของ Zero-Knowledge Proof ที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ต่อการพัฒนาการใช้งานบน Web3


คุณสมบัติเด่นของ Zero-Knowledge Proof ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยการใช้งาน Web3 ได้แก่

  • คุณสมบัติด้านความครบถ้วน (Completeness) - ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติตามหรือมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ หรือหมายความว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามการตรวจสอบประเมินผล โดยที่ผู้ตรวจสอบจะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้โดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากภายนอก
  • คุณสมบัติด้านความถูกต้อง (Soundness) - เป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของ Zero-Knowledge Proof บน Web3 อย่างเช่น หากข้อมูลคำสั่งต่างๆ ออกมาเป็นเท็จ ผู้ตรวจสอบก็จะไม่ให้ผ่านและไม่สามารถโน้มน้าวด้วยวิธีอื่นได้
  • คุณสมบัติ Zero Knowledge - ในกรณีที่หลักฐานต่างๆ หรือรายละเอียดข้อมูลมีความถูกต้อง ผู้ตรวจสอบจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ได้ แต่ผู้ตรวจสอบสามารถขอคำชี้แจงอื่นๆ เพิ่มเติมจากผู้ใช้เพื่อการตรวจสอบได้ 

นอกจากนี้ ปัญหาทางเทคนิคเรื่องด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว Zero Knowledge Proof สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี โดยในด้านความเป็นส่วนตัว ZKP ทำให้ผู้ใช้สามารถแชร์ข้อมูลไปยังเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ได้อย่างเป็นส่วนตัวในขณะที่ให้เครือข่ายรับประกันความปลอดภัยว่าข้อมูลได้รับการตรวจสอบความถูกต้องเป็นที่เรียบร้อย และในด้านการรักษาความปลอดภัย ก็เป็นการให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่มั่นใจได้จากเครือข่ายที่น่าเชื่อถือโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวกลาง 


แม้จะเป็นกระบวนการที่เราคุ้นเคยใน Web2 สำหรับแง่ของการแบ่งปันข้อมูลที่น่าเชื่อถือไปมาระหว่างแอปพลิเคชัน แต่การกระจายศูนย์ของ Web3 สามารถทำกระบวนการนี้ได้เช่นเดียวกันแต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยขจัดความเสี่ยงต่างๆ ที่มักพบเห็นได้ทั่วไปในระบบรวมศูนย์ของ Web2 ซึ่งแอปพลิเคชันต่างๆ ยังขาดความน่าไว้วางใจ


ตัวอย่างกรณีศึกษาการใช้ ZKP บน Web3 ในด้านของ ‘ความเป็นส่วนตัว’ สำหรับการยืนยันตัวตน: สมมติว่าเราต้องการสร้างชุดคอลเลกชัน NFT ขึ้นมาซึ่งแต่ละคนจะสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่เกินหนึ่งรายการจากทั้งหมด ซึ่งโดยปกติผู้ใช้จำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนตัวหรือต้องเปิดเผยตัวตน แต่เมื่อใช้ ZKP ผู้ใช้สามารถพิสูจน์ยืนยันตัวตนแบบเฉพาะตัวโดยที่ไม่ต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง


ในบริบทของ Web2 กระบวนการนี้จำเป็นต้องผ่านระบบรวมศูนย์หรือใช้วิธีการพิสูจน์ยืนยันตัวตนและเก็บข้อมูลเพื่อติดตามผู้ใช้ ส่วนใน Web3 แบบทั่วไป ผู้ใช้ก็ยังต้องเปิดเผยข้อมูลประจำตัวและ NFT ที่เกี่ยวข้อง แต่สำหรับใน Web3 ที่ใช้ ZKP ผู้ใช้จะได้รับความเป็นส่วนตัวโดยสมบูรณ์ พร้อมกับได้การรับประกันต่างๆ จากระบบเช่นเดียวกัน

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Accept