Technology
January 22, 2021
ปลดล็อคประสิทธิภาพ DeFi จนถึงขีดสุด อะไรคือสิ่งที่อยู่ข้างใน Ecosystem นี้?

Blockchain และ DeFi กำลังขับเคลื่อนโลกของระบบการเงินเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ นั่นเป็นสาเหตุให้ SCB 10X จัดงานเสวนา REDeFiNE TOMORROW รวบรวมองค์ความรู้ด้าน Global DeFi และ Blockchain จาก Speaker ผู้เชี่ยวชาญชื่อดังมาพูดคุยอย่างเข้มข้นและเจาะลึกผ่านรูปแบบ Virtual Summit  


ในหัวข้อเสวนาที่เราจะมาสรุปการพูดคุยกันในวันนี้ได้รับเกียรติจาก Michael Arrington ผู้ก่อตั้ง Arrington XRP Capital รวมทั้งเป็น VC ผู้มากประสบการณ์ที่เห็นศักยภาพของตลาดคริปโตและจนเข้ามาลงทุน และ Do Kwon ซึ่งเป็น Co-Founder และ CEO ของ Terra Money มาเป็นผู้ดำเนินการสัมภาษณ์ 

1200x800 Unlocking DeFi's full potential 02.png


ประสบการณ์ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่ Queen's fund และ TechCrunch และแง่คิดในช่วง 10 ปีหลังใน Silicon Valley ของ Michael Arrington


เปิดประเด็นกับแง่มุมแรก ในฐานะที่ Michael เป็นหนึ่งในคนที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีรูปแบบดั้งเดิมใน Silicon Valley โดยเฉพาะช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เขาได้เล่าถึงประสบการณ์ที่เข้าไปลงทุนในหลายบริษัทไม่ว่าจะเป็น Uber, Airbnb, Pinterest และ Doordash ที่เงิน 50,000 เหรียญ ณ ตอนนั้นที่เขาลงทุนไป มีค่าเท่ากับ 80 ล้านเหรียญสำหรับปัจจุบัน


และในปี 2017 Michael ก็ได้เข้ามาในวงการคริปโต เมื่อเทียบกับการลงทุนในฐานะ VC การลงทุนในคริปโตขยับไปไวกว่ากันนับสิบเท่า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจกว่ามากสำหรับ Michael เขาเชื่อว่าการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของคริปโตจะช้าลงสักวัน แต่คงไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้ 



หากพูดถึงความแตกต่างการลงทุนในรูปแบบของคริปโตกับรูปแบบของ VC 


Michael ยกตัวอย่างว่าการลงทุนในรูปแบบดั้งเดิมของ Venture จะค่อนข้างเน้นไปที่การเข้าสังคม พบปะนักลงทุนต่าง ๆ หรือกระทั่งการเข้าไปในผับ แต่สำหรับคริปโตนั้นกระจัดกระจายกว่ากันมาก ทำให้เขาแทบจะต้องออกเดินทางไปทั่วโลก ในขณะเดียวกัน การฉ้อโกงกันก็เกิดขึ้นในโลกคริปโตมากกว่า Startup


การลงทุนใน Venture แบบดั้งเดิม เราสามารถสูญเสียเงินไปได้ทั้งหมด แม้บางครั้งอาจจะได้กลับมาเป็น 10 เท่า 100 เท่า แต่ 7-8 จาก 10 ครั้งจากการลงทุนมักจะเป็นลงทุนที่เสียมากกว่าได้ เทียบกับการลงทุนในคริปโตแล้ว การสูญเสียนับว่าน้อยกว่ามากและสามารถกระจายการลงทุนได้เยอะกว่า ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงการฉ้อโกงได้ หลายครั้งๆ เราก็ยังได้เงินกลับมาจากการลงทุน


แต่อย่างไรก็ดีสำหรับเรื่องการฉ้อโกง Michael บอกว่าเป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็เกิดขึ้น เขายกตัวอย่างเหมือนกับการซื้อของสักอย่าง บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วของชิ้นนั้นเป็นอย่างไร แต่เราสามารถที่จะเรียนรู้และหลีกเลี่ยงได้ 


135615984_240387314328430_3779518088595987265_o.jpg

DeFi คืออะไร มีอะไรที่น่าสนใจ แล้วปัจจัยอะไรที่นักลงทุนเลือกที่จะเทน้ำหนักไปทางด้านดีมากกว่าด้านลบ?


ถ้าพูดถึงตัว DeFi โดยตรง คือการตัดคนกลางออกไป ไม่จำเป็นต้องไปธนาคารเพื่อขอสินเชื่อ หรือไปขอกู้แล้วเจอกับอัตราดอกเบี้ยมหาศาล ตอนนี้เราสามารถใช้ Smart Contracts แทนได้ ทำให้เราสามารถเป็นนายธนาคารของตัวเราเองได้ ไม่ว่าจะเป็น การยืม ปล่อยกู้ หรือลงทุน โดยปราศจากตัวกลางทำที่มาหักส่วนต่าง 


Michale บอกว่าบางครั้งการลงทุนเขาก็ไม่ได้นึกถึง DeFi เป็นตัวตั้ง แต่เป็นเพราะในศักยภาพผลงานที่เคยทำได้ดีในอดีต สำหรับตัวเขาเองก็ไม่ได้ทันเข้าลงทุนใน DeFi ในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้เขาต้องหันมาสนใจมากขึ้น แล้วก็ได้รับผลตอบแทนที่ดีมาจากการลงทุน แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีนักลงทุนจำนวนหนึ่งที่เห็นศักยภาพของ DeFi ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาก่อนที่จะเป็นกระแส เขาคิดว่าคนกลุ่มนี้คือคนที่สมควรคุยด้วย อย่างไรก็ตาม โดยพื้นฐานแล้ว Michael คิดว่าการเลือกทีมที่ดีพร้อมไอเดียที่ใช่คือสิ่งที่สำคัญ 



อุตสาหกรรมนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไรในอีก 2 ปีข้างหน้า? 


สิ่งหนึ่งที่ Silicon Valley ให้โมเดลธุรกิจกับทุกคนคือ ‘สร้างให้ไวและฉีกสิ่งที่มีอยู่ทิ้ง’ (Build fast and break things) ยิ่งในโลกของคริปโตนั้นสาหัสกว่านี้มาก เพราะเราต้องลงเม็ดเงินจริง ๆ รวมไปถึงต้องหาหนทางรับมือกับเม็ดเงินของคนอื่นๆ ด้วยในเวลาเดียวกัน สิ่งนี้เองที่อาจจะทำให้คนรู้สึกว่าควรช้าลง


อย่างไรก็ดีในมุมมองของ Michael เขาไม่ได้คิดว่ามีหลักสูตรสำเร็จหรืออะไรที่เพียบพร้อม เราต้องปล่อยให้ไหลไปตามกระแส กุญแจสำคัญคือการ ‘อย่าบอกให้คนอื่นช้าลง’ เพราะเหมือนเป็นการบอกคนอื่นให้ไม่มาข้องเกี่ยวกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ เว้นเสียว่าเขาเข้าใจความเสี่ยงได้ดีอยู่แล้ว


รับชมงาน REDeFiNE TOMORROW เพิ่มเติมได้ที่ Youtube: https://www.youtube.com/watch?v=BABmmcQskyQ