Business
December 09, 2020
เข้าใจการสร้างนวัตกรรมในแบบของ SCB 10X ด้วย Venture Builder, Venture Capital และ Strategic Investment & Partnership

SCB 10X บริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ได้เปิดตัวมาเป็นเวลาเกือบจะครบ 1 ปีแล้ว มีบริษัทที่อยู่ภายใต้ SCB 10X ได้แก่ Digital Ventures, SCB Abacus, MONIX และ Purple Ventures โดยภารกิจสำคัญในระยาวของ SCB 10X คือ “Moonshot Mission” หรือ การสร้างการเติบโตผ่านนวัตกรรม และการเป็น Investment arm ของบริษัทแม่อย่างธนาคารไทยพาณิชย์ แล้วรูปแบบการสร้างนวัตกรรมของ SCB 10X เป็นอย่างไร? มาทำความรู้จักกับ SCB 10X กันอีกครั้ง

scb10x-innovations.jpg


รูปแบบการสร้างนวัตกรรมของ SCB 10X ประกอบไปด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ นวัตกรรมที่เกิดจากการสร้างด้วย Venture Builder นวัตกรรมที่เกิดจากการลงทุน คือ Venture Capital และนวัตกรรมที่เกิดจากการร่วมมือ คือ Strategic Investment & Strategic Partnership ซึ่งรายละเอียดสำคัญในแต่ละส่วน มีดังนี้


นวัตกรรมอันเกิดจากการสร้างด้วย Venture Builder 


Venture Builder เป็นหน่วยงานสำคัญของ SCB 10X ที่มุ่งเน้นการสร้าง Startup จากภายในองค์กร เน้นทำสิ่งที่ไกลจากธุรกิจหลัก ซึ่งแตกต่างจากทีมหรือหน่วยงาน Digital Transformation ในองค์กรต่างๆ เพราะ Venture Builder เป็นงานระยะยาว และทำในสิ่งที่อาจจะไม่เกี่ยวกับธุรกิจหลักของธนาคาร แต่สามารถใช้ประโยชน์จาก Ecosystem ของธนาคารเพื่อให้นวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นวัตกรรมอันเกิดจากการลงทุน Venture Capital


ในด้านการลงทุน SCB 10X มีเงินลงทุนอยู่ราว 150 ล้านเหรียญ โดยจะลงทุนทั้งต่างประเทศและในประเทศไทย แต่เดิมหน่วยงาน Venture Capital อยู่ภายใต้บริษัท Digital Ventures ที่จะเน้นลงทุนเฉพาะด้าน FinTech แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า Disruption ไม่ได้มีแค่ Financial Services อย่างเดียว ดังนั้น SCB 10X จะโฟกัสไปที่ Fintech and Financial Services, Blockchain and Decentralized Finance(DeFi), Digital Work and Lifestyle, Digital Heath and Wellness เป็นต้น 


“ เรามองหาเทคโนโลยี ที่ทำให้ธนาคารเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะพัฒนาหรือสร้าง product ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือเป็น platform ที่เราเห็นว่าต่อยอดได้ ปัจจุบันนี้ SCB 10X มีความตั้งใจอยากจะสนับสนุน deep tech ในประเทศไทยและก็อยากจะ Focus มากขึ้นใน blockchain technology โดยเฉพาะ.ในส่วนของ DeFi เพราะเราเริ่มเห็น adoption และ disruption จากฝั่งนี้มากขึ้นซึ่งอาจจะทำให้ต่อยอดได้มากขึ้น ”
คุณไพลิน วิชากูล  Principal, Venture Capital, SCB10X



SCB 10X เลือก Startup ที่จะลงทุน อย่างไร?


การเลือกลงทุนของ SCB 10X จะมีบรรทัดฐานในเบื้องต้น โดยดูว่าทีมที่เลือกลงทุนนั้นเป็นใคร? Market เป็นอย่างไร? ปัญหาคืออะไร? เทคโนโลยีเป็นอย่างไร? แล้วดูว่าจะสามารถเชื่อมโยงกลับมาที่ SCB Group ได้อย่างไร ดูว่ามีความสอดคล้องกับ Strategic และสามารถต่อยอดได้อย่างไรบ้าง ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นส่วนเพิ่มขึ้นมา นอกเหนือจากที่นักลงทุนปกติมอง 



การลงทุนจะสร้างนวัตกรรมอย่างไร?


ในฝั่งการลงทุน ทีม VC จะมีขนาดของการลงทุนอยู่ที่ 1-10 ล้านดอลลาร์   “เรามีกระสุนหลายนัดที่สามารถลงทุนได้ในหลากหลาย Innovation  ซึ่งเรามองว่าการลงทุนที่ไม่ได้เยอะมาก โดยไม่เกิน 20% ของบริษัท จะช่วยให้เราได้เห็น model ธุรกิจที่หลากหลาย แล้วดูว่าตรงส่วนไหนสำเร็จ  ทำให้เราต่อยอดเพิ่มขึ้นไป และเป็น partner กับเราได้ในอนาคต” คุณไพลินกล่าว



“ การที่ร่วมลงทุนใน Startup มันช่วยให้ธุรกิจเราเองต่อยอดไปอย่างรวดเร็วกว่าการสร้างเอง ”
นวัตกรรมที่เกิดจากการร่วมมือ คือ Strategic Investment & Strategic Partnership


ความสำคัญของ Partnership


ด้วยเป้าหมายของ SCB 10X ต้องการสร้าง Unicorn Start up และเป็น Leading Investor ของเอเซีย ดังนั้น Partnership จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องสร้างขึ้น



“ การทำ Strategic Partnership ของ SCB 10X แม้จะมีเป้าหมายที่การสร้างนวัตกรรมหรือ Product แต่ SCB 10X จะไม่ทำงานแบบ Vendor เราพร้อมจะเข้าไปลงทุนร่วมกับ Partner ของเรา และมองถึงผลตอบแทนจากการทำงานร่วมกัน ”
คุณเดชพล แหลมวิไล  Head of Strategic Partnership, SCB10X



การ Partnership ของ SCB มีด้วยกัน 2 ลักษณะ ได้แก่ 

  • การร่วมมือกับบุคคลธรรมดาที่มีทีมงาน (Individual) ได้แก่ Talent หรือ Enterpreneur ที่มี Passion และ Innovative Idea ที่น่าสนใจ ซึ่งSCB 10X จะมีเปิดรับ Pitch idea จากทีมของคนไทยอยู่เรื่อยๆ
  • การร่วมมือกับ Startup และ Corporate ในธุรกิจต่างๆ ซึ่งจุดแข็งคือ SCB 10X จะร่วมลงทุนด้วย และเข้าร่วมทำงานกับองค์กรนั้น ไม่ได้ทำงานสร้างผลิตภัณฑ์แค่ในฐานะ Vendor แต่จะมองถึงผลตอบแทนจากนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะมีขึ้นในอนาคต รวมไปถึง Regional Partner เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆที่มีโอกาสในการเจริญเติบโตแบบ Exponential ไม่ว่าจะเป็น Traditional Business ที่สนใจลงทุนเพื่อเพิ่ม Tech Capability หรือจับมือกับ Tech Company มีของน่าสนใจ ตัวอย่างเช่นการจับมือกับ Alpha Finance Lab

Partner แบบที่ SCB 10X มองหา มองหาบนแนวคิด You Innovate, We scale คือให้ Partner เข้ามาสร้างธุรกิจร่วมกัน โดยใช้ทรัพยากรและเครือข่ายของ SCB10X เพื่อเร่งสร้างการเจริญเติบโตของธุรกิจให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยธุรกิจที่อยู่ในความสนใจ SCB 10X ในตอนนี้ ได้แก่

  • Fintech
  • Blockchain โดยเฉพาะ DeFi
  • Digital Lifestyle ตอนนี้มี Robinhood เป็นตัวนำ
  • Digital Health and Wellness ตอนนี้มีคุยกับโรงพยาบาลและมีโอกาสเปิดตัวเป็น Partnership กัน

ด้านการลงทุนเชิงกลยุทธ์หรือ Strategic Investment


อีกเรื่องหนึ่งคือการเป็นนักลงทุนชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะมองถึงการลงทุนที่มีทั้งผลตอบแทนเชิงมูลค่าและผลตอบแทนเชิงกลยุทธ (Strategic Return) และการลงทุนเพื่อ Return เต็มๆ โดยจะมองหาการร่วมลงทุนใน Startup Late Stage ที่มี Track record ที่ดี เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ชัดเจน


ตัวอย่าง Strategic Investmet คือ การลงทุนใน Gojek ที่นอกจากจะได้รับผลตอบแทนจากการเติบโตของธุรกิจแล้ว ยังเกิดการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 ธุรกิจที่นำไปสู่การเกิดนวัตกรรมและบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิม (เขายกตัวอย่างการทำระบบการเงินให้ Rider ได้รับเงินเร็วขึ้น)


“ การลงทุนปกติจะเน้นการปรับธุรกิจเพื่อให้มีกำไร ซึ่งกำไรจะเป็นผลตอบแทน แต่สำหรับ Strategic Investment จะเน้นการ Synergy ระหว่างกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่ร่วมกัน ซึ่งทั้งสองจะได้ผลตอบแทนจากการร่วมมือสร้างไปด้วยกัน ”
คุณปราณิศา โกวิทวัฒนพงศ์  Head of Strategic Investment, SCB 10X


ความแตกต่างระหว่าง Venture Capital กับ Strategic Investment


  • Venture Capital จะเป็นนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนด้วยการเข้าไปช่วยเสริมสมรรถนะของธุรกิจ เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ช่วยจัดการด้านการเงิน การบริหารทรัพยากร ไปจนถึงการช่วยพาธุรกิจเข้าถึงตลาดใหม่ เพื่อเน้นให้ธุรกิจเติบโตและตัวนักลงทุนจะได้ผลตอบแทนจากกำไรที่เกิดขึ้นโดยธุรกิจ โดย VC จะมองหาธุรกิจ Startup ที่อยู่ใน Early Stage เป็นหลัก
  • Strategic Investment เป็นการร่วมลงทุนเชิงกลยุทธโดยเน้นสิ่งใหม่ร่วมกัน อาทิ ผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรม หรือแม้แต่การทำงานรูปแบบใหม่ โดยผู้ลงทุนจะต้องผสานความเชี่ยวชาญและทำงานร่วมกันตลอดกระบวนการเผื่อผลักดันนวัตกรรมนั้นให้เติบโต โดยผลตอบแทนที่ได้จะมาจากผลลัพธ์การเติบโตของการร่วมสร้างนวัตกรรรม ผลิตภัณฑ์ มากกว่าการเติบโตทางธุรกิจของผู้รับลงทุน ทั้งนี้ Strategic Investment มักจะเกิดขึ้นระหว่างองค์กรขนาดใหญ่ที่มีทรัพยากรสูง มีแนวทางดำเนินการที่ชัดเจน หรือมีโครงการที่ต้องการใช้จุดแข็งขององค์กรอื่นมาช่วยสนับสนุนให้สำเร็จ


เป้าหมายหลักของ SCB 10X คือการเป็น Leading Investor in Asia เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ เราจึงมองที่การมี Return และ Strategic Return ในการลงทุน” คุณปราณิศา กล่าว 



นวัตกรรมต้องขับเคลื่อนด้วย ‘คน’


แม้จะมีรูปแบบการสร้างนวัตกรรมที่ดีอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วความสำคัญของการสร้างนวัตกรรมคือการขับเคลื่อนด้วยคน ในช่วงเริ่มแรกจนถึงเดือนมีนาคม SCB 10X มีพนักงานแรกเริ่มเพียง 16 คนเท่านั้น หลังจากมีการขยายตัว และทำกิจกรรมแบบเต็มรูปแบบ ตอนนี้เรามีพนักงานทั้งหมด 67 คน มากกว่าครึ่งจะเป็นคนที่รับมาจากภายนอก ส่วนใหญ่อายุเฉลี่ยของพนักงานอยู่ที่ 31 ปี 


การคัดเลือกคนร่วมทีม


การเลือกคนเข้าทีมเป็นส่วนสำคัญมาก เพราะเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ด้วยความที่เป็นบริษัทใหม่ของ SCB 10X แต่ก็ค่อนข้างมีผลตอบรับที่ดีพอสมควร สิ่งที่จะช่วยนำความสำเร็จในระยาวก็ต้องเลือกคนที่ดี คนที่ใช่ตั้งแต่แรก ทั้งในเรื่องการทำงานและการเข้ากันได้กับวัฒนธรรมของบริษัท  



“นอกจาก capability ความสามารถต่างๆแล้ว เรามองที่ capacity คือ เขาพร้อมที่จะทำงานเยอะ งานใหญ่ และงานที่ยาก ให้มี passion และ enjoy ไปกับมัน และสุดท้ายจะต้องมี culture fit ที่ใช่กับสิ่งที่เราอยากจะไป เพราะฉะนั้นความสำคัญของเราคือเราก็จะ take time / take effort เพื่อเลือกคนที่ใช่จริงๆ”
คุณพุฒิกานต์ เอารัตน์ Head of People and Branding, SCB 10X



DNA ของคนใน SCB 10X เป็นอย่างไร?


ลักษณะ DNA ของคนในทีม SCB 10X จะมีความแตกต่างตามธุรกิจที่ทำ แต่ทุกคนจะมีความเป็น 10XER (เท็น-เอ็ก-เซอร์) ซึ่งเป็นคุณลักษณหรือคุณค่าที่กำลังร่วมกันพัฒนากำหนดขึ้นมา ที่เรียกว่า “BOOST” 


BOOST 

B คือ Bold คนที่กล้าตัดสินใจเด็ดขาด กล้าเสี่ยง กล้าทำ

O คือ Open ยอมรับสิ่งใหม่ๆ ยอมรับไอเดียที่แตกต่าง

O คือ Ownership  เป็นคนที่ ownership ค่อนข้างสูง เป็น self driven ที่ตั้งใจจะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ

S คือ Speed 

T คือ Trust for impact 


โดย 5 คุณลักษณะนี้จะมีความสำคัญต่อสิ่งที่ SCB 10X กำลังลงมือทำ และเป็นสิ่งที่ 10XER จะต้องมี แต่ความเป็น DNA ในเบื้องลึกหรือในรายละเอียดจำเพาะก็จะมีความต่างกันไปตามหน้าที่ความรับผิดชอบ


“เราอยากจะสร้าง THAI Unicorn ให้ได้ เราอยากจะเป็น Leading investment company/ Employer of choice ใน Digital talent เพราะฉะนั้นก็จะมี Value ที่แตกต่างจากธนาคาร” คุณพุฒิกานต์ กล่าว



คนที่เข้ามาส่วนใหญ่คาดหวังว่าอะไรจาก SCB 10X ?


“ขั้นแรกเราจะต้องถามเค้ากลับก่อนว่าอยากจะมาทำอะไรกับเรา เราอยากได้คนที่เข้ามาสร้างอะไรใหม่ๆ เราไม่มีการปิดกั้นเรื่องไอเดียหรือสร้างกรอบต่างๆ เพราะฉะนั้นความคาดหวังคือการที่เรามีเป้าหมายเดียวกัน” คุณพุฒิกานต์ กล่าว