milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
business
July 11, 2022

เมื่อธนาคารก้าวสู่โลก Metaverse จะสร้างประโยชน์อย่างไรได้บ้าง

เสริมมุมมองใหม่ๆ และทำความรู้จักกับ Metaverse ในแบบของ ‘Future of Finance’ องค์กรที่มีความตั้งใจเพื่อพลิกโฉมอนาคตโลกการงาน ผ่านการพูดคุยและแชร์มุมมองในหัวข้อ “How Banks Can Make Money In The Metaverse” และบทความนี้ SCB 10X ได้นำข้อมูลที่น่าสนใจจากงานครั้งนี้มาฝากกัน

metaaa2_800.jpg

Speakers

  • Heslin Kim, Co-founder and CSO at SupraOracles
  • Gregor Pryor,  Partner Global Entertainment and Media Industry Group at Reed Smith
  • Mukaya (Tai) Panich, Chief Venture and Investment Officer at SCB 10X
  • Henry Price, Digital Assets at GCEX

Moderator: Dominic Hobson, Co-Founder at Future of Finance



จุดเริ่มต้นของ Metaverse ได้รับอิทธิพลมาจากเกม


อย่างที่หลายทราบกันว่า Metaverse เรียกได้ว่าเป็นเกมอีกรูปแบบหนึ่ง เกมดังอย่าง Warcraft ก็เรียกได้ว่าเป็น Metaverse ที่มีผู้เล่นซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไอเทมต่างๆ ภายในเกมมานานหลายปี และ The Sandbox เองก็เริ่มต้นจากการเป็นเกมมาก่อนรวมถึงเกมอื่นๆ ที่เริ่มต้นจากเกมและพัฒนาเป็น Metaverse ในที่สุด 


ดังนั้นประสบการณ์การเล่นเกมนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นจุดที่ดึงดูดผู้คนมาสู่โลก Metaverse

จึงเห็นได้ชัดว่า Metaverse ได้รับอิทธิพลมาจาก ‘เกม’ ค่อนข้างมาก นอกเหนือไปจาก DeFi ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญกับระบบเศรษฐกิจของโลกเสมือนนี้


และจากมุมมองของคุณใต้ มุขยา พานิช เห็นด้วยกับความเห็นดังกล่าวและในมุมของทาง SCB 10X ที่ได้เปิดตัวให้รู้จักกับ HQ บนแพลตฟอร์ม The Sandbox ไปเป็นที่เรียบร้อย

โดยจากประสบการณ์จะเห็นได้ว่าการสร้างสรรค์สิ่งก่อสร้างต่างๆ บนโลก Metaverse อย่างเช่นตึก สภาพแวดล้อมต่างๆ หรือตัวละคร NPC ก็ไม่ใช่เพียงสร้างขึ้นมาเพื่อแสดงรูปลักษณ์เท่านั้น แต่สิ่งที่สร้างออกมาต้องมีการเล่าเรื่อง หรือสามารถอธิบายรายละเอียดและแนะนำข้อมูล โดยออกแบบตามคอนเซปต์ที่วางเอาไว้ ซึ่งเห็นได้ว่า Metaverse ได้รับอิทธิพลหรือมีความคล้ายกันมากกับการออกแบบของเกม และเป็นเหตุที่ทำให้มีนักออกแบบเกมหรือนักสร้างเกมต่างเข้ามาในพื้นที่โลกเสมือน Metaverse นี้กันมากอีกด้วย



Metaverse กับมุมมองของการเป็น Marketplace เพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์


ทำความเข้าใจเบื้องต้น กับตัวอย่างแพลตฟอร์ม The Sandbox ที่จะใช้ Avatar ในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยผู้ใช้ต้องสร้างบัญชีที่เชื่อมกับ The Sandbox และมี Avatar ที่เชื่อมกับบัญชีผู้ใช้ที่สร้างไว้ และใช้ Metamask เป็น Wallet เชื่อมกับบัญชีนั้นๆ และเมื่อต้องการใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มก็สามารถใช้เงิน Crypto จาก Wallet เพื่อใช้จ่าย

เมื่อต้องการสำรวจใน The Sandbox ก็สามารถใช้ Avatar ไปสำรวจรอบๆ พื้นที่ซึ่งเป็นภารกิจหนึ่งใน The Sandbox ที่เมื่อสำรวจครบตามที่กำหนดก็จะได้รับรางวัลเป็นโทเคน “SAND” ที่เป็นโทเคนของแพลตฟอร์ม หรืออย่างเช่นใน Decentraland ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์ม Metaverse ที่ได้รับความนิยมก็มีโทเคน Mana สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ 


โดยจะเห็นได้ว่าแต่ละแพลตฟอร์ม Metaverse เสมือนเป็นประเทศหนึ่ง ที่มีการปกครอง และมีสกุลเงินหรือโทเคนของแต่ละแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันไปและในอนาคตคาดว่าจะได้เห็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างแพลตฟอร์ม Metaverse โดยมีสะพานเชื่อมระหว่างแพลตฟอร์มเหมือนกับโลก DeFi โดยในส่วน ‘Marketplace’ ก็มีความจำเป็นเช่นกันสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ที่ถือครอง หรือในกรณีที่ต้องการสร้างสินทรัพย์ขึ้นมาเพื่อขายภายในแพลตฟอร์มนั้นๆ และในอนาคตอาจสามารถซื้อขายบน Marketplace ที่รองรับการซื้อขายข้ามแพลตฟอร์มกับ Metaverse อื่นได้ โดยที่เมื่อซื้อขายอาจได้รับเป็นสกุลเงินของแพลตฟอร์มอื่นหรือเป็นสกุลเงินคริปโตต่างๆ เช่น Ethereum ที่สามารถนำมาใช้ได้บนแพลตฟอร์ม Metaverse ที่รองรับ อย่างเช่น The Sandbox ก็สามารถซื้อที่ดินหรือ LAND ได้ด้วยทั้ง Ethereum และ SAND (โทเคนของ The Sandbox)


อย่างไรก็ตาม หากเราต้องการนำสกุลเงินเหล่านั้นมาใช้งานในชีวิตจริงก็ต้องมาการทำ Off-Ramp และจุดนี้เองที่ต้องมีธนาคารเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อมาจัดการในส่วน Off-Ramp หรือการเปลี่ยนเป็นสกุลเงินที่ใช้ในโลกความจริง เช่น สกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งในส่วนนี้ทางธนาคารยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาและมีขั้นตอนมากมายที่ต้องทำเพื่อการพัฒนาไปสู่การใช้งานจริงในอนาคต


นอกจากนี้ยังมีส่วน Infrastructure อื่นๆ ที่เข้ามาทำให้ใช้การใช้งานและการทำธุรกิจภายใน Metaverse ทำได้ง่ายขึ้น 



ทำไมคนถึงเข้าซื้อที่ดินหรือ Land และทำไมที่ดินเหล่านี้จึงมีมูลค่าในโลก Metaverse


ในความเป็นจริงที่ดินใน Metaverse หรือยกตัวอย่างเช่น “LAND” ที่หมายถึงที่ดินใน The Sandbox จะมีอยู่อย่างจำกัดและเมื่อที่ดินถูกขายหมดก็จะมีขายเฉพาะในตลาดรองหรือตลาดสำหรับขายที่ดินที่ได้ผ่านการซื้อขายในตลาดแรกไปเรียบร้อย ดังนั้นจึงมองว่าเป็นเรื่องของ Supply และ Demand เมื่อผู้คนมองว่าองค์กรหรือแบรนด์ต่างๆ เริ่มเข้ามาใน Metaverse มากขึ้นเรื่อยๆ และก็ต่างเข้ามาเพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ จึงจำเป็นต้องการที่ดินหรือ LAND สำหรับสร้างสิ่งต่างๆ ซึ่งทุกคนต่างก็คิดว่ามีความคล้ายกันกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในโลกความจริง



บทบาทของภาคธนาคารในโลก Metaverse


อนาคตของ Metaverse มีแนวโน้มเติบโตอย่างมาก บริษัทและแบรนด์ต่างๆ สามารถใช้ Metaverse เป็นหนทางใหม่ในการเข้าถึงผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์ อินเทอร์เน็ตหรือ E-Commerce มากขึ้นเรื่อยๆ และในอนาคตผู้คนเหล่านี้อาจจะย้ายไปยังโลก Metaverse เพราะด้วยศักยภาพที่จะสามารถมีกิจกรรมเกิดขึ้นได้มากมายในโลกเสมือนนี้ และกิจกรรมในชีวิตประจำวันอาจไปอยู่บน Metaverse


และในมุมมองของ SCB 10X ที่ได้มีการลงทุนใน Metaverse ต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านเทคนิคและด้านความคิดสร้างสรรค์ และแสดงให้เห็นว่าการจินตนาการของเราสามารถสร้างอะไรขึ้นมาได้บ้างบนโลก Metaverse เนื่องจากใน Metaverse เราสามารถสร้างอะไรที่เหนือจินตนาการได้มากมายเพราะไม่มีข้อจำกัดทางกายภาพหรือไร้แรงโน้มถ่วง ซึ่งต่างกับโลกความจริง 


โดยในแง่ของภาคธนาคารที่ในอนาคตสามารถทำอะไรได้มากมาย แต่ต้องขึ้นอยู่กับทาง Regulator หรือผู้ควบคุมดูแลกฎต่างๆ ด้วย เพราะทาง Regulator ค่อนข้างจะยังกังวลเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้ที่ยังเป็นเรื่องใหม่มาก รวมถึงนักลงทุนรายย่อยต่างยังไม่มั่นใจหรือยังไม่เข้าใจกับแนวคิดเหล่านี้มากนัก จึงอาจทำให้เกิดความเสี่ยงมากเกินไปและสูญเสียเงิน ซึ่งแน่นอนว่าหน่วยงานกำกับดูแลไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายเหล่านี้ขึ้น


อย่างไรก็ตาม สำหรับ SCB 10X คิดว่าในส่วนของธนาคารสามารถเข้ามามีบทบาทใน Meteverse ได้ โดยอย่างแรกอาจเป็นการสร้างสาขาของธนาคารบน Metaverse สำหรับให้บริการที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านการเงินต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น สามารถฝากเงินออนไลน์หรือปรึกษาเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเงินต่างๆ โดยใช้ Avatar ไปยัง Investment Center ที่อยู่ใน Metaverse หรือในอนาคตอาจได้เห็นการกู้ยืมโดยที่ธนาคารอาจใช้ NFT ที่มาจากผู้ที่สร้างสินทรัพย์เหล่านั้นใน Metaverse สำหรับค้ำประกัน หรืออาจมีการประเมินและให้กู้เงิน รวมถึงบริการจัดหาประกันต่างๆ ด้วยเช่นกัน เพราะ NFT หรือ LAND ใน Metaverse สามารถกลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาลได้ในอนาคต 


อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับทางผู้กำกับดูแล โดยยกตัวอย่างในปัจจุบันที่ธนาคารในประเทศไทยยังไม่สามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลได้ ดังนั้นสิ่งปลูกสร้างบนโลก Metaverse ของ SCB 10X จะไม่สามารถเปลี่ยนมาเป็น NFT ได้ เพราะ NFT นับว่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างหนึ่ง ซึ่งทาง SCB 10X ก็กำลังรอให้ทาง Regulator อนุญาตให้ธนาคารสามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลได้ในที่สุด



เทคโนโลยีและเครื่องมือเพื่อรองรับการทำงานที่หลากหลาย รวมถึงคนจำนวนมากที่เข้ามาในโลก Metaverse 


เนื่องจาก Metaverse เป็นช่วงของการเริ่มต้นและยังใหม่มากๆ ดังนั้นเทคโนโลยีและเครื่องมือก็ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเช่นกัน ซึ่งหากผู้ที่เข้ามาใน Metaverse และต้องการสร้างสิ่งต่างๆ เครื่องมืออาจยังไม่รองรับในขั้นสูง ยกตัวอย่างเช่น SCB 10X ที่ได้จ้างสถาปนิกและกราฟิกดีไซเนอร์เพื่อมาช่วยสร้าง SCB 10X Headquarters โดยที่สถาปนิกได้ออกแบบทุกอย่างจากภายนอก แต่เมื่อนำเข้าไปในเครื่องมือของ The Sandbox ก็ยังใช้การได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร นอกจากเรื่องของเครื่องมือยังมีเรื่องของการรองรับผู้คนจำนวนมากที่เข้ามาในแพลตฟอร์ม ที่ยังไม่สามารถรองรับได้มากเท่าที่ควรและเกิดข้อผิดพลาดได้อยู่ ดังนั้นการเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานอย่างแพร่หรือการรองรับคนจำนวนมากที่เข้ามาใน Meteverse ในส่วนของ Infrastruture จะยังไม่สามารถรองรับได้อย่างเต็มที่



มุมมองเกี่ยวกับกับโอกาสในการลงทุน Metaverse 


อย่างที่ทราบว่า SCB 10X สนใจลงทุนกับ Infrastructure ในพื้นอย่าง Crypto Blockchain NFT หรือ Metaverse ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มากพร้อมกับนวัตกรรมที่เกิดขึ้น การลงทุนใน Infrastructure จึงมีโอกาสเติบโตไปในทิศทางที่ดีและด้วยนวัตกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องการ Infrastructure จำนวนมากเพื่อเป็นรากฐานสำคัญ โดยสำหรับ Metaverse ถือว่ามีศักยภาพของเครื่องมือสำหรับสร้างสิ่งต่างๆ และยังพบว่ามีผู้สนใจเข้ามาร่วมสร้างสรรค์หรือมีความต้องการเข้ามาร่วมลงทุนใน Metaverse กันค่อนข้างมาก 

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Accept