Technology
November 12, 2021
‘DeFi’ ประเทศไทยเป็นไปอย่างไรในปี 2021

SCB 10X นำข้อมูลความเคลื่อนไหวล่าสุดของ DeFi ในไทยจากงาน ‘ETHEREUM BANGKOK EVENT 2021’ ในวันศุกร์ที่ 29 ต.ค. 2564 มาฝากกัน โดยครั้งนี้ คุณอรรณวุฒิ ลีไพศาลสุวรรณา Blockchain Lead จาก SCB 10X ได้เข้าร่วมพูดคุยในหัวข้อ “DeFi Thailand”  ใน Session นี้พร้อมด้วยเหล่า Speakers ผู้นำ DeFi สัญชาติไทย ได้แก่ 

  • คุณศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ - CEO จาก Bitcast
  • คุณณัฐพล นิมากุล - CTO จาก Kulab
  • คุณอัครเดช เดี่ยวพาณิช - CEO จาก Merkle Capital
  • คุณ Catherine Tuntiserirat - Head of Growth จาก Band Protocol


1200x800_UL.jpg

DeFi กับการเปลี่ยนแปลงบริการด้านการเงิน


เริ่มต้นกับประเด็นแรกที่คุณอัครเดช เดี่ยวพาณิช ให้ความเห็นว่าเมื่อพูดถึงการเงินสิ่งแรกที่ทุกๆ คนนึกถึงก็คือธนาคารหรือการให้บริการด้านการเงินแบบดั้งเดิมที่ต้องทำธุรกรรมโดยมีตัวกลางที่ทุกคนคุ้นชินกันมานาน แต่เมื่อเป็น DeFi จึงหมายความว่าเหล่าตัวกลาง บุคคลที่สามต่างๆ ได้ถูกแทนที่โดย DeFi Protocol หรือ Smart Contract ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ได้แบบอัตโนมัติ และในขณะเดียวกันก็สามารถมั่นใจและไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับ Protocol ต่างๆ เหล่านั้นมากนัก เพราะโดยพื้นฐานแล้ว DeFi Protocol ต่างๆ เป็นลักษณะ Open Source ที่ทุกคนสามารถโต้ตอบหรือทำกิจกรรมเกี่ยวกับสัญญาทางการเงินด้วยตนเองได้ หรือถือได้ว่าเป็นโลกการเงินที่เปิดกว้างไร้พรมแดน



ภาพรวม DeFi ในไทย


คุณ Catherine Tuntiserirat จาก Band Protocol ให้ความเห็นว่า DeFi เป็นหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีความเป็นสากลและไร้พรมแดนอย่างแท้จริง เพราะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการทำงานทางไกลหรือแบบ Remote Work มาก่อนยุค COVID-19 เสียอีก ส่วนประเทศไทยเรานับว่ามีบทบาทและมีส่วนช่วยในการพัฒนาด้าน DeFi โดยหากพูดถึงในระดับท้องถิ่น ก.ล.ต. ของเราก็เป็นหนึ่งในกระบวนการแรกๆ ที่เข้ามาในพื้นที่นี้อย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา จนมาถึงช่วง Bull Run ล่าสุดนี้ รวมถึงทุกคนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ที่มีทั้งผู้ที่ให้ความรู้ ผู้ที่สร้างโปรเจกต์ อย่าง Band Protocol เองที่เป็นส่วน Infrastructure ซึ่งมีผู้สนับสนุนที่ดีมากมาย หรือมี ‘SCB 10X’ ที่ช่วยผลักดันในการพัฒนาทั้งภายในหรือ Venture Building Arm ไปจนถึงการลงทุนทั่วทั้งภูมิภาคและระดับโลก ดังนั้น จึงคิดว่าประเทศไทยค่อนข้างจะอยู่ในระดับแนวหน้าที่สามารถเป็นศูนย์กลาง DeFi ได้ไม่ยาก และสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง


ด้านคุณอรรณวุฒิ ลีไพศาลสุวรรณา จาก SCB 10X ให้ความเห็นว่า ค่อนข้างมั่นใจว่าประเทศไทยเราถือว่าเป็นผู้นำในด้าน DeFi เพราะมีทั้งนักลงทุน ผู้สร้างโปรเจกต์ ที่ปรึกษาและกองทุนต่างๆ รวมถึง ก.ล.ต. ที่ให้การสนับสนุน ส่วนในแง่มุมของผู้ใช้งานคนไทยที่พบว่ามีสถิติการใช้งานจำนวนมาก อย่างสถิติการใช้งานบน Metamask เป็นอันดับต้นๆ ส่วนในแง่ของการพัฒนาประเทศไทยก็มี DeFi Protocol มากมายที่ถูกบ่มเพาะและถูกปล่อยออกมาให้ใช้งานในประเทศและแพร่หลายไปทั่วโลก ซึ่ง Band Protocol ก็เป็นหนึ่งในนั้น หรือในแง่มุมของผู้ที่ชอบสร้างสรรค์ผลงานก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะ NFT ที่กลุ่มคนไทยให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ซึ่งเห็นได้จากในกลุ่มหรือ Commuinity ต่างๆ ทาง Facebook โดยมีทั้งเหล่าศิลปินทั้งรูปแบบดิจิทัลและแบบดั้งเดิมมาให้ความสนใจกับ NFT เป็นจำนวนมาก 


สรุปได้ว่าประเทศไทยเสมือนเป็นประเทศผู้นำเทรนด์ด้าน DeFi ไปโดยปริยาย และมีโอกาสมากมายในพื้นที่นี้ให้ผู้สนใจสามารถเข้ามาสร้างโครงการ ทำสิ่งใหม่ๆ ไปจนถึงการลงทุนกับโครงการ DeFi ต่างๆ 



ภาพรวมของ Ethereum กับ DeFi Ecosystem ในปี 2021 


คุณอรรณวุฒิ ได้ให้ความเห็นว่า สิ่งหนึ่งที่สามารถพูดได้อย่างแน่นอนก็คือ Ethereum จะยังคงเป็นหนึ่งใน Chain ที่โดดเด่นที่สุดในแง่ของสภาพคล่องและมูลค่า TVL (Total Value Locked) แต่ในส่วนประเด็นที่ทุกคนต่างๆ พูดเหมือนกันคือเรื่องของค่า Gas หรือค่าธรรมเนียมการธุรกรรมของ ETH ที่ค่อนข้างแพงเกินไป แต่สำหรับเหล่าวาฬหรือผู้เล่นรายใหญ่ที่พวกเขาซื้อขายหรือทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านหรือมากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐก็จะมีค่าทำธุรกรรมที่ทำได้ต่ำกว่า 1% หรือ 0.1% ซึ่งไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขา และยังเสมือนช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสินทรัพย์ให้กับ Chain รวมถึงช่วยขับเคลื่อนมูลค่าให้ไปข้างหน้า


นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่เห็นในตอนนี้คือ Ethereum ไม่ใช่ Chain ที่โดดเด่นเพียงแห่งเดียวในพื้นที่ Blockchain อีกต่อไป เพราะมีรายอื่นๆ ที่เข้ามาร่วมแข่งขันตลอดหลายปีที่ผ่านมา อย่างเช่น Binance Smart Chain จาก Binance ที่มีจำนวนของผู้ใช้งานและค่า TVL ที่เพิ่มขึ้นสูง โดยเราสามารถพูดได้ว่า Ethereum ไม่ใช่ตัวเลือกแรกที่ผู้คนจะเลือกใช้งานได้อีกต่อไปและผู้ใช้งานอาจเลือก Chain อื่นๆ ที่แตกต่างออกไป

แต่สุดท้ายแล้วในอนาคตอันใกล้ Ethereum จะยังคงเป็น Chain หลักแต่จะเพิ่มบทบาทมากขึ้นโดยที่ไม่ใช่เป็นช่องทางเพื่อลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็น Chain หลักสำหรับให้ผู้ใช้งานให้ได้ใช้ผ่านไปยัง Chain อื่นๆ หรือ Cross-Chain อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของ Ethereum 2.0 หรือ Proof of Stake ของ Ethereum ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะบอกได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร



ภาพรวมของ SCB 10X กับกลยุทธ์การลงทุนและสร้าง Ecosystem ด้าน DeFi


เบื้องหลังของ SCB 10X มาจากการตระหนักเห็นว่า DeFi หรือ Decentralized Finance จะเข้ามาและอาจ Disrupt ธนาคารในทางใดทางหนึ่ง แต่แทนที่จะเอาชนะเราเลือกที่จะเข้าร่วมแทน โดยสำหรับภาพรวมของกลยุทธ์ที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้คือ SCB 10X ไม่ได้ลงทุนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังผลักดันโปรเจกต์ DeFi ต่างๆ ให้ก้าวไปข้างหน้า มีการดำเนินการสามส่วน ได้แก่ ลงทุน ขยายหรือเผยแพร่ และสนับสนุน โดยในแง่ของการลงทุนจะเห็นได้จากข่าวว่า SCB 10X มีการลงทุนในโปรเจกต์ DeFi ทั่วโลกโดยหวังว่าจะผลักดันพวกเขาไปข้างหน้าและนำเสนอให้กับผู้ใช้งาน ส่วนด้านการขยาย คือพยายามทำให้ผู้คนเข้าใจว่าทำไมจึงต้องลงทุนกับโปรเจกต์นั้นๆ หรือเหตุใด DeFi จึงมีความสำคัญ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า SCB 10X ได้จัดงานสัมมนาหรืออีเวนต์ต่างๆ ให้ผู้คนเข้าร่วมทำกิจกรรมโดยมีผู้นำด้าน DeFi จากทั่วโลกเข้าร่วมด้วย ซึ่งทำให้ผู้คนได้ทราบข้อมูลมากขึ้น และสุดท้ายในส่วนของการเข้าร่วมสนับสนุน ที่โดยส่วนใหญ่ในโครงการที่ SCB 10X ได้ร่วมลงทุนก็จะมีการเข้าไปมีส่วนร่วมและสนับสนุน อย่างเช่น การเข้าไปร่วมดูแล Node หรือเป็น Node Validators รวมถึงเข้าไปช่วยในการสร้างโปรเจกต์ สร้างซอฟต์แวร์ หรือแอปพลิเคชัน 


สรุปโดยรวม คือ SCB 10X กำลังพยายามนำ DeFi มาสู่โลกการธนาคารแบบดั้งเดิม และเผยแพร่ให้ผู้คนได้ทำความรู้จัก ดึงดูดความสนใจและให้ตื่นเต้นไปกับโปรเจกต์ DeFi ต่างๆ มากขึ้น



เกี่ยวกับ Community สำหรับนักพัฒนาของไทย


คุณอรรณวุฒิ ได้ให้ความเห็นว่า มีความชอบ Community สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทยอย่างมาก เนื่องจากมี Community ต่างๆ ที่แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับวิธีเขียนโค้ดและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย ที่สำคัญ ในแง่ของผู้ตรวจสอบความปลอดภัย เรายังมีบริษัทตรวจสอบความปลอดภัยที่อยู่ในประเทศไทยซึ่งมีความกระตือรือร้นในการวิเคราะห์ หรือชอบที่จะตรวจสอบปัญหาด้านความปลอดภัยในโครงการ DeFi ต่างๆ ทั่วโลก และพวกเขายังสามารถรายงานออกมาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย และยังทำในรูปแบบที่ละเอียดมาก ดังนั้น ในเรื่องของ DeFi Community ในไทยมีการสนับสนุนกันที่ดีมาก และยังมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับผู้คนที่อยากจะเริ่มต้น เพียงแต่ตอนนี้ต้องการผู้คนที่จะตัดสินใจกระโดดเข้ามาเริ่มสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในโลก DeFi จำนวนมากขึ้น


สามารถรับชมงานเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/AtatoTechnology/videos/577878400140270