Technology
July 14, 2021
มุมมองของนักลงทุน DeFi เกี่ยวกับ Venture Building

 

ท่านผู้อ่านที่ได้ติดตามบทความด้าน DeFi ที่ SCB 10X เสนอไปก่อนหน้านั้นน่าจะได้ความรู้ในเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและ DeFi กันไปไม่มากก็น้อย ครั้งนี้เรามานำเสนอในอีกมิติหนึ่งโดยเป็นมุมมองในด้านของการทำงานกระบวนการ Venture Building ในทรรศนะของนักลงทุนด้าน DeFi ระดับโลกอย่าง Michael Anderson ผู้ร่วมก่อตั้ง Framework Ventures กันบ้าง ไปติดตามกัน


1200x800 DeFi investor Perspective on how Venture 01.png

เกี่ยวกับ Framework Ventures และหลักการในการลงทุนที่ทำให้ได้เปรียบ

 

Framework Ventures เริ่มต้นจากผลการวิจัยค้นคว้าหลักที่ว่า DeFi จะมีตลาดที่ตอบโจทย์หรือรองรับอย่างเหมาะสมสำหรับเทคโนโลยีบล็อกเชน Framework Ventures ได้เริ่มต้นลงทุนใน Token projects ด้วย Venture Thesis และมีความแตกต่างจาก Venture Funds รายอื่นๆ อยู่เล็กน้อย โดยมีบริษัทด้านการปฏิบัติการที่ชื่อว่า Framework Labs ซึ่งเป็นที่สำหรับสร้างเทคโนโลยีภายในและบ่มเพาะคอนเซ็ปต์ต่างๆ รวมถึงมีการทำงานร่วมกับ Protocols ด้านซอฟต์แวร์ที่ได้ลงทุนไว้สำหรับเพิ่มมูลค่าและการมีส่วนร่วมโดยตรง ทำให้เกิดข้อได้เปรียบในการขับเคลื่อนธุรกิจ



มองหาอะไรในบรรดา Entrepreneurs ที่เข้ามาคุยด้วย

 

Michael ให้ความคิดเห็นในมุมมองของ Venture คือการมีไอเดียที่ยิ่งใหญ่หรือมีไอเดียที่โดดเด่น รวมถึงมีความเกี่ยวข้องกับ Framework ก็จะทำให้ข้อตกลงหรือ Entrepreneurs ที่เข้ามาคุยด้วยนั้นมีโอกาสมากขึ้น หรือสรุปได้ว่าหากยิ่งมีไอเดียที่โดดเด่นมากก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้นที่จะตอบตกลงร่วมงานด้วย



ลักษณะกระบวนการของ Venture Building จากการที่ Framework เริ่มต้นจากไอเดียไปจนถึงการ Spin-off 

 

กรณีนี้จะขึ้นอยู่กับความพยายามและจำนวนเงินทุน รวมถึงระยะเวลาที่เราใช้ในการสร้างภายใน และเป็นสิ่งที่ Framework มีการถกเถียงกันบ่อยมาก เพราะเป็นสิ่งที่อาจจะต้องใช้เวลาประมาณสองหรือสามปี

และใช้จำนวนเงินจำนวนหนึ่งเพื่อไปให้ถึงจุดของการเปิดตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องมีการสร้างความสามารถหลักและสร้างทีมงานภายใน รวมถึงมีความตั้งใจในการ Spin-off อย่างแพลตฟอร์มที่ Michael ได้ทำมาก่อน คือแพลตฟอร์ม Donor-Advised Funds จาก Framework Labs ที่ดำเนินงานบน Ethereum Blockchain ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ของรัฐบาลกลางภายใต้มาตรา 501 (c) (3) 



 

ตัวชี้วัดสำคัญสำหรับ DeFi Projects คืออะไร

 

Michael บอกว่าสำหรับตัวชี้วัดที่สำคัญของ DeFi Projects ในแต่ละ Project จะมีความแตกต่างกันไป โดยยกตัวอย่างแพลตฟอร์ม Donor-Advised Fund ของ Framework Labs ที่มีการ Spin-off ไปแล้วในตอนนั้น ซึ่งตัวชี้วัดสำคัญในกรณีของแพลตฟอร์มนี้ จะขึ้นอยู่กับจำนวนทรัพย์สินที่มีอยู่ในการบริจาคของ Community และการบริหารจัดการ Community จากมุมขององค์กรการกุศลนั้นมีมูลค่าเท่าใด เพราะคิดว่าเป็นแนวคิดที่ทรงพลัง มีความสามารถในการมีกรรมสิทธิ์และสิทธิในการกำกับดูแลในองค์กรการกุศลโดยรวม และเป็นสิ่งเรายังไม่เคยเห็นใน DeFi และ Michael ยังคิดว่าเป็นกรณีที่มีความน่าสนใจและทำให้รู้สึกดีเมื่อคุณได้มีส่วนร่วมและบริจาคเพื่อการกุศล 


DeFi investor Perspective on how Venture Building can add value beyond just crypto VC investing.jpg

คำแนะนำสำหรับเหล่าผู้ก่อตั้งด้าน DeFi 

 

Michael เริ่มจากคำแนะนำทั่วไป คือการการสร้างทีมที่ดีที่สุด หาคนที่ใช่รอบๆ ตัวที่จะพาให้คุณได้รับผลตอบแทนมากที่สุด รวมถึงเรื่อง Product และการพัฒนา Product ให้เหมาะสมกับตลาดหรือที่รู้จักดีคือ Product Market Fit ซึ่งเหล่านี้เป็นคำแนะนำที่พบได้บ่อยในองค์กรแบบดั้งเดิม แต่สิ่งที่แตกต่างกันออกสำหรับตลาด DeFi คือควรเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง Token Economics ที่ควรมีการคิดถึงเรื่องของการประสานงาน และกลไกการประสานงานของ Token เทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น หรือการคิดว่าผู้ใช้จะได้รับอย่างไร รวมถึงการคิดเกี่ยวกับทฤษฎีเกมที่อยู่เบื้องหลัง และการคิดเกี่ยวกับ Econometrics ที่อยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการสร้างหรือพัฒนาด้าน Community ซึ่งเป็นเรื่องใหม่และเรื่องแรกๆ ที่ต้องทำและเป็นที่ Michael ได้บอกว่าเป็นสิ่งที่มองหาหรือทำเป็นสิ่งแรกหากมีโครงการที่ได้เปิดตัวขึ้นมาใหม่ รวมถึงทาง Michael กับ Framework ก็กำลังสร้าง Community ด้าน Venture Investment ด้วย 

 

ถ้าพูดถึงในมุมของผู้ก่อตั้ง สิ่งที่ต้องทำมากขึ้นหรือใช้เวลามากขึ้นคือการสร้างและพัฒนาด้าน Community อย่างการใช้เวลาในการสนทนาหรือติดต่อกับ Community ในช่องทางต่างๆ เช่นโปรแกรมสำหรับการติดต่อและสร้าง Communty อย่าง Discord ซึ่งคุณไม่สามารถมุ่งเน้นเพียงแค่ผลิตภัณฑ์หรือการสรรหาคนเท่านั้น ควรมีการปรับและจัดสรรเวลาใหม่ให้กับการ Community และอย่างที่เราได้เห็นจากทาง Chainlink Synthetix หรือ Aave ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของ Community ที่นำไปสู่ความสำเร็จ 



 

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ หรือนักพัฒนาที่สนใจจะเริ่มโครงการ DeFi

 

 

อย่างที่หลายท่านทราบกันดีว่าส่วนที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ Ethereum คือเป็น Open Source ทั้งหมดและจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ไม่เคยเข้ามาในด้านนี้ก็แค่ให้เริ่มเล่นหรือเริ่มต้นใช้งาน โดย Michael ได้ยกตัวอย่างขั้นตอนการเริ่มต้นคร่าวๆ ว่าตอนแรกอาจเริ่มด้วยการกู้ยืมบน Compound หรือ Aave จากนั้นอาจเป็นการเขียนสัญญา Solidity Contract เพื่อสร้าง Smart Contract และหลังจากนั้นอาจเป็นการปรับใช้โปรโตคอลใหม่ที่สำคัญหรือคุณลักษณะใหม่ที่สำคัญกับหนึ่งโครงการเหล่านี้ รวมถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมกับ Community ซึ่งผู้คนพร้อมจะให้ความช่วยเหลือทุกเมื่อ ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจและรู้ว่าแนวคิดที่ดีและแนวคิดที่ไม่ดีคืออะไร