พลิกโฉมการปฏิวัติ AI แบบกระจายอำนาจบน Blockchain ด้วย “Ritual”

จากรหัสลับ Cryptography สู่การต่อยอดเป็น Business Model
Niraj Pant เล่าถึงเบื้องหลังการทำงานด้าน “Cryptography” หรือ การเข้ารหัสลับเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงประสบการณ์ทำงานที่ Polychain บริษัทด้านการลงทุนที่จุดประกายให้เขามองเห็นโอกาสการต่อยอด Pant ได้ค้นหาแนวทางในการนำเทคโนโลยี Cryptography และ Distributed System มาพัฒนา Protocol เพื่อนำมาใช้เป็น Business Model ที่สามารถทำกำไรให้แก่บริษัทของตนเองที่ชื่อว่า Ritual
นอกจากนี้ Pant ได้ระบุถึงโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้มีอำนาจในการตัดสินใจด้วยตัวเองมากขึ้น ด้วยการผสมผสานความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI และคุณสมบัติของ Crytocurrency ไม่ว่าจะเป็นด้าน Self-Sovereign Identity (การเป็นเจ้าของข้อมูล), การระบุตัวตน, และการหารายได้
“Ritual” เครื่องมือของนักพัฒนา Smart Contract
Ritual มุ่งสร้าง Product เพื่อให้นักพัฒนา Smart Contract สามารถเชื่อมต่อ AI Model เข้ากับ Product ของตนเองได้อย่างง่ายดาย รวมถึงแก้ไขปัญหาได้หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การใช้ API สำหรับโมเดลทั้งแบบ On-chain และ Off-chain, การชำระเงินด้วย ETH, ความเป็นส่วนตัว (Privacy), ความโปร่งใสในการเข้าถึงข้อมูล (Transparency) และความสมบูรณ์ของข้อมูล (Integrity)
ซึ่ง Pant กล่าวถึงกรณีการใช้ AI สำหรับ Cryptocurrency เช่น การโต้ตอบ Blockchain โดยใช้ Natural Language, Generate NFT, การปรับปรุงและพัฒนา De-Fi, และการปรับแต่งเกมตามความต้องการของผู้ใช้งาน โดยมุ่งเน้นให้ Centralization และ Decentralization มีความสมดุลกัน แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
- Infernet: ระบบ Oracle แบบ Open-source สำหรับรวม AI ให้เข้ากับ Blockchain ที่ใช้ EVM
- Ritual Chain: ระบบการชำระเงินเพื่อเชื่อมโยง AI Semantics เข้ากับ Smart Contract
ยกระดับแอปพลิเคชัน AI ด้วย “Ritual Chain”
Ritual Chain เป็นโครงสร้างของ Ritual ที่ถูกออกแบบให้รองรับการทำงานของแอปพลิเคชัน AI และช่วยให้ De-Fi มีความโปร่งใสมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้มี AI Governance, การโต้ตอบระหว่างแอปพลิเคชัน AI, และสร้างเลเยอร์ที่รองรับแอปพลิเคชัน AI สำหรับขนาดต่างๆ
ซึ่ง Pant เน้นย้ำถึงศักยภาพของ AI agents ในการทำงานอัตโนมัติและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ใช้ แต่ในขณะเดียวกัน Pant ก็ยอมรับว่าจำเป็นที่จะต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีนี้จะรองรับความสร้างสรรค์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน
นอกจากนี้ Pant ยังยกตัวอย่างถึงการที่ AI ช่วยปรับปรุงการจัดการ De-Fi ผ่านการปรับพารามิเตอร์อัตโนมัติ เช่น ปัจจัยการค้ำประกันตามสภาพตลาด (Collateral factors based on market conditions) และการป้องกันผู้ใช้งานจากความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น โดย Ritual ถูกออกแบบให้รองรับ Proof system ทั้ง KML, Optimistic proofs, และ Trusted execution environments เพื่อให้เราสามารถเลือกระดับ Proof system ในแต่ละกรณีโดยเฉพาะ
สรุป
ในช่วงสุดท้ายนี้ Pant ได้ประกาศว่า Ritual จะเปิดตัว devnet และ Ritual Chain (เฟสสอง) ในช่วงฤดูร้อน เพื่อให้นักพัฒนา Smart Contract สร้างแอปพลิเคชัน AI ที่มีศักยภาพ และเป็นโอกาสของบริษัทในการสร้าง Protocol ใหม่ ๆ นำโดยทีมที่มี Background จาก Venture Capital
Pant มองว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับ Riutal ที่จะได้เปิดตัว Protocol ใหม่ๆ ในพื้นที่ของ AI-Crypto อีกทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานกับทีมที่สร้างแพลตฟอร์ม Ritual แบบใกล้ชิด
รับชมคลิปวิดีโอบน Youtube: Igniting the Decentralized AI Revolution on the Blockchain With Ritual





