milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
Technology
24 ธันวาคม 2568
ภาษาไทย

เจาะลึกวิธีสร้างความเชื่อใจให้ AI “ถือเงิน” และทำธุรกรรมแทนมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย

03-th-1200x800.jpg

สรุปประเด็นสำคัญจากงาน AI-VOLUTION หัวข้อ “How do you trust AI to move money safely and reliably โดย Tyllen Bicakcic CEO & Co-Founder ของ Payman ได้ร่วมพูดคุยกับ Rocky Yu, Founder & CEO จาก AGI House เพื่อไขคำตอบว่า Payman กำลังสร้าง "Trust Layer" หรือชั้นความเชื่อใจระหว่าง AI และระบบการเงินได้อย่างไร โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้


AI คือ "ความน่าจะเป็น" แต่การเงินต้องการ "ความแน่นอน"

Tyllen ชี้ให้เห็นช่องว่างสำคัญว่า ระบบ API ของธนาคารในปัจจุบันถูกสร้างมาแบบ Deterministic (กำหนดตายตัว) คือต้องมีการคลิกที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดคำสั่ง แต่ AI ทำงานแบบ Probabilistic (อิงความน่าจะเป็น) ซึ่งมันจะ "เลือก" ว่าควรใช้เครื่องมือไหนหรือทำอะไร


ความเสี่ยง: หากปล่อยให้ AI ตัดสินใจเรื่องเงินโดยไม่มีระบบป้องกัน ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความสูญเสียมหาศาล ดังนั้นเราจึงต้องการ "Guardrails" หรือราวกั้นความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง


 "Trust Layer" คือทางออก

แทนที่จะให้นักพัฒนา AI ต้องเสียเวลาสร้างระบบความปลอดภัยทางการเงินเองทั้งหมด ซึ่งยากและซับซ้อน Payman จึงสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางจัดการเรื่องนี้ โดยแบ่งเกราะป้องกันออกเป็น 2 ชั้น:

  • ชั้นที่ 1: การอนุญาตและสิทธิ์ (Authorization & Permissions)
    • กำหนดชัดเจนว่า "ใคร" เป็นคนสั่ง
    • AI ตัวนี้มีวงเงินเท่าไหร่ (Spend limits)
    • จ่ายให้ใครได้บ้าง (Approved payees)
    • ข้อมูลอะไรที่ AI แชร์ได้บ้าง (เช่น เลขบัญชี)
  • ชั้นที่ 2: การตรวจสอบเจตนา (Monitoring & Audit)
    • ระบบจะตรวจสอบประวัติการสนทนา (Prompt history) เพื่อดักจับ "Prompt Injection" หรือคำสั่งที่มีเจตนาร้าย
    • มีระบบ Audit log เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า ทำไม AI ถึงตัดสินใจจ่ายเงินก้อนนั้น

เครื่องมือสำหรับองค์กร (Enterprise Controls)

เพื่อความมั่นใจระดับองค์กร Payman ได้เตรียมฟีเจอร์สำคัญไว้ เช่น:

  • Kill Switch: ปุ่มฉุกเฉินเพื่อหยุดการทำงานของ Agent ทันทีหากเกิดปัญหา
  • Version Control: ควบคุมเวอร์ชันของ Agent เพื่อป้องกันการอัปเดตที่อาจนำมาซึ่งบั๊ก
  • Scoped Permissions: แยกสิทธิ์การ "อ่าน" (Read) และ "เขียน/โอน" (Write) ออกจากกัน

กลยุทธ์ด้านกฎระเบียบ: ไม่ใช่การสร้างธนาคารใหม่ แต่คือการซ้อนทับ

บทเรียนสำคัญที่ Tyllen พบคือ การให้ AI มีบัญชีธนาคารเป็นของตัวเองโดยตรง (Direct Bank Account) จะทำให้เข้าข่ายเป็นผู้ให้บริการโอนเงิน (Money Transmitter) ซึ่งยุ่งยากด้านกฎหมาย


Payman จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีเป็น "เลเยอร์" ที่ซ้อนทับอยู่บนบัญชีธนาคารเดิมที่มีอยู่แล้ว (Overlay on existing systems) วิธีนี้ทำให้ไม่ต้องรื้อระบบใหม่ และสอดคล้องกับกฎระเบียบ (Compliance) ที่มีอยู่เดิมได้ง่ายกว่า


อนาคตของ "Pagent" (Payment Agent)

Tyllen ได้บัญญัติศัพท์ใหม่ว่า "Pagent" หรือ AI Agent ที่เชี่ยวชาญด้านการจ่ายเงินโดยเฉพาะ ในอนาคตองค์กรจะไม่ได้มี AI ตัวเดียวทำทุกอย่าง แต่จะมี AI หลายตัวทำงานร่วมกัน (Multi-agent systems) และเมื่อถึงขั้นตอนต้องจ่ายเงิน งานจะถูกส่งต่อมาให้ Pagent ที่มีระบบความปลอดภัยสูงสุดเป็นผู้จัดการ


บทสรุป

กุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของ AI ด้านการเงิน ไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่คือ "ความเสี่ยงที่ถูกจัดการแล้ว" (Mitigated Risk) เมื่อมีระบบการอนุญาต การตรวจสอบ และนโยบายที่รัดกุม เราจึงจะสามารถเปลี่ยน AI จากเครื่องมือทดลอง ให้กลายเป็นระบบระดับโปรดักชันที่ช่วยจ่ายเงินให้มนุษย์และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง


🎥 รับชมวิดีโอเต็มได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=SbMVJqRoFM4&list=PLJCrobWNqQvuxoXJNq5fS8p8KGb5xmc-t&index=27

#AIVOLUTION #SCB10X #PaymanAI #AIAgent 

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept