milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
Technology
22 พฤษภาคม 2569
ภาษาไทย

ทำไม "หุ่นยนต์" กำลังก้าวสู่จุดที่ “สเกลได้จริง”

AI_vol_1200x800.jpg

ใน AI-VOLUTION The Series 2026 Ep.3 ดร.ธันวา อาภรณ์ทิพย์ Senior Advisor ของ SCB 10X ได้ร่วมพูดคุยกับ Benjamin (Ben) Eisner Co-Founder และ CTO ของ Index Robotics เพื่อเจาะลึกคำถามสำคัญในวงการหุ่นยนต์มานานหลายทศวรรษ "ทำไมหุ่นยนต์ที่ดูฉลาดมากในห้องทดลอง ถึงยังสเกลมาใช้ในชีวิตจริงได้ยาก" โดย Ben ชี้ให้เห็นมุมที่ไม่ไช่แค่เรื่องข้อจำกัดทาง Hardware หรือ Software แต่มันคือเรื่องของ Economics หรือความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์


ในอดีต การทำระบบอัตโนมัติต้องใช้วิศวกรออกแบบทุกการเคลื่อนไหวและทุกรายละเอียดแยกตามแต่ละงาน ซึ่งใช้ต้นทุนสูงมาก แต่สิ่งที่กำลังเปลี่ยนไปตอนนี้ ไม่ใช่ว่าเราแก้โจทย์หุ่นยนต์ได้สมบูรณ์แบบแล้ว แต่เป็นเพราะงานหลายประเภทได้ข้ามเส้นจากคำว่า “ทำได้แต่ไม่คุ้มทุน” มาเป็น “ทำได้จริงและคุ้มค่าในเชิงธุรกิจ” ซึ่งการเข้าใจจุดเปลี่ยนนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับใครก็ตามที่กำลังสร้าง ลงทุน หรือเตรียมนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งาน

จุดเปลี่ยนที่สำคัญไม่ใช่ความฉลาดทั่วไป (General Intelligence) แต่คือการควบคุมและลงมือทำ

Ben ชี้ให้เห็นความต่างที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามในวงการหุ่นยนต์มีโจทย์ 2 ข้อที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง และความสำเร็จในข้อแรกไม่ได้การันตีความสำเร็จในข้อที่สองเสมอไป

  • โจทย์ข้อแรก คือการเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก เช่น การวิเคราะห์ภาพตรงหน้า การแยกแยะวัตถุ และการตีความคำสั่งกว้างๆ อย่าง "ช่วยเปิดถุงให้หน่อย" ให้กลายเป็นขั้นตอนการทำงาน ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีทำได้ดีขึ้นมากจนเริ่มใช้งานจริงได้ในเชิงพาณิชย์แล้ว
  • โจทย์ข้อที่สอง คือการรู้ว่าต้องลงมือทำอย่างไร ซึ่งหมายถึงการความสามารถในการควบคุมร่างกาย มือและแขนกล ความคล่องแคล่ว และการทำงานให้สำเร็จในสภาพแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้ ส่วนนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ยากกว่ามาก

ประเด็นนี้สำคัญเพราะตลาดมักเข้าใจไปเองว่า เมื่อหุ่นยนต์ "มองเห็นและเข้าใจ" ที่เก่งขึ้นแล้ว มันจะสามารถ "จัดการ" ได้เก่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น เหตุผลคือเรื่องของ Embodiment หรือการมีร่างกาย ในขณะที่ข้อความหรือรูปภาพมีมาตรฐานกลางและมีข้อมูลมหาศาลบนอินเทอร์เน็ตให้เรียนรู้ แต่ข้อมูลของหุ่นยนต์กลับกระจัดกระจายมาก ระบบสัมผัสยังไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน แม้แต่รูปทรงหุ่นยนต์ที่เปลี่ยนไปเพียงนิดเดียว ก็ส่งผลต่อการขยับเขยื้อนในโลกจริงอย่างมหาศาล ปัญหาจึงไม่ใช่แค่เรื่องความฉลาด แต่มันคือการที่ "ความฉลาด" นั้นต้องถ่ายทอดออกมาเป็น "การกระทำทางกายภาพ" ซึ่งโลกความจริงนั้นไม่มีที่ว่างให้ความผิดพลาดเหมือนอย่างโลกซอฟต์แวร์

ทำไมหุ่นยนต์ถึงใช้ "สูตรสำเร็จ" แบบเดียวกับ LLM ไม่ได้

โมเดลภาษา (Language Models) ได้เปรียบในเชิงโครงสร้างที่หุ่นยนต์ไม่มี นั่นคือ "มาตรฐานข้อมูล" ภาษาประกอบด้วย "โทเคน" ส่วนรูปภาพก็มีฟอร์แมตที่ชัดเจนและมีฐานข้อมูลขนาดมหาศาล เมื่อรูปแบบข้อมูลตรงกัน การจะขยายสเกลจึงทำได้ง่ายและคาดเดาผลลัพธ์ได้ 


แต่ในโลกของหุ่นยนต์นั้นต่างออกไปหุ่นยนต์แต่ละตัว เซนเซอร์แต่ละชนิด และระบบควบคุมแต่ละแบบ ล้วนสร้างข้อมูลมากมายหลายรูปแบบที่ยังไม่มีมาตรฐานชัดเจน แม้แต่หุ่นยนต์สองตัวที่ดูเหมือนกันทางกลไก ก็อาจต้องการวิธีการเคลื่อนไหวและการควบคุมที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง การขาดข้อตกลงร่วมกันนี้ทำให้เกิด "แรงเสียดทาน" ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บข้อมูลเพื่อฝึกฝน AI ไปจนถึงต้นทุนในการติดตั้ง และการย้ายโมเดล AI ไปใช้กับฮาร์ดแวร์ต่างแพลตฟอร์ม


ในภาษา ถ้าคำหนึ่งคำในย่อหน้าเปลี่ยนไป ความหมายโดยรวมก็มักจะยังคงเดิม แต่ในโลกของหุ่นยนต์ หากส่วนปลายที่ใช้หยิบจับขยับเพี้ยนไปเพียงนิดเดียวระหว่างทำงานที่ต้องใช้ความแม่นยำ งานนั้นจะล้มเหลวทันที 


ความยากนี้เองที่อธิบายว่า ทำไมความก้าวหน้าของหุ่นยนต์ถึงไม่สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้เหมือนกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ แม้ว่าขีดความสามารถของ AI ที่เป็นพื้นฐานจะพัฒนาไปไกลแค่ไหนก็ตาม

ทำไม Vertical Integration คือข้อได้เปรียบ ไม่ใช่ภาระ 

มุมมองของ Ben เรื่องการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง (Vertical Integration) สวนทางกับความเชื่อทั่วไปของ Startup ที่มักเตือนว่าผู้ก่อตั้งไม่ควรลงมือทำเองในบ้านมากเกินไป แต่ในยุคที่ระบบนิเวศของหุ่นยนต์ยังไม่อิ่มตัวและยังขาดมาตรฐานที่ชัดเจน วิธีคิดคำนวณความคุ้มค่าจึงเปลี่ยนไป 

เมื่อลูกค้าต้องการปรับเปลี่ยนขนาดมือจับ (Gripper) รูปทรงของส่วนปลาย (End Effector) หรือลักษณะการเคลื่อนไหว การที่เราสามารถแก้ไขได้เองภายในทีมถือเป็นข้อได้เปรียบที่ชี้ขาดผลแพ้ชนะได้เลย เพราะบริษัทที่ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์ข้างนอกมักจะติดปัญหาเรื่องระยะเวลาของคู่ค้า ข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ หรือ API ที่ปรับแต่งไม่ได้ ในจังหวะที่ความเร็วในการพัฒนา (Iteration Speed) สำคัญที่สุด 

นี่ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทหุ่นยนต์ต้องสร้างทุกอย่างจากศูนย์ แต่ประเด็นสำคัญคือ ในวงการหุ่นยนต์ เส้นแบ่งระหว่างการออกแบบผลิตภัณฑ์กับการติดตั้งระบบนั้นบางกว่าซอฟต์แวร์มาก บริษัทที่ไม่สามารถก้าวข้ามเส้นนี้ได้ มักจะพบว่าความเร็วในการทำงานถูกจำกัดโดยปัจจัยภายนอกที่คุมไม่ได้ และในอุตสาหกรรมที่ฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ต้องถูกออกแบบมาให้สอดประสานกัน ข้อจำกัดเหล่านี้จะยิ่งพอกพูนและส่งผลเสีย 

ความท้าทายทางธุรกิจนั้นใหญ่กว่าแค่การสาธิต

สำหรับองค์กรที่กำลังประเมินการนำหุ่นยนต์มาใช้ ประเด็นที่มักจะถูกมองข้ามในการคุยกับผู้ขายคือ หุ่นยนต์ไม่ใช่แค่การซื้อเทคโนโลยี แต่มันคือ "ภาระผูกพันในการดำเนินงาน" เพราะหุ่นยนต์ที่ทำงานได้ดีตอนสาธิต ยังต้องพิสูจน์ตัวเองในแง่ของความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความพยายามในการติดตั้ง การบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง และต้นทุนในการปรับเปลี่ยนระบบงาน ซึ่งหากเพิ่มประสิทธิภาพได้เพียง 5-10% อาจจะไม่เพียงพอ เพราะผู้ซื้อต้องการผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากพอจะชดเชยกับความยุ่งยากในการบริหารจัดการฮาร์ดแวร์

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้โมเดลธุรกิจแบบ Robotics-as-a-Service (RaaS) หรือการเช่าใช้หุ่นยนต์ดูน่าสนใจ เพราะเป็นการเปลี่ยนความเสี่ยงจากการลงทุนก้อนใหญ่ (CAPEX) มาเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนแทน ช่วยลดกำแพงในการเริ่มทดลองใช้งาน แม้วิธีนี้จะไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องการติดตั้งในเชิงเทคนิค แต่ก็ช่วยให้องค์กรที่ยังไม่พร้อมจะลงทุนระยะยาวตัดสินใจเริ่มใช้งานได้ง่ายขึ้นอย่างมาก

หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมว่า Index Robotics กำลังสร้างระบบหุ่นยนต์แบบครบวงจรเพื่อการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์อย่างไร สามารถติดต่อหรือติดตามผลงานได้ที่ 👉 https://indexrobots.ai/

"การปฏิบัติงาน" คือความได้เปรียบที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค 

จุดหนึ่งที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้ คือความแตกต่างระหว่าง การขยายขีดความสามารถ กับ การขยายประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ซึ่งการสับสนระหว่างสองสิ่งนี้อาจทำให้เรามองข้ามปัจจัยสำคัญในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน

การขยายขีดความสามารถเกิดจากการเพิ่มจำนวนการติดตั้ง การสะสมประสบการณ์ที่หลากหลายในโลกจริง และการมีวงจรการเรียนรู้ที่ดีขึ้น สิ่งนี้เป็นเรื่องที่วัดผลได้ เห็นภาพชัดเจน และมักจะเป็นที่สนใจของสื่อ แต่การขยายประสิทธิภาพการปฏิบัติงานนั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมันคือการนำหุ่นยนต์เข้าไปติดตั้งในสภาพแวดล้อมของลูกค้าได้อย่างเสถียร การดูแลให้ระบบทำงานต่อเนื่องไม่สะดุด การสนับสนุนปัญหาหน้างาน และการสร้างความเชื่อใจสะสมเพื่อให้ลูกค้ายอมรับการใช้งานในระยะยาว

ปราการด่านสำคัญของบริษัทหุ่นยนต์จึงอาจมาจากความเชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติงานพอๆ กับความยอดเยี่ยมทางเทคนิค ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามได้ง่ายหากเราโฟกัสกันแค่การโชว์ตัวอย่างที่ล้ำสมัย แต่ในความเป็นจริง ความสำเร็จระยะยาวขึ้นอยู่กับว่าหลังจากผ่านไปหลายเดือน ผ่านการซ่อมบำรุง และผ่านแรงกดดันจากการใช้งานจริงมาแล้ว ลูกค้ายังมองเห็นคุณค่าที่ชัดเจนอยู่หรือไม่ เพราะลูกค้าที่ยอมต่อสัญญาไม่ใช่กลุ่มคนที่ประทับใจแค่ตอนดูโชว์ แต่คือกลุ่มคนที่ผู้ขายเข้าใจ "ความเป็นจริงหน้างาน" ของพวกเขาอย่างถ่องแท้ตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มเซ็นสัญญา

องค์กรควรเตรียมตัวอย่างไร

ในช่วงท้ายของคลิปสัมภาษณ์มีการให้คำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริงสำหรับองค์กรที่ตระหนักว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์เริ่มมีความสำคัญ แต่ยังไม่พร้อมสำหรับการติดตั้งใช้งานในสเกลใหญ่

คำแนะนำคือ "อย่ารอจนกว่าหุ่นยนต์รุ่นที่เก่งกว่านี้จะมาถึง" แต่ควรเริ่มสร้างความพร้อมด้านระบบอัตโนมัติ ตั้งแต่วันนี้โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ ซึ่งหมายถึงการเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการหุ่นยนต์ การทำความเข้าใจข้อตกลงระดับการให้บริการและขั้นตอนการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ในสัญญาฮาร์ดแวร์ รวมถึงการฝึกฝนทีมงานให้สามารถทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือการนิยามว่า "ความสำเร็จ" ของโครงการคืออะไร

ประเด็นสุดท้ายนี้มีความสำคัญมากกว่าที่คิด เพราะมนุษย์สามารถตีความคำสั่งที่คลุมเครือและปรับตัวตามสถานการณ์ได้ทันที แต่หุ่นยนต์ในปัจจุบันยังทำไม่ได้ องค์กรที่ไม่สามารถระบุเกณฑ์ที่ยอมรับได้ในเรื่องของเวลาทำงาน ปริมาณงาน ความแม่นยำ หรือขีดจำกัดในการบำรุงรักษาอย่างชัดเจน จะยังไม่สามารถประเมินการติดตั้งใช้งานหุ่นยนต์ได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าข้อเสนอของผู้ขายจะดูน่าดึงดูดใจแค่ไหนก็ตาม

บทสรุป

EP นี้ไม่ได้พยายามจะบอกว่าหุ่นยนต์พร้อมที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างเพียงชั่วข้ามคืน แต่ประเด็นที่สื่อสารนั้นมีความเฉพาะเจาะจงและเป็นประโยชน์กว่ามาก นั่นคือมีกลุ่มธุรกิจบางประเภท กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดความน่าเชื่อถือไปแล้ว และปัจจัยที่จะแยกบริษัทที่ยั่งยืนออกจากแค่การโชว์ตัวอย่างที่น่าประทับใจนั้นเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ การรับรู้ของหุ่นยนต์ กำลังดีขึ้น แต่ความคล่องแคล่วยังคงเป็นเรื่องยาก มาตรฐานกลางยังไม่แข็งแรง การทำเองแบบครบวงจร ยังคงมีความสำคัญ และการบริหารจัดการหน้างาน คือตัวแปรตัดสินผลแพ้ชนะที่แท้จริง

สำหรับใครที่กำลังติดตามความเคลื่อนไหวในจุดตัดระหว่าง AI, หุ่นยนต์ และการสร้างธุรกิจใหม่ สัญญาณการบรรจบกันของปัจจัยเหล่านี้คือเรื่องที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

▶️ รับชมคลิปเต็มได้ที่: https://youtu.be/aRHh-LrcQWE

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept