ก้าวข้าม Play-to-Earn: Gabby Dizon เผยกลยุทธ์ใหม่ของ YGG สู่ยุคฟื้นฟูวงการเกม Web3
แม้ว่าอนาคตตลาดเกม Web3 ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ Gabby Dizon, Co-Founder & CEO ของ Yield Guild Games (YGG) มั่นใจว่าวงการกำลังก้าวสู่ “ยุคฟื้นฟู” อีกครั้ง ในช่วง Fireside chat “Beyond Play-to-Earn: Gabby Dizon Unveils YGG’s New Strategy for a Web3 Gaming Renaissance”กับ Nicole Nguyen ผู้ก่อตั้ง APAC DAO ในงาน REDeFiNE TOMORROW 2025 โดยได้เผยกลยุทธ์ใหม่ของ YGG ที่วางอย่างรอบคอบ มุ่งก้าวข้ามกระแสเก็งกำไรเดิม และหันไปเจาะผู้เล่นหน้าใหม่ที่ถูกมองข้ามอย่าง “Casual Degen” พร้อมย้ำว่านี่ไม่ใช่แค่แนวคิด เพราะผลลัพธ์ถูกพิสูจน์แล้วด้วยความสำเร็จของ LOL Land เกมใหม่ที่ YGG พัฒนาด้วยตัวเอง
ปั้นเกมเพื่อ “Casual Degen”
กลยุทธ์ใหม่ของ Dizon มีจุดเริ่มต้นมาจากข้อสังเกตง่ายๆ ที่ว่า เกม Web3 รุ่นก่อนๆ ล้มเหลวเพราะเล็งผิดกลุ่มเป้าหมาย เขาบอกว่า “ที่ผ่านมา หลายเกมสร้างขึ้นเพื่อคนผิดกลุ่ม” เขาชี้ว่าความผิดพลาดของอุตสาหกรรมคือการหลงคิดไปว่า การมีประสบการณ์พัฒนาเกม Web2 ที่เหนือกว่าจะรับประกันความสำเร็จได้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วแนวทางนี้ไม่สามารถตอบโจทย์หรือเข้าถึงวัฒนธรรมการเล่นเกมและสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้ใช้ Web3 อย่างแท้จริง
ดังนั้น YGG จึงเลิกพยายามไล่จับเกมเมอร์กระแสหลัก แล้วหันมาโฟกัส “Casual Degen” แทน—คนที่อยู่ในโลก Web3 อยู่แล้ว คุ้นเคยกับมิติการเงินอย่างการซื้อขาย NFT การเก็งกำไรเหรียญมีม และเข้าใจเรื่องกรรมสิทธิ์สินทรัพย์ดิจิทัล แต่ไม่ต้องการเกมที่ซับซ้อนหรือกินเวลา พวกเขาอยากได้เกมเล่นง่ายระดับ Candy Crush แต่มีความเร้าใจจากการเก็งกำไรคริปโตพ่วงมาด้วย
LOL Land คือบทพิสูจน์แรกของทฤษฎีนี้ และกระแสตอบรับช่วงต้นก็ชัดเจน ภายในไม่ถึงสามสัปดาห์หลังเปิดตัว เกมสามารถสร้างแรงดึงดูดได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งยังพัฒนาไม่ถึงปีและใช้งบต่ำกว่าเกมส่วนใหญ่ในพอร์ตของ YGG ที่สำคัญ ฐานผู้เล่นอันดับหนึ่งกลับไม่ใช่ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นบ้านของ YGG แต่เป็นสหรัฐอเมริกา ตอกย้ำว่ารูปแบบธุรกิจนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากล
แนวคิดการสร้างคอมมูนิตี้ฉบับ YGG
สำหรับ YGG ความสำเร็จของเกมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพใหญ่เท่านั้น Dizon ได้เล่าถึงปรัชญาการสร้างชุมชนที่ YGG ยึดถือมาตลอด ซึ่งช่วยให้กิลด์ยืนหยัดผ่านร้อนผ่านหนาวในตลาดมาได้หลายรอบ โดยมีกฎเหล็กสำคัญคือ: การสร้างคอมมูนิตี้ต้องมุ่งเน้นที่ ‘กิจกรรม’ ที่ทำร่วมกัน ไม่ใช่ที่ ‘ราคา’ ของสินทรัพย์
Dizon ยืนยันว่า “เราสร้างคอมมูนิตี้ที่ขับเคลื่อนด้วยกิจกรรม ไม่ใช่ราคา คนของเรามารวมตัวกันเพราะชอบทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ใช่เพราะราคาสินทรัพย์” แนวทางนี้เองที่หล่อหลอมให้เกิดสมาชิกกลุ่มแกนหลักที่เหนียวแน่นและพร้อมจะอยู่กับคอมมูนิตี้ต่อไป แม้ว่าผลตอบแทนทางการเงินจะลดลงก็ตาม
กลยุทธ์นี้ขับเคลื่อนด้วยสองโครงการหลัก:
- Guild Advancement Program (GAP) ผู้เข้าร่วมกว่า 400,000 คน ซึ่งออกแบบเควสมาอย่างชาญฉลาด โดยไม่ได้แค่ให้รางวัลเป็นโทเคน แต่ยังสอดแทรกทักษะที่เป็นประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน
- Metaversity ในฟิลิปปินส์ เปิดคอร์สสอน Web3 และ AI ฟรี เพื่อวางเส้นทางอาชีพที่ยั่งยืนให้สมาชิก พร้อมผลักดันให้พวกเขาเป็นได้มากกว่าแค่ “นักล่าแอร์ดรอปหรือนักฟาร์ม Yield”
แหล่งเงินทุนสำคัญที่สนับสนุนโครงการระยะยาวเหล่านี้นั้นมาจาก Tokenomics หรือระบบเศรษฐศาสตร์ของโทเคนที่ออกแบบมาโดยให้ความสำคัญกับคอมมูนิตี้เป็นอันดับแรก โดย Dizon เน้นย้ำว่า 45% ของ Supply โทเคนทั้งหมดถูกจัดสรรไว้เพื่อคอมมูนิตี้โดยเฉพาะ และในขณะที่โปรเจกต์อื่นเลือกที่จะเผาโทเคนเพื่อพยุงราคาในช่วงตลาดหมี แต่ YGG กลับเลือกที่จะเก็บรักษากองทุนสำรองขนาดมหึมานี้ไว้ เพื่อใช้เป็นเหมือน ‘คลังเสบียง’ สำหรับขับเคลื่อนการเติบโตและมอบรางวัลให้คอมมูนิตี้ในระยะยาว
พลิกโฉมแนวคิด Governance และเทคโนโลยีที่เน้นการใช้งานจริง
Dizon ยังแสดงทรรศนะอย่างตรงไปตรงมาในประเด็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดของ Web3 อย่างเรื่อง Governance โดยเขากล่าวอย่างเผ็ดร้อนว่า “ผมคิดว่า DAO ส่วนใหญ่ล้มเหลว” พร้อมเปรียบเทียบว่ามันไม่ต่างอะไรกับ ‘นิติบุคคลคอนโดที่ใช้โทเคน’ ที่การตัดสินใจแบบ Decentralized มักจะทำให้กระบวนการต้องประสบกับ ‘สภาวะอัมพาต’ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้
ทางออกที่ Dizon เสนอคือ Hybrid Model ที่คล้ายกับการตัดสินใจแบบประชาธิปไตยผ่านตัวแทน นั่นคือการมีทีมผู้นำขนาดเล็กที่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในแต่ละวันได้อย่างคล่องตัว แต่ในขณะเดียวกัน คอมมูนิตี้ก็มีอำนาจในการตรวจสอบและถอดถอนทีมผู้นำได้หากจำเป็น ซึ่งนี่คือโครงสร้างที่ YGG ใช้จริงมาตลอด 5 ปี โดยมีทีมผู้ก่อตั้งชุดเดิมเป็นผู้กุมบังเหียน ในขณะที่กิลด์ในเครืออีกหลายร้อยแห่งต่างมีส่วนร่วมในระบบนิเวศ
แนวคิดที่เน้นการใช้งานจริงนี้ยังถูกนำมาใช้กับเรื่องเทคโนโลยี Dizon มองว่า Interoperability หรือการทำงานร่วมกันข้ามแพลตฟอร์มนั้นเป็นเพียง ‘ผลพลอยได้’ ที่จะเกิดขึ้นเองเมื่อเรามีผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม ไม่ใช่เป้าหมายหลักที่ต้องเริ่มทำก่อน เขากล่าวว่า “เรื่องเทคนิคไม่ยากหรอก แต่การสร้างสินทรัพย์ที่ทำงานข้ามกันได้และ ‘มีคนอยากได้’ ต่างหากที่ยากจริง” การที่ LOL Land เปิดตัวพร้อมกับการนำ IP ของ Pudgy Penguins มาใช้ ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวทางที่เน้นการปฏิบัติและสร้างความร่วมมือนี้
กลยุทธ์ทั้งหมดนี้วางอยู่บนรากฐานของบล็อกเชน XAI ที่ทั้งขยายขนาดง่ายและเข้าถึงสะดวก Dizon เลือกใช้ XAI เพราะมีโครงสร้างแบบ ‘แอปสโตร์’ ที่เขาอธิบายว่า ‘ช่วยลดความซับซ้อนในการใช้บล็อกเชนลงไปได้มาก’ ซึ่งจะช่วยปูทางให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ดีขึ้นและนำไปสู่การยอมรับในวงกว้าง เขายังเชื่อว่าการเติบโตของ Stablecoins จะเป็นอีกตัวเร่งสำคัญ เพราะมันมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ดีกว่ามาก ทั้งยังไม่มีปัญหาค่าธรรมเนียมแฝงหรือ Chargeback แบบระบบดั้งเดิม
ก้าวต่อไปของ YGG
Dizon สรุปมุมมองของเขาอย่างชัดเจนและมั่นใจว่า อุตสาหกรรมกำลังจะกลับมารุ่งเรืองอย่างแท้จริง และทีมของเขาเองก็ “ทำงานหนักยิ่งกว่าปี 2021” เพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ กุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนอนาคตนี้ก็คือ AI ที่เขาชี้ว่าเป็น “ทักษะที่ทุกคนต้องมีในยุคนี้” เพราะพลังของ AI จะเข้ามาเปลี่ยนกระบวนการผลิตทั้งหมด ทำให้การพัฒนาเกมรวดเร็วและมีต้นทุนที่ถูกลงอย่างมหาศาล
ท้ายที่สุด Dizon ได้เชิญชวนผู้ที่พร้อมจะก้าวสู่บทต่อไปของวงการเกม Web3 ให้ไปร่วมงาน YGG Play Summit ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงมะนิลา ในเดือนพฤศจิกายนนี้ และสำหรับใครที่อยากเห็นโมเดล “Casual degen” ด้วยตาตัวเอง เขาก็ทิ้งท้ายไว้อย่างเรียบง่ายว่า: “เข้าไปที่ LOL Land แล้วลองสัมผัสด้วยตัวคุณเองได้เลย”





