บทเรียนและกลยุทธ์การลงทุนฉบับ VC ในโลก Crypto จาก Pantera Capital
ในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลที่เต็มไปด้วยความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประสบการณ์และความเก๋าเกมถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง Paul Veradittakit, Managing Partner ของ Pantera Capital กองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) ด้าน Crypto ได้มาแบ่งปันมุมมองและบทเรียน ตั้งแต่การเข้าสู่โลก Crypto ในปี 2014 จนถึงการเปิดตัวกองทุนใหม่ล่าสุด "Fund V" ที่มีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการสนทนากับ Kenzi Wang, General Partner & Co-Founder ของ Symbolic Capital ในเวที REDeFiNE TOMORROW 2025 ใน Session ที่มีชื่อว่า "VC Playbook: Deploying Capital Through Crypto Cycles"
"ทีม" คือหัวใจสำคัญของการลงทุน Crypto
- Paul ให้มุมมองว่าบทเรียนที่สำคัญที่สุดจากการลงทุนในตลาด Crypto ที่ผ่านมาหลาย Cycle คือการเดิมพันกับ “ทีม" เป็นหลัก โดย Pantera Capital ให้ความสำคัญกับการลงทุนในตัวบุคคลและทีมงานที่มีความสามารถในการบริหารจัดการ ดำเนินงานพัฒนาธุรกิจ ระดมทุน และที่สำคัญที่สุดคือสามารถนำพาบริษัทผ่านพ้นวัฏจักรของตลาดไปได้จนถึงรอบถัดไป
- ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Circle บริษัทผู้ออก Stablecoin อย่าง USDC ซึ่ง Pantera เข้าไปลงทุนตั้งแต่ยุคแรกๆ ในรอบ Series B โดย Paul เล่าว่าได้ซื้อ Bitcoin ครั้งแรกผ่านแพลตฟอร์ม Circle และประทับใจในวิสัยทัศน์ของ Jeremy Allaire CEO ของ Circle ที่นำพาบริษัทถึงสองแห่งเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จ
- การเดินทางของ Circle จากโบรกเกอร์ซื้อขายบิตคอยน์ หันไปทำฟินเทค กลับมาทำธุรกิจ Exchange และท้ายที่สุดคือการเดิมพันทั้งหมดกับ Stablecoin ซึ่ง USDC แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและมองการณ์ไกลของผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Pantera มองหา
- บทเรียนจาก Circle คือเหตุผลที่ Pantera เลือกเดิมพันใน “คน” และให้เวลาแก่ผู้ประกอบการในการสร้างวิสัยทัศน์ระยะยาว
มิติใหม่ในวงการ Crypto เมื่อกฎเกณฑ์ชัดเจนและตลาดทุนเปิดประตูต้อนรับ
- Paul มองว่าปัจจัยด้านกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้นในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับ Stablecoin หรือโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็น "ลมใต้ปีก" ที่สำคัญซึ่งจะช่วยปลดล็อกการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยมากขึ้น และมีส่วนช่วยสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับวงการ รวมถึงส่งผลให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของ Altcoins ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร
- ในขณะเดียวกัน ประตูสู่ตลาดทุนแบบดั้งเดิมกำลังเปิดกว้างขึ้นสำหรับบริษัท Crypto ตัวอย่างเช่น Amber และ Circle ที่สามารถจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ได้สำเร็จ หรือ MicroStrategy ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนประตูให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึง Bitcoin ได้ก่อนที่จะมี ETF เสียอีก
- Pantera Capital มองเห็นโอกาสในเทรนด์นี้และเข้าไปลงทุนในบริษัทที่มีโมเดลแบบ "Digital Asset Treasury" ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเข้าซื้อและถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่ เช่น Bitcoin, Ethereum หรือ Solana โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มต่อหุ้น (Asset per share) ผ่านการระดมทุนเพื่อซื้อสินทรัพย์เพิ่มหรือการนำสินทรัพย์ไปสร้างผลตอบแทน (Staking/Yield) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่นักลงทุนสถาบันคุ้นเคยและเชื่อมั่นที่จะลงทุน
กลยุทธ์กองทุนใหม่ "Fund V" มีความยืดหยุ่นเป็นหัวใจสำคัญ
สำหรับกองทุนใหม่ล่าสุดมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ Pantera ได้ออกแบบโครงสร้างให้มีความยืดหยุ่นสูงสุด หรือที่เรียกว่า "All of the above" หมายถึงการไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่การลงทุนในหุ้น (Equity) เหรียญ (Tokens) หรือสินทรัพย์สภาพคล่องสูงเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปตามสภาวะตลาดได้
- สัดส่วนหลัก: มุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ที่ไม่มีสภาพคล่อง (Non-liquid strategies) เช่น การลงทุนในบริษัทระยะเริ่มต้น (Early-stage equity) โทเคนในรอบ Private Sale และโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น การซื้อหุ้นในตลาดรอง หรือการลงทุนในบริษัท Digital Asset Treasury
- การลงทุนระยะเริ่มต้น: ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน Blockchain ใหม่ๆ ไปจนถึงบริษัทที่สนับสนุนระบบนิเวศโดยรวม (เช่น โบรกเกอร์ Exchange ผู้ให้บริการข้อมูล และบริษัทด้านความปลอดภัย)
- เทรนด์น่าจับตา: Paul คาดการณ์ว่าคลื่นลูกต่อไปของวงการจะมาจาก "บริษัทสำหรับผู้บริโภค" (Consumer Companies) ซึ่งจะสามารถใช้โทเคนเป็นเครื่องมือในการดึงดูดผู้ใช้งานและนักพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหตุผลเบื้องหลังกลยุทธ์เหล่านี้คือ ตลาด Crypto กำลังเติบโตและซับซ้อนขึ้น นักลงทุนสถาบันต้องการพันธมิตรที่ไว้ใจได้และสามารถปรับกลยุทธ์ไปตามสภาวะตลาดที่แตกต่างกันได้ ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือ ผลตอบแทน (Performance and Returns) ดังนั้นความยืดหยุ่นในการเลือกลงทุนในกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
อนาคต DeFi, Tokenization, Stablecoins และ AI จะเป็นอย่างไร

Paul ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของเทคโนโลยีต่างๆ ใน Crypto ดังนี้:
- DeFi (Decentralized Finance): มองว่า DeFi คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะดึงดูดให้นักลงทุนสถาบันเข้ามาในวงการอย่างแท้จริง โดยในช่วงแรกอาจจะเป็นการใช้งาน DeFi ผ่านตัวกลาง (Crypto-enabled) ก่อนที่สถาบันจะปรับตัวเข้าสู่โปรโตคอลโดยตรง
- Tokenization (การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน): การแปลงสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น หุ้น, พันธบัตร หรืออสังหาริมทรัพย์ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ DeFi เติบโตขึ้น เนื่องจากจะสร้างสภาพคล่องและประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์เหล่านี้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำ
- Stablecoins: คือหัวใจสำคัญของการชำระเงินข้ามพรมแดน (Cross-border payments) และการโอนเงิน (Remittances) ทั้งสำหรับผู้บริโภคทั่วไปและภาคธุรกิจ ซึ่ง Paul เชื่อว่าจะเกิดธุรกิจระดับหลายพันล้านดอลลาร์ขึ้นมาเพื่อให้บริการในด้านนี้โดยเฉพาะ
- AI และ Crypto: Paul มองว่า AI และ Crypto ต้องเดินไปคู่กัน เทคโนโลยี Blockchain และ Crypto สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสให้กับข้อมูล, โมเดล และ Agents ของ AI ได้ ดังนั้น การลงทุนใน Crypto จึงเปรียบเสมือนการลงทุนในอนาคตของ AI ไปในตัว
ทิศทางในอนาคตที่ยังคงเชื่อมั่นในวัฏจักรและโอกาสที่ยิ่งใหญ่
แม้จะอยู่ในวงการมานาน Paul ยังคงเชื่อใน "วัฏจักร 4 ปี" (Four-year cycle) ของตลาด Crypto และ Pantera ก็มีการปรับเปลี่ยนความเร็วในการลงทุน (Deployment Pace) ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดเสมอ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับนักลงทุน
Paul แสดงความเชื่อมั่นอย่างสูงว่าวงการ Crypto กำลังจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดใหม่ (All-time high) ที่ไม่เคยมีมาก่อน มีปัจจัยสำคัญที่รอการปลดล็อกก็คือความชัดเจนด้านกฎระเบียบ ซึ่งจะช่วยปูทางให้กับการเข้ามาของนักลงทุนสถาบัน ผู้สร้าง (Builders) และผู้ใช้งานทั่วโลก โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลาง
ส่วนการเดินทางของ Pantera และโลก Crypto ยังคงเต็มไปด้วยโอกาสและความน่าตื่นเต้นรออยู่ข้างหน้า โดย Pantera จะยังคงมองหาโอกาสในทุกช่วงวัฏจักรของตลาด และเดิมพันกับผู้ประกอบการที่กล้าคิด กล้าทำ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมในระยะยาว





