milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
VC Knowledge Sharing
15 ตุลาคม 2564
ภาษาไทย

ทำความรู้จัก Perpetual Swap นวัตกรรม

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินในตลาดซื้อขายล่วงหน้าหรือที่เรียกว่าตลาด Futures ในการเงินแบบ Centralized finance นั้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เป็นที่รู้จักกันโดยปกติ เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ในการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้วยการส่งมอบสินค้าที่ซื้อขายในอนาคตที่ช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ด้วยการตกลงกันที่ราคาปัจจุบันและตั้งเป็นการประกันราคาที่ระดับราคาซึ่งทั้งสองฝ่ายจะพึงพอใจร่วมกัน โดยสามารถใช้การ leverage กล่าวคือการไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเป็นมูลค่าสัญญาแต่จ่ายเพียงบางส่วนและมีการใช้หลักประกันอื่น ๆ มาค้ำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเอาไว้ ซึ่งสินค้าดังกล่าวอาจเป็นได้ทั้งเงินตราสกุลต่างประเทศ, ยางพาราแผ่น, ทองคำ, น้ำมัน, หรือสินค้าอื่น ๆ ตามแต่ที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะตกลงกัน โดยมากมักจะเกิดเนื่องจากความต้องการในการลด Market Risk ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน, ความเสี่ยงของตลาดที่เกิดจากการแปรปรวนของราคาสินค้า, ความเสี่ยงจากการจัดหา Supply เพื่อบริหารความเสี่ยงในการบริหารจัดการคลังสินค้าต่างๆ

1200x800 Perpetual Swap 01.png


อย่างไรก็ตามด้วยการใช้วิธีการ Leverage ดังกล่าวเบื้องต้นนั้นทำให้ผู้ซื้อสัญญา ​Futures สามารถนำเงินส่วนที่เหลือที่ไม่ได้จ่ายครบถ้วนไปทำการหาผลตอบแทนต่าง ๆ ได้ ในขณะที่เจ้าของสินค้าจะต้องแบกรับต้นทุนในการดูแลรักษาสินค้าจนกว่าจะถึงกำหนดส่งมอบหรือที่เรียกว่า Carry fee ทำให้ผู้ซื้อสัญญาต้องจ่ายเงินเป็นค่า Basis Premium หรือ Contango เพื่อชดเชยต้นทุนส่วนดังกล่าวของผู้ขาย ทำให้ราคาของ Futures contract จะสูงกว่าราคา ณ ขณะเวลานั้น ๆ (Spot price + Premium) และจะกลับมาเท่ากันอีกครั้งเมื่อถึงวันส่งมอบสินค้าจริง

แต่นั่นเป็น Futures contract ที่เราคุ้นเคยกันในตลาด Centralized finance ทั่วไป หากมองที่ตลาดการเงินยุคใหม่อย่าง Decentralized finance ในโลกของ Cryptocurrency ความแตกต่างจะเกิดขึ้นเมื่อการส่งมอบสินค้าจริงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในตลาดแห่งนี้ แต่หากต้องส่งมอบเป็น Token สกุลต่าง ๆ ก็ทำได้ง่ายดายกว่าโลกการเงินแบบ traditional เป็นอย่างมาก และประกอบกับความสามารถในการ Leverage ในตลาดทำให้มีนักเก็งกำไรที่มองเห็นโอกาสในการทำกำไรจากส่วนต่าง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ที่เป็นนวัตกรรมทางการเงินซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่เริ่มต้นจากโลกของ Crypto อย่างแท้จริง นั่นคือ Perpetual Futures หรือ Perpetual Swap เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีการส่งมอบ แทนที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขยายเวลาของสัญญา Futures ไปเรื่อย ๆ (rollover) ซึ่งมีทั้งค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการดำเนินการก็ทำให้สัญญา Futures ดังกล่าวเป็นสัญญาที่ไม่มีระยะเวลาสิ้นสุด หรือไม่มีกำหนดวันส่งมอบสินค้าไปเสีย

ถึงแม้ว่าการกำหนดวิธีการดังกล่าวเบื้องต้นเป็นการลดต้นทุนการต่อสัญญา แต่ก็สามารถมองได้ว่า การที่ไม่มีวันส่งมอบสินค้าเช่นนี้ จะทำให้มูลค่าของ Future value หรือที่ในตลาด crypto เรียกว่า Mark กับมูลค่า Spot หรือ Index value ถ่างกันออกไปเรื่อย ๆ กลายเป็น asset 2 ชนิดที่ต่างมีมูลค่าเป็นของตัวเองโดยสิ้นเชิง ซึ่งเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวนั้น จึงมีการคิด Funding fee ออกมาเป็นมาตรการที่ใช้กดดันให้ราคากลับเข้าหากันเหมือนในตลาด Traditional

โดยหลักการของ Funding fee จะแบ่งเป็นดังนี้ หากราคา Mark สูงกว่า Index ผู้ซื้อ (ที่เรียกว่า Long) สัญญาดังกล่าวต้องจ่ายเงิน Funding fee ให้ผู้ขาย (ที่เรียกว่า Short) ซึ่งถือเป็นการลงโทษที่ทำให้หากผู้ที่ Long ไม่ต้องการเสียเงินก็ควรขายสัญญาเพื่อปิด Position ดังกล่าว หยุดการจ่ายค่าธรรมเนียมที่จะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ ไม่สิ้นสุดจนกว่าราคาจะลงมาเท่า Index price หรือมีการปิด Position และเมื่อมีการขายสัญญาก็จะมีผลทำให้ราคาค่อย ๆ ลดลง และกลับเข้าสู่ราคา Index Price อีกครั้ง และในทางกลับกันหากราคา  Index สูงกว่า Mark ก็จะทำให้เกิดผู้จ่าย Funding fee ที่สลับสถานการณ์กัน โดยการ Hedging ที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุเนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลาที่ต้องถือเหรียญไว้ หรือการนำเหรียญไปหาผลตอบแทนในตลาดอื่นได้สูง แต่ยังต้องการทำการ Hedging เพื่อลดความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงราคาของเหรียญในอนาคต

ซึ่งแม้ว่า Funding fee จะถูกคิดขึ้นมาเพื่อปรับกลไกตลาดให้ทำงานตามที่ควรจะเป็น แต่เนื่องด้วยความใหม่ของ Perpetual Futures ซึ่งเพิ่งถูกคิดค้นขึ้นมาน้อยกว่าหนึ่งทศวรรษ จึงทำให้ยังไม่มีวิธีการคิด Funding fee ที่เป็นมาตรฐานกลาง แต่ละผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเหรียญ เช่น Binance หรือ FTX  ก็จะมีวิธีในการคิด Funding fee เป็นของตัวเอง ผู้ลงทุนจึงควรตระหนักและศึกษาให้รอบคอบก่อนการลงทุน

แต่หากดูที่การเติบโตของตลาด Futures บนโลก DeFi จะพบว่ามีการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ จากเมื่อเดือนมีนาคมของปี 2020 ซึ่งทั้งตลาดมีมูลค่า Open interest ณ เวลานั้นอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายนของปี 2021 ที่ผ่านมา มูลของ Futures ขึ้นไปสูงถึง 81,000 ล้านบาท ก่อนจะตกลงมาตามการ crash ของตลาด Crypto เมื่อเดือนมิถุนายน 2021 ที่ผ่านมา โดย Nominal value ปรับฐานลงมาเหลือ 30,000 ล้านบาท ซึ่งก็ยังแสดงให้เห็นทั้งความเติบโต และการมีปฏิกิริยาตอบสนองตามวัฏจักรของตลาดอย่างชัดเจน โดยแต่เดิมนั้นผลิตภัณฑ์นี้เป็นนวัตกรรมทางการเงินที่ถูกสร้างขึ้นโดย BitMex ก่อนจะมีสภาพเป็น Fragmented Market อย่างที่เห็นในปัจจุบัน เพื่อให้เห็นภาพขนาดของตลาด หากเปรียบเทียบจำนวน Futures contract ของ Thai Futures Exchange (TFEX) หรือตลาดซื้อขายล่วงหน้าของไทยซึ่งมี 3.4 ล้านสัญญา กับจำนวน Futures Contract ของเฉพาะ Bitcoin ไม่รวมเหรียญอื่น ๆ ก็มีสูงถึง 10 ล้านสัญญา แต่อย่างไรก็ตาม หากนำไปเทียบกับ Chicago Market Exchange (CME) ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 51.3 ล้านสัญญา จะพบว่า Traditional market ยังคงโตกว่าโลก DeFi อยู่มาก

แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีการเกิดขึ้นของนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ของโลก DeFi อีกมากมาย เช่น Alpha Finance ที่กำลังอยู่ในช่วงทดลองการทำให้ Funding fee ถูกรวมไปอยู่ในราคาของ Futures contract หรือ การแปลงสัญญาเป็นการ Tokenize เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนมือของเจ้าของสัญญาได้โดยง่าย รวมถึง นวัตกรรมที่ได้รับการเอ่ยถึงของ Injective Protocol ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่าจะสามารถนำ Perpetual Futures นี้มาให้กับสินค้าหรือสินทรัพย์ Non-crypto ได้หรือไม่ จะสามารถเปลี่ยนการส่งของจริง ๆ เป็นการจ่ายด้วยเงินสดแทนเพื่อให้การซื้อขาย Futures contract มีความไร้พรมแดนโดยไม่ต้องสนใจเรื่องของ Logistics ได้หรือไม่ ในอนาคตยังมีนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ อีกมากมายที่รอการพิสูจน์และนำมาใช้เพื่อเพิ่มทางเลือกและผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้แก่ผู้บริโภคต่อไปไม่รู้จบในอนาคตที่กำลังเดินทางมาถึงนี้

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept