VC Knowledge Sharing
August 27, 2021
รู้จัก Perpetual Futures เครื่องมือการเงินเพิ่มศักยภาพ Digital Asset

ในโลกการเงินและการลงทุน Futures Contract หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งเรียกสั้นๆ ว่า Futures เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นอย่างมาก รวมถึงช่วยปลดล็อกศักยภาพใหม่ๆ ของตลาดอันนำมาสู่นวัตกรรมที่มีในปัจจุบัน นักลงทุนส่วนใหญ่รู้จัก Futures ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์หรือตลาดทุน แต่ยังไม่คุ้นเคยกับ Perpetual Futures ซึ่งเป็นเครื่องมือด้านการลงทุนที่แพร่หลายในแวดวง Cryptocurrency ทั้ง CeFi และ DeFi ด้วยความใหม่ของเครื่องมือและศักยภาพของนวัตกรรม หลายคนคงอยากรู้ถึงที่มาของ Futures ชนิดนี้แล้ว ในครั้งนี้ ทีม Venture Capital ของ SCB 10X จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับนวัตกรรมข้างให้ทุกท่านได้เข้าใจจนกระจ่างไปพร้อมกัน

Perpetual Future.png

มาทำความรู้จักสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ Futures


ก่อนที่จะทำความรู้จักกับ Perpetual Futures เรามาทำความรู้จักกับนวัตกรรมในตลาดทุนที่เป็นพื้นฐานกันก่อน ซึ่งก็คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือ Futures นั่นเอง

Futures เป็นเครื่องมือในตลาดทุนสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ โดยเป็นการตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายว่าจะทำการซื้อขายสินทรัพย์ในอนาคต ด้วยราคาที่ทำการตกลงไว้ในวันที่เริ่มสัญญา ผลก็คือผู้ซื้อจะได้ซื้อสินค้าในราคา ณ วันที่ตกลง แม้ราคาตลาดจะผันผวนสูงขึ้น ส่วนผู้ขายจะได้ขายสินค้าในราคา ณ วันที่ตกลง โดยที่สินค้านั้นยังอยู่ในระหว่างการผลิต หรือยังใช้ประโยชน์จากสินค้าหรือสินทรัพย์นั้นๆ อยู่

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน คือการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของโคเนื้อระหว่างเกษตรกรกับร้านอาหาร เกษตรกรมีลูกโคเนื้อที่จะพร้อมขายใน 3 เดือนข้างหน้าแต่ต้องการการันตีราคาขายในเวลานี้ ขณะที่ร้านอาหารมี Demand ชัดเจนว่าจะต้องจัดเลี้ยงในอีก 3 เดือนข้างหน้าโดยต้องซื้อสินค้าในราคาตลาดเวลานี้ เพื่อเป็นการควบคุมความเสี่ยง เกษตรกรและร้านอาหารจึงตกลงทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ระบุให้เกษตรกรขายวัวในราคาปัจจุบัน และทำการส่งมอบให้กับร้านอาหารในอีก 3 เดือนข้างหน้า

perpetual future.png

สาเหตุที่ Futures เป็นเครื่องมือที่ถูกใช้งานในตลาดเงินอย่างแพร่หลาย ประกอบด้วย 3 เหตุผล ได้แก่

  • ลดความเสี่ยงจากราคาผันผวน Futures เป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้กับหลายสินทรัพย์ ช่วยให้ทุกฝ่ายควบคุมความเสี่ยงให้สามารถยังดำเนินธุรกิจไปได้ โดยส่วนใหญ่มักจะใช้ลดความเสี่ยง 3 ลักษณะ ได้แก่ Exchange Risk ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินให้บริการได้ตามปกติ Market Risk ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตลาด และ Supply Risk ความเสี่ยงจากการเพิ่มหรือลดของอุปสงค์ซึ่งอาจทำให้สินค้าขาดตลาดเมื่อต้องใช้
  • ผู้ขายสามารถใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์นั้นได้ก่อนจะทำการส่งมอบ สาเหตุหนึ่งที่ Futures เป็นเครื่องมือที่ผู้ซื้อนิยมใช้เนื่องมาจาก ผู้ขายสามารถใช้ประโยชน์จากการที่ยังเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นได้ เช่นกรณีของโคเนื้อ ระหว่างที่ผู้ขายเก็บโคเนื้อไว้ก็อาจทำการเพาะพันธุ์ลูกโคเพิ่มเติมได้
  • ผู้ซื้อยังเก็บเงินสดไว้รับผลตอบแทนระหว่างรอปิดสัญญา Futures บางสัญญาเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อจ่ายซื้อแค่สัญญาเป็นสัดส่วนราว 10 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้ซื้อยังมีเงินสดจำนวนที่พร้อมจะจ่ายเพื่อปิดสัญญาเก็บไว้ตามระยะเวลา ซึ่งส่วนนี้ผู้ซื้ออาจนำไปลงทุนระยะสั้นให้ได้ผลตอบแทนได้

ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ซื้อมีโอกาสได้รับผลตอบแทน ขณะที่ผู้ขายยังต้องแบกรับค่าดูแลสินทรัพย์ก่อนส่งมอบ จึงมักมีการเสนอค่า Basis เพื่อชดเชยให้แก่ผู้ขาย ซึ่งจะคำนวณจากส่วนต่างระหว่างราคาตลาดและราคา Futures ตามระยะเวลาเสนอสัญญา

perpetual future - 1.png

ตลาด Futures เป็นตลาดที่มีได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมีการกำกับดูแลที่ชัดเจน ในประเทศไทยเองก็มีตลาด Futures คือ TFEX ซึ่งอยู่ในการดูแลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


Perpetual Futures การต่อยอดเพื่อสอดรับศักยภาพของ Digital Asset


จะเห็นได้ว่า Futures เป็นนวัตกรรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในกรณีที่ไม่สามารถส่งมอบสินทรัพย์ได้ทันที แต่ต้องการซื้อขายในราคาซึ่งเห็นว่ามีความเหมาะสมในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ในมุมของ Digital Asset ซึ่งการส่งมอบทำได้อย่างสะดวก และการร่างสัญญาเพื่อให้ส่ง Digital Asset ก็ถือเป็นต้นทุน การออกสัญญาซื้อขายแบบเดิมที่มีกำหนดเวลาส่งมอบจึงไม่เหมาะ แต่เพื่อให้สินทรัพย์เกิดสภาพคล่องมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการคิดค้น Perpetual Futures

Perpetual Futures หรือบางแห่งเรียกว่า Perpetual Swap หมายถึงสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีกำหนดเวลา ผู้ที่ทำการซื้อขายสามารถถือสัญญาได้โดยไม่จำเป็นต้องส่งมอบ Asset ระหว่างกัน Perpetual Futures เกิดขึ้นมาเนื่องจากความต้องการของผู้ถือสินทรัพย์ซึ่งไม่ต้องการขายสินทรัพย์ออกเนื่องจากใช้สร้างผลตอบแทนผ่าน DeFi อยู่ หรือติดสัญญาห้ามซื้อขายเนื่องจากซื้อสินทรัพย์ผ่าน ICO ก็สามารถสร้างผลตอบแทนระหว่างที่ไม่สามารถซื้อขายจริงได้

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Perpetual Futures ไม่จำเป็นต้องมีการส่งมอบ จึงไม่ถูกควบคุมราคาโดยการปิดสัญญา ณ วันที่ส่งมอบเหมือน Futures ทำให้มีโอกาสเกิดเหตุการณ์ Price Divergence คือการที่ราคา Futures กับราคาตลาดหรือ Spot ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเท่ากับเป็นสินทรัพย์คนละชนิดซึ่งผิดวัตถุประสงค์การใช้งาน ด้วยเหตุนี้ ผู้ให้บริการจึงคิดค้นกลไกที่เรียกว่า Funding Fee ขึ้น เพื่อสร้างแรงกดดันในการควบคุมให้ราคา Futures เป็นไปในทิศทางเดียวกับราคา Spot โดยมีวิธีจัดการดังนี้

  • เมื่อราคา Futures ขึ้นสูงสวนทางกับราคา Spot ที่ลดต่ำลง ผู้ซื้อจะต้องจ่าย Funding Fee ให้กับผู้ขาย เพื่อกดดันให้เกิดการขาย และราคา Futures จะลดต่ำลง
  • เมื่อราคา Futures ลงต่ำสวนทางกับราคา Spot ที่เพิ่มสูงขึ้น ผู้ขายจะต้องจ่าย Funding Fee ให้กับผู้ซื้อ เพื่อกดดันให้เกิดการซื้อ และราคา Futures จะเพิ่มสูงขึ้น

perpetual future - 2.png

เนื่องจากยังเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่เพิ่งเกิดขึ้น ผู้ให้บริการแต่ละรายจะมีเกณฑ์การคำนวณและการกำหนด Funding Fee ที่แตกต่างกันไป นักลงทุนจะต้องคำนึงถึง Funding Fee ที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์และ Futures


ภาพรวมตลาด Perpetual Futures ในปัจจุบัน และอนาคต

ตลาด Perpetual Futures เกิดขึ้นครั้งแรกในตลาด Crypto ในปี 2016 โดยมี BitMex เป็นผู้ให้บริการรายแรก ปัจจุบัน Perpetual Futures เป็นประเภทสินทรัพย์ที่มีการซื้อขายในสัดส่วนที่สูงมากในตลาด Cryptocurrency ทั้งยังมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2020 ซึ่ง Exchange ระดับโลกหลายรายหันมารองรับบริการนี้ เช่น Binance, FTX 

Perpetual Futures ยังขยายขอบเขตประเภทสัญญาให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น Vanilla คือการนำเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าไปค้ำประกันเพื่อ Trade Crypto และ Inverse Contract ที่สามารถใช้ Crypto ค้ำประกันเพื่อ Trade เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ไปจนถึงการเพิ่มประเภทสินทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกันในการทำสัญญา Perpetual Futures นอกเหนือจาก Fiat money ให้รองรับ Stablecoin หรือ Cryptocurrency เมื่อมีรูปแบบที่หลากหลายทำให้นักลงทุนหันมาลงทุนหาผลตอบแทนกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม ด้วยความนิยมและการแข่งขันที่สูงขึ้น จึงมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ Washtrading หรือการที่ Exchange ทำการซื้อขายกับตัวเองเพื่อเพิ่ม Volume ทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ทั้งนี้ Washtrading เป็นกรณีที่พิสูจน์ได้ยาก แต่ก็เป็นที่จับตาของ Regulator อยู่เช่นกัน

แม้ว่าภาพรวมปัจจุบันของ Perpetual Futures จะดูไปได้สวยในส่วนของผู้ให้บริการบน CeFi แต่นวัตกรรมนี้ก็ยังได้รับการพัฒนาต่อยอดอยู่บน DeFi เช่นกัน โดยรายที่กำลังพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมอยู่ ประกอบด้วย

  • Alpha Finance Fintech Startup ใน Portfolio ของ SCB 10X กำลังพัฒนา Perpetual Futures แบบที่ไม่มีค่า Funding Fee โดยนำ Funding rate ใส่เข้าไปในราคาสัญญาเพื่อให้ง่ายต่อการลงทุน และกำลังพัฒนาสัญญา Futures ให้เป็น Token เพื่อที่สามารถโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของหรือหาผลตอบแทนกับ DeFi อื่นๆ ได้
  • Injective Protocol ผู้ให้บริการ Decentralized Exchange ระดับโลก กำลังพัฒนา Perpetual Futures สำหรับ non-crypto asset เช่น หุ้นหรือสินค้าอุปโภคบริโภค โดยที่สามารถปิดสัญญาด้วยการจ่ายเงินส่วนต่างกำไรแทนการส่งมอบสินค้า

จะเห็นได้ว่า Perpetual Futures แม้เป็นนวัตกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นในแวดวง Crypto แต่ก็เป็นแนวคิดที่ต่อยอดจาก Traditional Finance ทั้งยังมีโอกาสนำไปใช้กับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ นอกเหนือจาก Digital Asset ในอนาคตด้วย ดังนั้น โลกการเงินทุกวันนี้ การเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ไปพร้อมกับความเข้าใจแนวคิดเดิมจึงจำเป็นอย่างมาก ซึ่งในโอกาสหน้า ทีม Venture Capital ของ SCB 10X จะมีความรู้เรื่องนวัตกรรมทางการเงินและการลงทุนมานำเสนอกันอีก อย่าพลาดติดตาม