milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
VC Knowledge Sharing
26 สิงหาคม 2568
ภาษาไทย

On-Chain Intelligence: ปลดล็อกศักยภาพข้อมูลบนบล็อกเชน

Fireside Chat ที่น่าสนใจโดยมี Alex Svanevik CEO และผู้ร่วมก่อตั้งของ Nansen พร้อมด้วย คุณธนวัฒน์ ชิวหวรรณ CEO ของ Tokenomist ประเด็นหลักในการแบ่งปันข้อมูลจะเน้นไปที่การทำให้นักลงทุนและผู้ใช้งานในวงการคริปโตเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ง่ายขึ้น โดยเปลี่ยนข้อมูลดิบที่ซับซ้อนบนบล็อกเชนให้กลายเป็นข้อมูลสำคัญที่นำไปใช้ตัดสินใจได้จริง วิวัฒนาการนี้ขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของตลาดและบทบาทสำคัญของ AI ที่เข้ามายกระดับเครื่องมือวิเคราะห์ให้ทำได้มากกว่าแค่การเฝ้าดูข้อมูล แต่สร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับผู้ลงทุน แรงจูงใจ และทิศทางของเงินทุนในเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจัดการสินทรัพย์บนเชนของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพในท้ายที่สุด


Article4JUL_1200x800.jpg


จากยุคของ Ethereum สู่ตลาดแบบ Multi-Chain

Alex อธิบายให้เห็นถึงความแตกต่างของภูมิทัศน์คริปโตในปัจจุบันเมื่อเทียบกับปี 2019 จากในอดีตที่หลายคนเชื่อว่า Ethereum จะเป็น Chain เดียวที่มีความสำคัญ ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมคริปโตได้เติบโตและแตกแขนงออกไปสู่ระบบนิเวศแบบ Multi-chain ที่เต็มไปด้วย Layer 1 และ Layer 2 ที่แข่งขันกัน แต่ละ Chain ต่างก็มีชุมชนและระบบเศรษฐกิจของตัวเอง

การกระจายตัวนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ “ขณะที่เริ่มสร้าง Nansen จะเน้นโฟกัสแค่ Ethereum เท่านั้น” Alex กล่าว “แต่วันนี้เรารองรับบล็อกเชนมากกว่า 30 Chain และหากนับรวมการติดตามพอร์ตโฟลิโอด้วยก็จะอยู่ที่ 50 กว่า Chain”

การขยายตัวยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ใช้งานอย่างสิ้นเชิง ค่า Gas fee ที่เคยสูงลิ่วจนทำให้การซื้อขายส่วนใหญ่ต้องจำกัดอยู่บน Centralized exchange ได้ถูกแทนที่ด้วยเชนที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งดึงดูดสภาพคล่องและกิจกรรมบนเชนจำนวนมหาศาล ขณะเดียวกัน Decentralized exchanges (หรือ DEXs) ก็เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้การ Swap และการมีส่วนร่วมใน DeFi เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้คนในวงกว้าง และเมื่อมูลค่ามหาศาลเคลื่อนย้ายมาอยู่บนบล็อกเชน ความได้เปรียบที่สำคัญที่สุดในการเอาชนะตลาดจึงมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนโดยตรงนั่นเอง


กลเม็ดฉบับ Nansen: การผนวกรวม AI สำหรับการระบุ Wallet Address

ในโลก Multi-chain ที่ซับซ้อน การมีข้อมูลดิบนั้นยังไม่เพียงพอ หัวใจสำคัญคือการรู้ให้ได้ว่าใครคือเจ้าของ Address เหล่านั้น และนี่คือจุดที่ทำให้ Nansen โดดเด่นขึ้นมาด้วยความสามารถที่ Svanevik เรียกว่าเป็น “Superpower” หรือไพ่ตายของบริษัท นั่นก็คือการระบุ Wallet Address นั่นเอง

ปัจจุบัน Nansen ได้ระบุ Address ไปแล้วกว่า 400 ล้าน Address ทำให้ Address นิรนามเหล่านี้นำมาจับต้นชนปลายได้ โดยสามารถชี้ชัดได้ว่า Address นั้นเป็นของกองทุน Market Maker วาฬ หรือผู้เล่นรายใหญ่อื่นๆ ได้ จากเดิมที่กระบวนการนี้ต้องอาศัยทั้งอัลกอริทึมและทีมงานที่ต้องค้นคว้าข้อมูลด้วยตนเอง ปัจจุบัน AI ได้เข้ามาปฏิวัติกระบวนการนี้ โดยใช้ AI Agent ที่ซับซ้อนเข้ามาทำงานค้นหาและตรวจสอบอัตโนมัติ ทำให้รวดเร็วและแม่นยำสูง

โดยอีกเครื่องยืนยันความสำเร็จคือฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดอย่าง “Deep Research” ที่ผู้ใช้สามารถสั่งการให้ AI Agent เข้าไปตรวจสอบ Address ใดๆ พร้อมรวบรวมหลักฐานและระบุตัวตนเบื้องหลังได้ภายในไม่กี่นาที ซึ่งเป็นงานที่ในอดีตอาจต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงหรือหลายวันด้วยซ้ำไป

แนวทางที่นำ AI มาเป็นแกนหลักของ Nansen ไม่ได้หยุดอยู่แค่การระบุ Address เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงการเชื่อมต่อกับเชนต่างๆ ซึ่งเป็นรากฐานของการรวบรวมข้อมูล โดย Svanevik ได้ยกตัวอย่างที่น่าทึ่งเพื่อแสดงให้เห็นถึงความก้าวกระโดดนี้ว่า “ในอดีต การเชื่อมต่อกับเชนอย่าง Solana อาจใช้เวลาถึง 6-9 เดือน แต่ตอนนี้เราสามารถทำเสร็จได้ภายในวันเดียว” การเร่งความเร็วอย่างมหาศาลนี้เกิดขึ้นจากการใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด ทำให้ Nansen ก้าวทันนวัตกรรมบล็อกเชน และทีมงานสามารถทุ่มเทเวลาไปกับการตรวจสอบคุณภาพได้เต็มที่ แทนที่จะต้องมานั่งเขียนโค้ดเอง


ถอดรหัสสัญญาณเพื่อติดตาม “Smart Money”

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ทรงพลังที่สุดและสร้างชื่อให้กับ Nansen คือการติดตาม “Smart Money” ท่ามกลาง Wallet นับร้อยล้านที่เคลื่อนไหวบนบล็อกเชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงเสียงรบกวนจากรายย่อย แนวคิดของ Smart Money คือการคัดกรองเสียงรบกวนเหล่านี้ทิ้งไป เพื่อโฟกัสเฉพาะ Wallet ที่มีประวัติการลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องเป็นหลัก

Alex ได้อธิบายว่าหัวใจหลักของวิธีนี้คือการคำนวณกำไรและขาดทุน (P&L) จากกิจกรรมการซื้อขายของทุก Address อย่างละเอียด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมาก เพราะต้องแกะรอยธุรกรรมข้ามเชน วิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์กับ DeFi โปรโตคอล คัดกรอง Scam Token และรวมผลตอบแทนจากการ Staking เข้าไปด้วย เมื่อนำข้อมูลมาจัดอันดับตามผลกำไรในอดีต ผู้ใช้งานก็จะได้ข้อมูลตั้งต้นที่ทรงคุณค่า สำหรับใช้ติดตามว่านักลงทุนที่ประสบความสำเร็จกำลังเคลื่อนไหวอย่างไรแบบเรียลไทม์

แต่การวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น Svanevik อธิบายว่า “ก้าวต่อไปไม่ใช่แค่การวัดว่าในอดีตพวกเขาทำเงินได้เท่าไหร่ แต่คือการที่เราจะสามารถคาดการณ์ได้ว่าในอนาคตพวกเขาจะทำเงินได้เท่าไหร่” การก้าวไปสู่การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) นี้เอง คือเป้าหมายสูงสุดของวงการ On-chain Intelligence


มนุษย์ใช้งาน Agent ส่วน Agent หันไปใช้ซอฟต์แวร์

วิสัยทัศน์ที่น่าสนใจที่สุดของ Svanevik ใน Fireside Chat ครั้งนี้ อาจเป็นมุมมองของเขาต่ออนาคตของปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับซอฟต์แวร์ โดยเขาได้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) ครั้งสำคัญ

“ในโลกยุคเก่า มนุษย์จะใช้ซอฟต์แวร์โดยตรง” เขากล่าว “แต่ในกระบวนทัศน์ใหม่ มนุษย์จะใช้ Agent และ Agent จะเป็นผู้ใช้ซอฟต์แวร์

แนวคิดนี้หมายความว่า แทนที่ผู้ใช้จะต้องเรียนรู้วิธีการใช้งาน Dashboard หรือฟิลเตอร์ที่ซับซ้อนด้วยตนเอง ในอนาคตพวกเขาสามารถสั่งงานด้วยภาษาพูดหรือการพิมพ์ข้อความง่ายๆ จากนั้น AI Agent จะทำหน้าที่ทำความเข้าใจคำสั่ง เข้าไปทำงานกับซอฟต์แวร์เบื้องหลังที่ทรงพลัง และนำเสนอคำตอบกลับมาให้โดยตรง วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความยุ่งยากในการเรียนรู้ แต่ยังเป็นการเปิดตลาดให้ผู้ใช้กลุ่มใหญ่สามารถเข้าถึงเครื่องมือ On-chain Intelligence ระดับสูงได้ เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์นี้ Nansen กำลังจะเปิดตัว API ในเวอร์ชัน Private Beta เร็วๆ นี้ เพื่อให้นักพัฒนาและกองทุนสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลของ Nansen ได้โดยตรงผ่านโปรแกรม


อนาคตของทรัพย์สินจะอยู่บนเชน

บทสรุปจากการเสวนาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ การมาบรรจบกันของระบบนิเวศ Multi-chain ที่สมบูรณ์กับพลังของ AI กำลังเปิดศักราชใหม่ให้กับวงการ โดย On-chain Intelligence กำลังพัฒนาจากเครื่องมือวิเคราะห์เชิงรับ ไปสู่กลไกที่สามารถคาดการณ์ค้นหาโอกาสได้ ทิศทางดังกล่าวสะท้อนออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม อย่างกรณีความร่วมมือระหว่าง Nansen และ Tokenomist ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้จริงเพื่อสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่ครบวงจรและไร้รอยต่อ โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์โทเคนของ Tokenomist ได้โดยตรงผ่านฟีเจอร์ Token God Mode บนแพลตฟอร์มของ Nansen ซึ่งการผสานข้อมูลเชิงลึกเข้าด้วยกันนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ท้ายที่สุด Svanevik ชี้ว่าการเติบโตที่แท้จริงระดับ 1000 เท่าของอุตสาหกรรมจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมูลค่าบนเชนก้าวข้ามจากโทเคนเก็งกำไรไปสู่สินทรัพย์ในโลกแห่งความจริง (Real-World Assets) เขาวาดภาพอนาคตที่ความชัดเจนด้านกฎระเบียบจะเอื้อให้ทุกสิ่งสามารถถูกแปลงเป็นโทเคนได้ แม้กระทั่งหุ้นของบริษัทอย่าง Nansen เอง ซึ่งสามารถนำไปซื้อขายบน DEX หรือใช้ค้ำประกันใน DeFi ได้ นี่คือภาพอนาคตของเศรษฐกิจบนเชนที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และชาญฉลาด ที่ Nansen กำลังมุ่งมั่นสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดขึ้นจริง ด้วยการเปลี่ยนข้อมูลทุกจุดบนเชนให้กลายเป็นความรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI


📹 รับชมเนื้อหาทั้งหมดได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=0uP2zDg-GEY

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept