milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
Technology
12 กรกฎาคม 2564
ภาษาไทย

รู้จักกับ NFT เหตุใดถึงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ร้อนแรงสุดในเวลานี้?

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา “สินทรัพย์ดิจิทัล” ได้เริ่มก้าวเข้าสู่กระแสนิยมของโลกการเงินมากขึ้น หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากับบิทคอยน์ อีเทอเรียม Dogecoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัลคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ กันไปแล้ว 


ครั้งนี้ NFT หรือ Non-Fungible Token ก็เป็นอีกสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบหนึ่งที่มีการซื้อขายในตลาดกันอย่างแพร่หลาย มูลค่าการซื้อขายของตลาด NFT ในเวลานี้ร้อนแรงทะลุเกิน 350 ล้านเหรียญ รวมไปถึงมีเซเลปดาราดัง เริ่มประมูลขาย NFT ของตนเองเพื่อตักตวงรายได้มหาศาล เช่น แจ็ค ดอร์ซีย์ CEO ของ Twitter, Shawn Mandes นักร้องชื่อดัง และ Steve Aoki ดีเจระดับโลก หรือแม้แต่ในไทยเราค่ายเพลงแกรมมี่ยังพิจารณาสร้างรายได้จาก NFT ภายในปี 2021 นี้ 


เหตุใดทำให้คนหันมาสนใจสินทรัพย์ NFT ได้ขนาดนี้ แล้ว NFT คืออะไร แตกต่างจากสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซีรูปแบบอื่นอย่างไร แล้วสินทรัพย์อะไรที่จะจำแนกว่าเป็น NFT ได้บ้าง วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

1200x800 NFT, THE HOTTEST DIGITAL ASSET AT THE MOMENT.png


NFT คืออะไร


NFT (Non-Fungible Token) เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำซ้ำหรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทดแทนด้วยสินทรัพย์อื่น ๆ ก็ไม่ได้ ในจุดนี้ก็จะแตกต่างจากสกุลเงินดิจิทัลคริปโตเคอร์เรนซีทั่วไปที่แต่ละสกุลมีหน้าตาเหมือนกัน แลกเปลี่ยนหรือทดแทนกันได้ ตัวอย่างเช่น เราสามารถแลกเหรียญบิทคอยน์ (BTC) กลับเป็นสกุลเงินดอลลาร์ (USD)  กับบริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล และบริการนั้นยังคงนำเหรียญบิทคอยน์ของเรา (BTC) นำไปให้กับคนที่ต้องการจะซื้อได้ต่อ เป็นต้น 



สินทรัพย์อะไรที่สามารถเป็น NFT ได้?


NFT จะปรากฏอยู่ในสินทรัพย์อะไรก็ตามที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัล จับต้องไม่ได้ แต่คนมองว่าสิ่งนี้มีคุณค่ามากพอที่ยอมเป็นเจ้าของ จึงไม่แปลกใจเลยว่า NFT จะถูกใจสายนักสะสมของเป็นอย่างมาก เพราะตนเองจะรู้สึกว่ามีสิทธิพิเศษที่ได้ครอบครองของจำกัดและหายาก


ตัวอย่างของ NFT ที่ได้รับความนิยมที่ผ่านมา ได้แก่ ภาพวาด ผลงานเพลง คลิปวิดีโอ บัตรคอนเสิร์ต หรือแม้กระทั่งสเตตัสของ Facebook ทวีตก็สามารถเป็น NFT ได้ ดังได้เห็นจากกรณีที่ แจ็ค ดอร์ซีย์ ได้ประมูลข้อความทวีตแรกในโลก โดยกล่าวว่า “just setting my twttr” แม้ว่าจะเป็นเพียงข้อความ 1 ประโยคสั้น ๆ แต่กลับประมูลได้กว่า 2.9 ล้านเหรียญสหรัฐบนแพลตฟอร์มการซื้อขาย NFT ที่ชื่อว่า Valuables 


Sina Estavi ผู้ชนะการประมูลและได้ทวีตของดอร์ซีย์ไปครอบครองนั้นได้เผยผ่านทาง Twitter ว่า “นี่ไม่ใช่เพียงทวีตธรรมดาเท่านั้น ผมคิดว่าในอีกหลายปีข้างหน้า ผู้คนก็จะรู้สึกได้ถึงคุณค่าที่แท้จริงของทวีตนี้ เหมือนกับที่คนได้ให้มูลค่ากับผลงานศิลปะชื่อดังอย่างโมนา ลิซ่า” แสดงให้เห็นว่าการที่แต่ละคนให้คุณค่าและราคากับ NFT นั้น ไม่ต่างจากการที่คนชื่นชมในผลงานศิลปะหายาก เพียงแต่ว่าทุกอย่างจะอยู่ในโลกดิจิทัล และไม่สามารถสัมผัสได้เท่านั้นเอง 



NFT สร้างรายได้อย่างไร?


แน่นอนว่าการสร้างผลงานขึ้นมานั้นอาจจะไม่ต้องอาศัยความรู้การเงินเท่าไรนัก แต่การเปลี่ยนผลงานมาให้อยู่ในสินทรัพย์ดิจิทัล NFT นั้น จะต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนโดยระบบบล็อกเชน เป็นเสมือนพื้นที่แปลงสภาพวัตถุดั้งเดิมให้เป็น NFT เพื่อออกสู่โลกดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างของระบบบล็อกเชนที่ให้บริการในการออกสินทรัพย์ NFT เช่น Binance Smart Chain, Flow by Dapper Labs, Tron, EOS, Polkadot เป็นต้น ทั้งนี้แต่ละแพลตฟอร์มจะมีแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ผลิต NFT แตกต่างกันไป เช่น หากจะออก NFT บนแพลตฟอร์ม Binance Smart Chain ก็จะขายได้เพียงในตลาดซื้อขายที่รองรับเทคโนโลยีจาก Binance เท่านั้น


ต่อมาในขั้นตอนของการซื้อขาย ส่วนนี้ก็จะมี Marketplace หรือตลาดเพื่อรองรับการซื้อขาย NFT โดยเฉพาะเช่น OpenSea, Rarible และ Mintable โดยการจะวางขายสินทรัพย์ NFT ในตลาดนี้ได้นั้นจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นศิลปินบนแพลตฟอร์ม (listed artist) ก่อน ทั้งนี้ รายได้ของ NFT จะอยู่ในสกุลเงินดิจิทัล เช่น อีเทอเรียม หรือบิทคอยน์



แนวโน้ม NFT ในอนาคต 


ก่อนหน้านี้ NFT เป็นสินทรัพย์ที่จำกัดเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้นิยมผลงานศิลปะ เกม หรือแฟนๆ กีฬา ที่ชอบสะสมของประเภท limited edition แต่ขณะนี้ตลาด NFT ได้รับความนิยมอย่างร้อนแรงและค่อยๆ เริ่มเข้าสู่กระแสในหลายอุตสาหกรรม แบรนด์ดังระดับโลกรวมไปถึงเซเลบริตี้เริ่มให้ความสนใจที่ขายสินทรัพย์แปลงเป็นรูปแบบ NFT มากขึ้น ไม่นานมานี้ในเดือนเมษายน แบรนด์สุดหรูในวงการแฟชั่นอย่าง Gucci เริ่มออกสินค้ารูปแบบ NFT เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการจะเป็นเจ้าของความหรูหราในรูปแบบแปลกใหม่ในโลกดิจิทัลมากขึ้น หรือ Eminem แรปเปอร์ชื่อดังชาวอเมริกันก็ได้วางขายคอลเลคชั่น NFT ที่มีชื่อว่า Shady Con ซึ่งจะประกอบด้วยบีตเพลงดั้งเดิมที่สร้างโดย Slim Shady และแทร็กเพลงที่เจ้าของ NFT นี้สามารถฟังได้เท่านั้น 


ทำให้เห็นว่าการยอมรับสินทรัพย์ NFT จากคนที่มีชื่อเสียงจะช่วยเปิดทางให้คนส่วนใหญ่ทั่วโลกได้ทำความเข้าใจถึงความสำคัญกับ NFT และเชื่อในมูลค่าที่มี ยกระดับสินทรัพย์ให้อยู่ในกระแสหลักของโลกการเงินได้อีกด้วย

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept