milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
Technology
22 ธันวาคม 2566
ภาษาไทย

“Liquid Staking Token” เทรนด์สำคัญที่น่าจับตามองของโลก DeFi

รวมไฮไลต์เกี่ยวกับ “Liquid Staking Token” เทรนด์สำคัญในโลก DeFi ยุคใหม่ กับ Konstantin Lomashuk, Co-founder จาก Lido และ Rishi Ramchandani, APAC Web3 Lead จาก Googleที่มาร่วมสนทนากันในงาน REDeFiNE TOMORROW 2023 ในประเด็น "DeFi’ s Next Big Thing: Liquid Staking Token”

Redefine_Article2JUL_1200X800.jpg

ด้วยศักยภาพของ Blockchain ที่ Lomashuk เล็งเห็นถึงข้อดีมากมายนำไปสู่การจัดตั้ง “Lido” ซึ่งเป็น DAO และ Liquid Staking Prorocol โดยเป้าหมายของแพลตฟอร์มคือการสนับสนุนการกระจายอำนาจและ Blockchain ด้วยการใช้ Node ตรวจสอบความถูกต้องและให้บริการ Staking

LST คืออะไร ทำงานอย่างไร

Liquid Staking Tokens (LST) เป็นกลไกที่ทำให้ผู้ถือโทเคน Crypto มีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย Blockchain พร้อมไปกับการรักษาและเข้าถึงสภาพคล่อง ซึ่งเป็นอีกโซลูชันที่ช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดจาก Staking แบบดั้งเดิม

สำหรับการใช้งานเบื้องต้นผู้ใช้สามารถฝากโทเคนของตนบน LST Protocol ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ Smart Contract และจะได้รับโทเคน LST เป็นการตอบแทน และโทเคนเหล่านี้จะแสดงถึงการสนับสนุนความปลอดภัยของเครือข่ายและรับผลตอบแทน ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นอีกกลไกที่ช่วยสนับสนุนด้านความปลอดภัยให้กับ Blockchain

Liquid Staking Token แตกต่างกับการ Staking แบบรวมศูนย์ดั้งเดิมอย่างไร และผู้ใช้ได้อะไรจากโซลูชันนี้?

Lomashuk ได้เปรียบเทียบแนวทางการกระจายศูนย์ของ LST กับผู้ให้บริการ Staking แบบรวมศูนย์ดั้งเดิมต่างๆ เนื่องจากการใช้งานกับผู้ให้บริการในรูปแบบรวมศูนย์ย่อมมีความเสี่ยงจากผู้ให้บริการเหล่านี้ที่เป็นผู้ดูแลสินทรัพย์ ในทางกลับกันการใช้ LST ซึ่งอยู่ในรูปแบบกระจายศูนย์ผู้ใช้สามารถควบคุมเงินทุนหรือสินทรัพย์ของตนได้อย่างเต็มที่ด้วยความสามารถของ Smart Contract รวมถึงความโปร่งใสและความสามารถในการตั้งโปรแกรมช่วยทำให้การ Staking แบบกระจายศูนย์เป็นทางเลือกที่น่าไว้วางใจและยังเปิดกว้าง (Permissionless) กับผู้ใช้ทั่วโลก สรุปได้ว่า LST มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับโมเดลแบบรวมศูนย์หรือวิธีการดั้งเดิม

ทำไมจึงเชื่อใน DeFi และอนาคตของ LST ในตลาดจะเป็นอย่างไรต่อไป?

ระบบที่เปิดกว้าง (Permissionless) ของระบบการเงินใน DeFi เป็นจุดเด่นที่เป็นข้อได้เปรียบ โดยผู้ใช้ทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ง่าย แม้ว่าจะมีความเสี่ยงและปัญหามากมายในอุตสาหกรรม และ Lomashuk เห็นถึงการเกิดแอปพลิเคชันใหม่ๆ อีกมากมายและ DeFi สามารถการเกิดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคต อย่างไรก็ตามการให้บริการระบบกระจายศูนย์ยังคงต้องการกฎที่ชัดเจน เพื่อควบคุมการใช้งานเนื่องด้วยความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งใหญ่ช่วงผ่านมา

นอกจากนี้ Lomashuk ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับนวัตกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น เทคโนโลยีการตรวจสอบความถูกต้องแบบกระจายศูนย์ (Distributed Validator Technology: DVT) และการถอนเงินด้วย Smart Contract ซึ่งความก้าวหน้าเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Liquid Staking โดยช่วยให้เกิดการกระจายศูนย์และมีความปลอดภัยมากขึ้น

นอกจากนี้เขายังเล็งเห็นการเติบโตของแอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่สร้างขึ้นจากการต่อยอดบน Liquid Staking โดยสิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาโดยรวมของ DeFi และแสดงให้เห็นว่า Liquid Staking มีศักยภาพมากพอที่จะมีส่วนขับเคลื่อนวงการ DeFi 

ความเสี่ยงใน DeFi ที่ควรจับตามอง

ทั้งสองท่านต่างให้ความสำคัญกับช่องโหว่ของ Smart Contract และความไม่ชัดเจนด้านกฎระเบียบซึ่งเป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญ ผ่านการให้ความรู้กับผู้ใช้และปรับปรุง Protocol เพื่อรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้และเพื่อให้พื้นที่ DeFi สามารถเติบโตได้อย่างสมดุล

AI กับ Blockchain ทำงานร่วมกันได้หรือไม่?

อีกหนึ่งเทรนด์เทคโนโลยีที่สำคัญอย่าง AI ก็มีบทบาทที่น่าติดตามกับโลก Blockchain มากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากกรณีการใช้งานที่เกิดขึ้นอย่างเช่นการนำมาช่วยบริหารจัดการ, Machine Learning แบบกระจายศูนย์ และรูปแบบของการทำงานตอบโต้ได้เองแบบอัตโนมัติต่างๆ โดยสรุป Lomashuk ได้แสดงความคิดเห็นว่า AI สามารถนำมารวมกับ Blockchain ได้ รวมถึง Blockchain ก็มีศักยภาพในการสนับสนุนด้านความปลอดภัยและกฎระเบียบของ AI โดยช่วยกำหนดขอบเขตของนวัตกรรมแบบข้ามโดเมนและการทำงานร่วมกัน

รับชมทั้งหมดที่ DeFi’s Next Big Thing: Liquid Staking Token

บทความนี้สรุปจาก Virtual conference ที่จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2023

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Accept