milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
VC Knowledge Sharing
29 กรกฎาคม 2568
ภาษาไทย

Institutional Trading 2.0: จุดเปลี่ยนสำคัญของการเงินดิจิทัล

ประเด็นสำคัญจากเวที REDeFiNE TOMORROW 2025 ในหัวข้อ “Institutional Trading 2.0: Building the Digital Asset Stack” โดยมีคุณธนวัฒน์ สุตันติวรคุณ, CEO ของ Bitazza Thailand และ Anton Katz, CEO & Co-Founder ของ Talos แพลตฟอร์มชั้นนำด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถาบันการเงินในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล ได้เจาะลึกถึงวิวัฒนาการของตลาด ความท้าทาย และอนาคตของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถาบันการเงินในโลก Crypto

Article3JUN_1200x800.jpg


วิวัฒนาการจากตลาดของรายย่อยสู่โครงสร้างพื้นฐานระดับสถาบัน

Anton Katz เล่าถึงจุดกำเนิด Talos ในปี 2018 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือส่วนใหญ่ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลถูกสร้างขึ้นเพื่อลูกค้ารายย่อย (Retail) แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่าสถาบันการเงินจะเข้ามาในตลาดนี้อย่างแน่นอน Talos จึงสร้าง "เครื่องมือสำหรับสถาบัน (Institutional Tooling)" เพื่อเชื่อมต่อกับตลาดที่มีสภาพคล่องสูงแต่ยังขาดมาตรฐาน 

ตลาดได้มีวิวัฒนาการที่สำคัญหลายประการ ตัวอย่างเช่น:

  • กฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้น: หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกเริ่มมีแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล

  • CME Bitcoin Futures: การเปิดตัวฟิวเจอร์สของ Bitcoin บนตลาด CME (Chicago Mercantile Exchange) ถือเป็นก้าวสำคัญที่เปิดประตูให้สถาบันการเงินในสหรัฐฯ เข้ามาในตลาด

  • ผู้ให้บริการ Custody น่าเชื่อถือ: มีการเกิดขึ้นของผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลหรือ Custody ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

  • Prime Brokerage เริ่มชัดเจนขึ้น: บริการ Prime Broker สำหรับสถาบันการเงินเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น 

  • Bitcoin ETF: เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้เกิดการยอมรับในวงกว้าง

  • Stablecoins: เข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศการเงินดิจิทัล

อีกความเปลี่ยนแปลงจากในยุคแรกที่ลูกค้าสถาบันต้องการเพียง API เดียวเพื่อเชื่อมต่อกับทุก Exchange แต่ปัจจุบัน ความต้องการได้พัฒนาไปสู่เครื่องมือที่ซับซ้อนอย่าง การเทรดแบบ Spread, การบริหารพอร์ตโฟลิโอ, การวิเคราะห์ต้นทุนการทำธุรกรรม (TCA), และระบบ Reconciliation (การกระทบยอด) สะท้อนให้เห็นถึงวุฒิภาวะของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด



ความแตกต่างระหว่างตลาด Crypto และตลาดการเงินดั้งเดิม (TradFi)

Anton ได้เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างระหว่างสองโลกนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

  • ความคล้ายคลึงกัน: ระบบการเทรดแบบเป็นคู่ (Trading Pairs) ในตลาด Crypto มีความคล้ายคลึงกับตลาด FX จึงช่วยให้นักเทรดจากโลกการเงินดั้งเดิมสามารถปรับตัวได้ไม่ยาก ขณะเดียวกัน โครงสร้างตลาดที่ยังคงกระจายตัว (Fragmented) ก็คล้ายกับยุคแรกของตลาดการเงินอื่นๆ
     
  • ความแตกต่างที่สำคัญ:

    1. ตลาดแบบ 24/7 ไม่มีวันหยุดพัก: ตลาด Crypto ไม่มีวันหยุด ซึ่งส่งผลมหาศาลต่อการดำเนินงาน, การบริหารความเสี่ยง และประสิทธิภาพของเงินทุน โดยลักษณะการทำงานของตลาด Crypto ที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ได้สร้างความท้าทายใหม่ให้กับการดำเนินงานของสถาบันการเงิน ซึ่งบังคับให้ต้องมีการวางระบบบริหารจัดการความเสี่ยงและจัดสรรเงินทุนที่พร้อมตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของตลาดได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ จึงต้องการการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องสำหรับการซื้อขายขนาดใหญ่ (หลายร้อยล้านหรือพันล้านดอลลาร์) และต้องมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่งและกระบวนการชำระบัญชีตลอดเวลา

    2. เทคโนโลยีฝังในตัวสินทรัพย์ (Embedded Technology): จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างได้มากที่สุดในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลคือ ประสิทธิภาพการใช้เงินทุนที่เหนือกว่า ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะเทคโนโลยี Blockchain ที่ฝังอยู่ในตัวสินทรัพย์ (Embedded Technology) ทำให้สามารถชำระราคาได้ทันที (Real-time Settlement) หรือแม้แต่ภายในวัน (Mid-day Settlement) ดังนั้น ความสามารถในการลดความเสี่ยงและปลดล็อกเงินทุนได้อย่างรวดเร็วนี้ คืออีกเหตุผลสำคัญที่ Anton Katz เชื่อว่า "ในท้ายที่สุด สินทรัพย์ทุกอย่างจะกลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล"


ความท้าทายในการสร้างธุรกิจในโลกที่ผันผวน

การสร้าง Talos เต็มไปด้วยความท้าทายโดยมี 2 ด้านหลัก ได้แก่:

  • ความท้าทายภายนอก: คือการรับมือกับ "ความผันผวนซ้อนความผันผวน" ทั้งความผันผวนของการเป็นสตาร์ทอัพ และความผันผวนของตลาด Crypto โดยการบริหารจัดการท่ามกลางความไม่แน่นอน เช่น เหตุการณ์ FTX ล่มสลาย ถือเป็นบททดสอบที่สำคัญซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะตลาดตกต่ำที่ยาวนาน จึงสร้างความท้าทายอย่างมากสำหรับบริษัทเกิดใหม่

  • ความท้าทายภายใน (ปัจจุบัน): คือ การโฟกัสและจัดลำดับความสำคัญ (Focus and Prioritization) เมื่อบริษัทเติบโตและมีลูกค้าจำนวนมาก คำขอจากลูกค้าจะมีเข้ามาจากทุกทิศทาง ความท้าทายที่สุดคือการสื่อสารอย่างชัดเจนว่าบริษัท "กำลังทำอะไร" และ "ยังไม่ได้ทำอะไร" เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการที่ดีที่สุดในสิ่งที่โฟกัสได้


ภาพรวมการยอมรับของสถาบันการเงินทั่วโลก

Talos ซึ่งมีลูกค้ากระจายตัวอยู่ทั่วโลก มองเห็นความแตกต่างของแต่ละภูมิภาคอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น

  • APAC: มีความหลากหลายสูง กฎระเบียบแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่เป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ Derivatives และผู้คนมีความคุ้นเคยกับ Fintech เป็นอย่างดี (Fintech-Native)

  • ยุโรป: กฎหมาย MiCA ได้สร้างกรอบกำกับดูแลที่สอดคล้องกันทั่วทั้งยุโรป แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเข้มงวดในการคุ้มครองนักลงทุนรายย่อย ส่งผลให้ผู้ให้บริการทางการเงินจำนวนมากเลือกที่จะไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อนด้วยตนเอง แต่หันมาใช้โมเดลธุรกิจแบบ B2B2C (Business-to-Business-to-Consumer) โดยอาศัยแพลตฟอร์มที่เชี่ยวชาญอย่าง Talos เป็นสะพานเพื่อให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อยได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปตามกฎระเบียบ

  • สหรัฐอเมริกา: สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา Anton ชี้ว่าการยอมรับของสถาบันการเงินเกิดขึ้นแบบ "ก้าวกระโดด" (Step Function) โดยมีปัจจัยสำคัญคือ ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ ซึ่งในปี 2025 บรรยากาศได้เปลี่ยนไปในทิศทางที่สนับสนุนนวัตกรรมมากขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกตัดสินใจเข้าสู่ตลาดอย่างเต็มตัว


กลยุทธ์ของ Talos: สู่การเป็น "One-Stop Shop"

Talos พัฒนาตัวเองจากแพลตฟอร์มเพื่อการเทรด สู่การเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร (One-Stop Shop) ตลอดทั้งวงจรชีวิตของการลงทุน (Investment Lifecycle) โดยใช้กลยุทธ์ "Build, Partner, or Buy"

  • Build: สร้างโซลูชันหลักที่เชี่ยวชาญที่สุดด้วยตัวเอง เช่น ระบบเทรด

  • Partner: ร่วมมือกับพันธมิตรในส่วนที่ไม่ใช่ความเชี่ยวชาญหลัก เช่น การร่วมมือกับผู้ให้บริการ Custody

  • Buy: เข้าซื้อกิจการเพื่อเร่งการเติบโตในแนวทางที่ต้องการ เช่น การเข้าซื้อ D3X และ Cloudwall เพื่อเสริมความสามารถด้าน Portfolio Management

นอกจากนี้เป้าหมายของ Talos คือการมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้แก่ลูกค้า ลดความซับซ้อนในการต้องเชื่อมต่อหลายระบบเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็น Pain Point สำคัญของสถาบันการเงิน



อนาคต DeFi, Tokenization และก้าวต่อไปของ Talos

เมื่อมองไปข้างหน้า Anton Katz ย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า "สินทรัพย์ทุกอย่างจะกลายเป็นดิจิทัล" ซึ่งการเดินทางไปสู่ภาพอนาคตนี้มีสองแนวรบสำคัญที่ต้องเผชิญ นั่นคือ DeFi และ Tokenization

  • สำหรับ DeFi ความท้าทายได้เปลี่ยนจากเรื่องเทคโนโลยีมาสู่ Compliance ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องมือคัดกรองและตรวจสอบที่พัฒนาขึ้นมาก ทำให้สถาบันการเงินสามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

  • ในขณะเดียวกัน สำหรับ Tokenization (RWA) ทางด้าน Talos กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็น "สะพาน" ที่แข็งแกร่ง เพื่อเชื่อมระหว่างโลกการเงินดั้งเดิมเข้ากับสินทรัพย์ดิจิทัลยุคใหม่

  • เพื่อรองรับทั้งสองทิศทางนี้ ก้าวต่อไปของ Talos คือการเดินหน้าสู่การเป็น "One-Stop Shop" อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งพัฒนาเครื่องมือด้าน Portfolio Management, สร้างโซลูชันสำหรับ Stablecoins และขยายการรองรับไปสู่สินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น FX เพื่อให้บริการแก่สถาบันการเงินทั่วโลกอย่างครบวงจร โดยบริษัทกำลังมุ่งเป้าไปที่ "สถาบันมูลค่าล้านล้านดอลลาร์กลุ่มถัดไป" ที่เข้าสู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัล และได้รองรับผู้จัดการสินทรัพย์ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมประมาณ 18 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา บ่งชี้ถึง "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่" เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

รับชมเนื้อหาทั้งหมดได้ที่ https://youtu.be/wH8MpH6z80U?si=WEe-OOdnxNwXvvRY

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept