milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
Technology
12 กรกฎาคม 2566
ภาษาไทย

“Blockchain” นำไปใช้รับมือกับ “Climate Change” ได้อย่างไร?

นอกจากความโดดเด่นในการขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรม จุดแข็ง ได้แก่ การกระจายศูนย์ ความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ของ ‘Blockchain’ ยังสามารถนำไปปรับใช้ช่วยด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อีกด้วย 

Article2JAN_1200X800.jpg


เทคโนโลยี Blockchain มีส่วนช่วยรับมือกับโลกร้อนได้อย่างไร?


อุณหภูมิที่สูงขึ้นหรือน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายเร็ว เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ปรากฏชัดเจนและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีเทคโนโลยีและวิธีการจำนวนมากที่วิจัยและนำไปใช้ เทคโนโลยี “Blockchain” เป็นหนึ่งในความเป็นไปได้และมีศักยภาพช่วยต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ด้วยหัวใจหลักของ Blockchain เป็นบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ที่สามารถบันทึกธุรกรรมและจัดเก็บข้อมูลได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใส อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ในการนำ Blockchain ไปใช้ต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังอยู่ในระหว่างการคิดค้นและสำรวจ

บทความนี้นำตัวอย่างบางส่วนของการนำเทคโนโลยี Blockchain ไปใช้สนับสนุนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ



“Oracle” ระบบสำคัญช่วยนำข้อมูลจากโลกจริงสู่ “Blockchain” เชื่อมโยงการทำงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

ก่อนการมาของ Oracle การพัฒนา Green Smart Contracts หรือสัญญาอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีอุปสรรคจากการที่ Blockchain ไม่สามารถโต้ตอบหรือแปลข้อมูลจากโลกจริงซึ่งรวมถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา องค์กรหรือแพลตฟอร์ม “Oracle” ที่สามารถแปลงข้อมูลที่เกี่ยวกับโลกจริงไปยัง Blockchain ได้มีความพร้อมสำหรับใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น 

อย่างเช่นในปัจจุบันมี Oracle ที่กำลังเผยแพร่ข้อมูลการเกษตรไปยัง Blockchain โดยตรง หมายความว่าเปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันเกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตร คุณภาพดิน การชดเชยคาร์บอน และรายงานสภาพอากาศ และอื่นๆ อีกมากมาย 

ชุดข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมจำนวนมากถูกป้อนเข้าสู่ Blockchain เช่น รูปแบบของสภาพอากาศ หรือเซนเซอร์ตรวจจับ IoT (Internet of Things) ส่งผลให้นักพัฒนาเริ่มผลิตแอปพลิเคชันด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่งมีตัวอย่างการใช้งานดังต่อไปนี้


Blockchain นำมาใช้กับ Regenerative Agriculture การทำเกษตรแนวใหม่ที่มุ่งเน้นฟื้นฟูดิน

Regenerative Agriculture เป็นอีกหนทางที่สามารถนำ Smart Contract เชื่อมโยงให้ผู้คนสามารถต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงเป็นความพยายามในการสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนทั่วโลกช่วยกันลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ผ่านแนวทางการใช้ดินอย่างยั่งยืนที่มักเป็นการผสมผสานของการปลูกต้นไม้และการอนุรักษ์

และเนื่องจาก Smart Contract สามารถเชื่อมโยงและโต้ตอบกับข้อมูลของโลกจริง จึงสามารถมอบรางวัลให้กับผู้ที่ดูแลผืนดินที่มีความสำคัญเหล่านี้ได้แบบอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น โครงการ Green World Campaign ที่ร่วมกับ Cornell University เพื่อสร้าง Smart Contract ที่ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อให้รางวัลกับผู้ที่สร้างพื้นที่สีเขียวใหม่ได้สำเร็จโดยการปรับปรุงดิน ปลูกต้นไม้เพิ่มและองค์ประกอบอื่นๆ ซึ่งการจ่ายผลตอบแทนจะใช้ Oracle ดึงข้อมูลจากภาพถ่ายผ่านดาวเทียมไปยัง Smart Contract ที่ทำงานอยู่บน Blockchain ซึ่งเป็นการรับประกันว่าผู้ที่ทำได้สำเร็จจะได้รับรางวัลอย่างโปร่งใสและยุติธรรม


image.png

Credit: ภาพจาก Chainlink Labs


Blockchain ช่วยสร้างและจัดการคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) 


เทคโนโลยี Blokchain ช่วยต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการสร้างและการจัดการคาร์บอนเครดิตได้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเมื่อทำงานบน Blockchain ทุกธุรกรรมของ Carbon Credit สามารถตรวจสอบได้แบบ Real-Time และไฟล์ข้อมูลถูกจัดเก็บไว้ในบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ ซึ่งช่วยป้องกันการฉ้อโกงและสร้างความมั่นใจกับการใช้ Carbon Credit ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

“Carbon Credit” เสมือนเป็นใบอนุญาตที่ซื้อและขายได้ หรือเป็นสิทธิที่เกิดจากการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนไดออกไซด์ตามที่เกณฑ์ที่กำหนดซึ่ง ยิ่งปล่อยก๊าซน้อยต่ำกว่าเกณฑ์ก็ยิ่งสามารถประเมินมูลค่าเป็นเงินหรือเป็นเครดิตได้มากขึ้นตามปริมาณที่ทำได้ และสามารถนำไปซื้อและขายในตลาด Carbon Credit ต่อไป ตัวอย่างเช่น การซื้อและขายระหว่างองค์กรที่ดำเนินการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขาย Carbon Credit ไปยังองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อชดเชย ส่วนผู้ขายก็จะได้รับเงินเพื่อนำไปพัฒนาองค์กรในด้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อไป 


Blockchain สนับสนุนการนำมาใช้พลังงานหมุนเวียน

นอกเหนือจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแบบกระจายศูนย์ ยังสามารถใช้ Blockchain สนับสนุนการนำแหล่งพลังงานหมุนเวียนมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานแบบรวมศูนย์ การใช้ Blockchain ช่วยสนับสนุนให้ทั้งบุคคลและบริษัทสามารถซื้อและขายพลังงานหมุนเวียนระหว่างกันได้โดยตรงจากการใช้ระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ โดยเป็นวิธีที่ส่งเสริมการนำมาใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิลได้อีกด้วย


image (2).png
Credit: ภาพจาก Ricoh.com



Blockchain ช่วยในการจัดการ Supply Chain 


การจัดการ Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทานเป็นอีกพื้นที่ที่สามารถนำ Blockchain ไปใช้ช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ธุรกิจมีโอกาสลด Carbon Footprint และทำการตัดสินใจแบบยั่งยืนมากขึ้นโดยใช้ Blockchain ตรวจจับและติดตาม Carbon Footprint ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ และองค์ประกอบอื่นๆ ทั่วทั้ง Supply Chain ดังนั้น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกอาจสามารถลดลงได้มากด้วยการส่งเสริมแนวทางการผลิตและการบริโภคแบบยั่งยืน


Blockchain กับการติดตามและรายงานการปล่อยคาร์บอน

เทคโนโลยี Blockchain สามารถใช้ในการตรวจสอบและรายงานการปล่อยคาร์บอนจากแหล่งที่มาต่างๆ เช่น ยานพาหนะและการก่อสร้าง หรือธุรกิจต่างๆ โดยที่รัฐบาลและองค์กรสามารถวัดและรายงานการปล่อยมลพิษได้แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถติดตามความคืบหน้าของการลดการปล่อยมลพิษเพื่อให้ถึงเป้าหมาย โดยการใช้บัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Ledger) ติดตามการปล่อยก๊าซ


ความท้าทายในการนำ Blockchain ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน

การนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้เพื่อช่วยจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังมีอุปสรรคและข้อจำกัด เนื่องจากมีความจำเป็นต้องมีกฎที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและความเข้ากันได้ของระบบ ซึ่ง Blockchain ต้องการชุดของกฎและ Protocol ที่เหมือนกันที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดสามารถตกลงกันได้เพื่อจัดการคาร์บอนเครดิตและติดตามการปล่อยก๊าซอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านความสามารถในการปรับขยาย (Scalability) ของเทคโนโลยี Blockchain ทำให้เกิดความยากลำบากเช่นกัน ปัจจุบันเครือข่าย Blockchain จำนวนมากยังมีความจุน้อยและสามารถประมวลผลธุรกรรมได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากมีการใช้ Blockchain สำหรับจัดการคาร์บอนเครดิตหรือติดตามการปล่อยมลพิษอย่างแพร่หลายมากขึ้นก็อาจเกิดปัญหาคอขวด

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานพลังงานของ Blockchain ซึ่งการนำไปใช้กับการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมบางประเภทอาจไม่เหมาะสมและไม่สมดุล เนื่องจากการทำธุรกรรมของ Blockchain จำเป็นต้องใช้พลังงานมาก 


สรุปภาพรวมการนำ Blockchain ช่วยโลก

การใช้งาน Smart Contract ที่เพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี Blockchain มีศักยภาพนอกเหนือจากด้านการเงินแบบกระจายศูนย์ รวมถึงการผสมผสานของ Oracle กับ Blockchain กำลังนำไปสู่ยุคใหม่ของ Smart Contract ที่สามารถสร้างสิ่งใหม่เพื่อความยั่งยืนแก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่กำลังมีความรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทุกโครงการในอุตสาหกรรมต้องชัดเจนกับเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม Blockchain ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นในแง่ของการยอมรับและการพัฒนา แต่สำหรับการนำมาใช้เพื่อรับมือกับปัญหาโลกร้อนในอนาคตมีแนวโน้มที่ดี โดย Blockchain สามารถเร่งการเปลี่ยนแปลงให้เกิดเศรษฐกิจที่ลดการปล่อยคาร์บอนด้วยการเพิ่มความโปร่งใส เพิ่มประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ในการกำกับดูแลการปล่อยคาร์บอน และยังผลักดันแนวทางความยั่งยืน

Blockchain ยังมีความท้าทายและข้อจำกัดที่ต้องเอาชนะเพื่อให้สำเร็จในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และที่สำคัญจำเป็นต้องมีการผสมผสานเทคโนโลยีและโซลูชันต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนและเร่งด่วนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 




Source:

https://www.weforum.org/agenda/2021/06/blockchain-can-help-us-beat-climate-change-heres-how/

https://cointelegraph.com/news/can-blockchain-help-combat-climate-change
https://www.unep.org/news-and-stories/story/battle-against-climate-crisis-dont-overlook-blockchain

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept