AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Cloud Computing ได้อย่างไร?
ทุกคนต่างได้เห็นความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีช่วงสองทศวรรษแรกในศตวรรษที่ 21โดยเฉพาะสองเทคโนโลยีที่โดดเด่น คือ “AI” (Artificial Intelligence) และ “Cloud Computing” ที่แพร่หลายในช่วงยุคแห่งข้อมูลนี้ รวมถึงแอปพลิเคชันของเทคโนโลยีดังกล่าวได้เติบโตขึ้นแบบทวีคูณ และบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจกันว่าเพราะอะไรเทคโนโลยีทั้งสองประเภทนี้จึงมีผลกับธุรกิจยุคใหม่เป็นอย่างมาก
AI กับการพัฒนาแบบก้าวกระโดด
Artificial Intelligence (AI) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เป็นกระบวนสร้างโปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง โดยจำลองสติปัญญาของมนุษย์ด้วยเครื่องจักรผสมผสานกับสังเกตและรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมหรือองค์ประกอบต่างๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่ง AI เป็นเทคโนโลยีที่สร้างแอปพลิเคชันอันชาญฉลาดสามารถให้เหตุผล เรียนรู้และดำเนินการได้อิสระ และเป็นเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าและได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน รวมถึงเริ่มถูกนำไปใช้งานหลากหลายภาคส่วนและหลายอุตสาหกรรมเพื่อช่วยลดการแทรกแซงของมนุษย์ เพิ่มความเร็วในการประมวลผลให้สูงขึ้น และลดข้อผิดพลาด ยกตัวอย่างเช่น ผู้ช่วยอัจฉริยะที่สั่งการด้วยเสียงบสมาร์ตโฟนของเรา เช่น Siri, Alexa และ Google Assistant ที่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำไปใช้อย่างแพร่หลายนี้ มาจนถึง “ChatGPT” ที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรงและถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญการใช้ Big Data ในปัจจุบันที่ยังคงขยายตัวและมีการเปรียบเทียบกันอย่างมาก เมื่อ Big Data ก้าวไปสู่อีกระดับด้วยแพลตฟอร์มที่ใช้ AI ผลักดัน ด้วยเหตุที่ช่วยให้ระบบธุรกิจอัจฉริยะและการวิเคราะห์ข้อมูลขับเคลื่อนไปได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นจากการใช้ AI ประมวลผลชุดข้อมูลขนาดใหญ่ท่ามกลางเทคโนโลยีอื่นๆ
นอกเหนือจากนี้มีการนำ AI มาใช้กับแอปพลิเคชัน Cloud Computing จำนวนมาก ในการบริการด้านคอมพิวเตอร์รวมไปถึงเซิร์ฟเวอร์ ที่เก็บข้อมูล ฐานข้อมูล เครือข่าย ซอฟต์แวร์ การวิเคราะห์ และระบบอัจฉริยะผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือ “Cloud” เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ให้ความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยทรัพยากรที่ยืดหยุ่น และความประหยัดที่ได้จาก Cloud AI สามารถช่วยผู้ให้บริการ Cloud สร้างบริการที่ชาญฉลาดและเป็นส่วนตัวมากขึ้นแก่ผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น การใช้ AI เพื่อเตรียมและจัดการทรัพยากรของระบบ Cloud โดยอัตโนมัติ และปรับโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสม รวมไปถึงช่วยปกป้องข้อมูลและแอปพลิเคชันในระบบ Cloud และใช้เพื่อพัฒนาบริการใหม่ๆ เช่น ผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียงและการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์
Cloud Computing คืออะไร?
Cloud Computing คือบริการที่ครอบคลุมที่ผู้ใช้สามารถใช้งานระบบและทรัพยากร IT หรือของคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ Cloud ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้สามารถเลือกจำนวนทรัพยากร เช่น กำลังการประมวลผล หน่วยจัดเก็บข้อมูลและระบบออนไลน์อื่นๆ ได้ตามความต้องการ ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้งานและผู้ให้บริการ รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลบน Cloud จากที่ใดก็ได้
Cloud Computing มีทั้งบริการแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายและแบบเก็บเงิน แต่ช่วยลดความยุ่งยากในการติดตั้ง ดูแลระบบ ประหยัดเวลา และลดต้นทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายด้วยตนเอง
จุดเด่นของการใช้ Cloud Computing
Cloud Computing ผู้ใช้ลงทุนเพียงจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับใช้บริการ แทนที่การลงทุนจำนวนมากในระบบฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เซิร์ฟเวอร์ ที่เก็บข้อมูล หรือเครือข่าย โดยบริการ Cloud เป็นที่นิยมในธุรกิจทุกขนาด สร้างข้อได้เปรียบได้หลายประการ โดยเฉพาะการปรับขนาดได้ง่ายและรวดเร็ว และจ่ายราคาตามการใช้งานจริง รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นและคล่องตัว นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอื่น ได้แก่
- มีความเร็วในการประมวลผลสูง
- เข้าถึงข้อมูลในระบบ Cloud ได้จากทุกที่ ช่วยให้สามารถทำงานได้จากทุกที่บนโลกเพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต
- ใช้ค่าบำรุงรักษาต่ำหรือไม่มีเลย
- สามารถนำปรับการใช้ได้อย่างรวดเร็ว อย่างเช่นการเพิ่มทรัพยากรหรือปรับแอปพลิเคชันการใช้งานที่สามารถทำได้แทบจะในทันที
การเพิ่มส่วนของ AI ไปยังระบบ Cloud Computing
ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการคาดการณ์เพื่อให้คำแนะนำและโตแบบก้าวกระโดด ซึ่ง Cloud Computing ก็ไม่ต่างกัน โดยมีจุดแข็งที่สำคัญ เช่น การเข้ารหัส (Encryption) การรักษาความปลอดภัยข้อมูล และการสำรองข้อมูล พร้อมกับช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บและจัดการข้อมูลของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำ AI ทำงานร่วมกับ Cloud Computing จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถเพิ่มส่วนของข้อมูลแบบอัจฉริยะให้กับบริการ Cloud Computing ของตนได้
ตัวอย่างเช่น สามารถใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในระบบ Cloud เพื่อค้นหาเทรนด์และรูปแบบต่างๆ โดยที่ข้อมูลนี้สามารถนำไปใช้ในการคาดการณ์หรือให้คำแนะนำต่อไปได้
ข้อดีจากการรวม AI เข้ากับ Cloud Computing
การรวม AI เข้ากับ Cloud Computing ธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากเครื่องมือหรือการรวมเครื่องมือที่สามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถที่มีอยู่ของ Cloud Computing ไปพร้อมกับคุณสมบัติของ AI ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลแบบ Cloud ได้ในหลายด้าน ได้แก่
- AI ช่วยปรับปรุงด้านการจัดการข้อมูล: ตามที่ทราบกันว่าในโลกปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งมีข้อมูลปริมาณมหาศาลถูกจัดการอยู่ในระบบ Cloud และธุรกิจ องค์กร และผู้คนจากทั่วโลกต่างมีการอัปโหลด ดาวน์โหลด สร้างและลบข้อมูลในจำนวนมากทุกวินาที ซึ่งการจัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่บน Cloud เป็นงานที่ยาก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ผู้ให้บริการ Cloud หันมาใช้ AI เพื่อลดภาระงานและเร่งประสิทธิภาพ โดยช่วยปรับปรุงการจัดการข้อมูลโดยการทำงานที่ต้องทำซ้ำๆ แบบอัตโนมัติ หรือช่วยการระบุข้อมูล จัดประเภท และการจัดทำดัชนีข้อมูลประเภทต่างๆ จัดการข้อมูลธุรกรรม และการกำหนดรายละเอียดในโครงสร้างพื้นฐานระบบ Cloud
- เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล: ข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจและการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลมีความสำคัญยิ่ง ดังนั้น การรักษาข้อมูลให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดการรั่วไหลของข้อมูลที่อาจเกิดขึ้น ปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ป้องกันการโจรกรรมข้อมูล และหลีกเลี่ยงการสูญหายหรือเสียหายของข้อมูลที่เก็บไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยที่มีพร้อมกับการใช้ AI หลากหลายวางจำหน่าย
- ลดข้อผิดพลาดและค่าใช้จ่าย: AI มาพร้อมกับการทำงานแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักในการนำมารวมเข้ากับ Cloud Computing โดยระบบอัตโนมัติช่วยให้มนุษย์มีส่วนร่วมน้อยที่สุด เพื่อลดความผิดพลาดจากมนุษย์ให้น้อยลง นอกจากนี้ AI ยังส่งผลให้สามารถลดจำนวนพนักงานที่ทำงานด้วยตนเองลง จึงทำให้มีเวลาสำหรับการตัดสินใจในด้านอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น
Source:
https://datafloq.com/read/benefits-drawbacks-ai-cloud-computing/
https://www.eescorporation.com/how-ai-can-improve-cloud-computing/





