milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
VC Knowledge Sharing
13 กรกฎาคม 2569
ภาษาไทย

เมื่อ Venture Capital มองไกลกว่าความสามารถของ AI Model แล้ว Founder ต้องสร้างอะไรต่อจากนี้?

3.png

ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา กระแส Generative AI ทำให้ Venture Capital ทั่วโลกเร่งลงทุนใน AI Startup จำนวนมหาศาล ตั้งแต่ผู้พัฒนา Foundation Models, AI Infrastructure ไปจนถึง AI Applications สำหรับองค์กร เพราะในเวลานั้น ทุกความก้าวหน้าของ AI ล้วนหมายถึงโอกาสในการสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่

แต่เมื่อ AI พัฒนาอย่างรวดเร็วและกลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่ทิศทางการลงทุน หากเป็น เกณฑ์ที่นักลงทุนใช้ประเมินบริษัท AI

จากมุมมองของ SCB 10X หนึ่งในคำถามสำคัญที่สุดของ Venture Capital ในวันนี้ ไม่ใช่

"AI model ของบริษัทนี้ทำอะไรได้?" แต่คือ

"เมื่อทุกธุรกิจสามารถพัฒนา AI เป็นของตัวเองได้ อะไรคือข้อแตกต่างและสิ่งที่คู่แข่งสร้างตามได้ยาก?"

AI กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม

พัฒานาการของหลายๆเทคโนโลยีล้วนมีรูปแบบคล้ายกัน ในช่วงแรก ผู้ที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าจะสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และต้นทุนลดลง ความได้เปรียบก็จะค่อย ๆ ย้ายจาก "ตัวเทคโนโลยี" ไปสู่ "คุณภาพของธุรกิจและข้อเสนอที่แตกต่าง”  AI กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น

ปัจจุบัน Foundation Models มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Open-source Models และ API ต่าง ๆ ทำให้การสร้างผลิตภัณฑ์ AI ไม่ใช่อุปสรรคเหมือนในอดีต ความสามารถที่เคยเป็นจุดขายของ Startup หลายแห่ง จึงถูกพัฒนาเลียนแบบได้ภายในเวลาไม่นาน สิ่งนี้กำลังยกระดับมาตรฐานของการแข่งขัน อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุน ความสามารถของ AI เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความได้เปรียบในระยะยาวอีกต่อไป

นักลงทุนกำลังประเมิน "ความแข็งแกร่งของธุรกิจ" มากกว่า "ความสามารถของ AI"

ในช่วงแรกของ Generative AI การสาธิตผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นเต้นอาจเพียงพอที่จะดึงดูดเงินลงทุน

แต่เมื่อทุกบริษัทสามารถเข้าถึง AI รุ่นใกล้เคียงกัน นักลงทุนจึงเริ่มมองลึกกว่าผลิตภัณฑ์ คำถามที่ถูกหยิบขึ้นมาบนโต๊ะลงทุนในวันนี้ ได้แก่

  • บริษัทมีข้อได้เปรียบอะไรที่คู่แข่งสร้างตามได้ยาก
  • ธุรกิจจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่เมื่อมีลูกค้าเพิ่มขึ้น
  • หาก AI พัฒนาขึ้นอีกในอีก 5 ปี ลูกค้ายังมีเหตุผลที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นี้หรือไม่

คำถามเหล่านี้สะท้อนว่า Venture Capital กำลังประเมิน "ความยั่งยืนของความได้เปรียบในการแข่งขัน" มากกว่าความสามารถของ AI ในปัจจุบัน

4 ปัจจัยที่กำลังสร้างความได้เปรียบให้ AI Startup

แม้แต่ละบริษัทจะมีรูปแบบธุรกิจแตกต่างกัน แต่ AI Startup ที่มีศักยภาพในการสร้างความได้เปรียบระยะยาว มักมีองค์ประกอบสำคัญร่วมกัน

1. ข้อมูลเฉพาะที่สะสมจากการใช้งานจริง (Proprietary Data)

เมื่อ AI Models มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือข้อมูลที่บริษัทเป็นเจ้าของ

โดยเฉพาะข้อมูลจากการดำเนินงานจริงในอุตสาหกรรม เช่น Healthcare, Manufacturing, Financial Services หรือ Robotics ซึ่งไม่สามารถรวบรวมจากแหล่งข้อมูลสาธารณะได้ ทุกการใช้งานของลูกค้าจะสร้างข้อมูลใหม่ ทำให้ระบบเรียนรู้และพัฒนาต่อเนื่อง จนเกิดเป็นความได้เปรียบที่สะสมเพิ่มขึ้นตามเวลา

2. ความเข้าใจเชิงลึกในอุตสาหกรรม (Deep Domain Expertise)

องค์กรไม่ได้เลือกใช้ AI เพราะเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

แต่เลือกผู้ที่เข้าใจธุรกิจ เข้าใจกฎระเบียบ กระบวนการทำงาน และความซับซ้อนของอุตสาหกรรม

ความเข้าใจเหล่านี้ทำให้ AI สามารถแก้ปัญหาที่มีมูลค่าสูง และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าองค์กรได้

3. การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน (Workflow Integration)

AI ที่ช่วยทำงานเฉพาะจุดอาจถูกแทนที่ได้ไม่ยาก แต่หาก AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสำคัญ เช่น Compliance, Treasury, Legal, Customer Service หรือการตัดสินใจทางธุรกิจ การเปลี่ยนไปใช้ระบบอื่นจะมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างมาก

ยิ่งผลิตภัณฑ์เข้าไปอยู่ใน Workflow ของลูกค้าได้ลึกเท่าไร ความได้เปรียบในการแข่งขันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

4. การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ (Outcome-Based Value Creation)

องค์กรเริ่มประเมิน AI จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าจำนวนผู้ใช้งานหรือจำนวนการเรียกใช้ระบบ

คำถามสำคัญจึงกลายเป็น

  • ลดต้นทุนได้หรือไม่
  • เพิ่มประสิทธิภาพได้มากแค่ไหน
  • สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างไร
  • ลดความเสี่ยงของธุรกิจได้หรือไม่

AI Startup ที่ตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน ย่อมมีโอกาสสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้มากกว่า

โอกาสใหม่ไม่ได้อยู่แค่ AI Applications

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น คือการมาถึงของ Agentic AI

เมื่อ AI สามารถดำเนินงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น สิ่งที่จำเป็นไม่ใช่เพียงโมเดลที่ฉลาดขึ้น แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้ AI สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและน่าเชื่อถือ

ไม่ว่าจะเป็น Digital Identity, ระบบยืนยันสิทธิ์ การกำกับดูแล การชำระเงินระหว่างเครื่องจักร หรือ Financial Infrastructure

ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจำนวนมากจึงยังคงมองเห็นโอกาสใน Blockchain, Digital Identity, Enterprise Infrastructure และ Financial Infrastructure เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบ AI ในอนาคต

Founder ควรเตรียมตัวอย่างไร?

เมื่อการลงทุนใน AI เข้าสู่ช่วงที่มีการแข่งขันสูงขึ้น การเลือกใช้โมเดล AI รุ่นล่าสุดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน คำถามที่ Founder ควรตอบให้ได้ คือ

  • อะไรคือกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่ช่วยสร้างมูลค้าเพิ่มให้กับบริษัทเมื่อมีลูกค้าเพิ่มขึ้น
  • ผลิตภัณฑ์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของลูกค้าได้ลึกเพียงใด
  • บริษัทมีองค์ความรู้เฉพาะด้านอะไรที่คู่แข่งสร้างตามได้ยาก
  • ลูกค้าได้รับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้อย่างไร
  • อีก 5 ปีข้างหน้า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ลูกค้ายังคงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นี้

ท้ายที่สุด ธุรกิจที่แข็งแกร่งไม่ได้เติบโตจากความสามารถของ AI เพียงอย่างเดียว แต่เติบโตจากความได้เปรียบที่สะสมเพิ่มขึ้นตามเวลา

มุมมองจาก SCB 10X

AI ยังคงเป็นหนึ่งในโอกาสการลงทุนที่สำคัญที่สุดของทศวรรษนี้ แต่สิ่งที่กำลังเปลี่ยนคือเกณฑ์ในการประเมินบริษัท

คลื่นแรกของ AI เป็นช่วงเวลาที่บริษัทพิสูจน์ว่า AI สามารถทำอะไรได้ ส่วนถัดไป จะเป็นการแข่งขันของบริษัทที่พิสูจน์ได้ว่า เหตุใดธุรกิจของตนจึงยังคงสร้างคุณค่าได้ แม้ AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึงได้

สำหรับ Venture Capital นี่คือการเปลี่ยนวิธีจัดสรรเงินลงทุน ส่วนสำหรับ Founder นี่คือมาตรฐานใหม่ของการสร้างธุรกิจ AI ที่สามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน


รับชมบทสนทนาฉบับเต็มได้ที่:
https://youtu.be/yOuHT6_4AOY?si=4QK6rXIEmQraPwBN

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept