เมื่อสินทรัพย์ไม่ใช่ข้อจำกัดของ Tokenization อีกต่อไป แต่เงินทุนจากสถาบันคือปัจจัยสำคัญ
 (1).png)
หลายปีที่ผ่านมา เมื่อพูดถึง Tokenization บทสนทนาส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากคำถามว่า
"สินทรัพย์อะไรสามารถนำขึ้น Blockchain ได้บ้าง?"
ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ พันธบัตร หุ้น กองทุน ไปจนถึงงานศิลปะ แทบทุกสินทรัพย์ต่างเคยถูกเสนอให้เป็น "คลื่นลูกถัดไป" ของ Tokenization แต่เมื่ออุตสาหกรรมเริ่มก้าวจากช่วงทดลองไปสู่การใช้งานจริง คำถามสำคัญกลับเปลี่ยนไป
วันนี้ ตลาดไม่ได้ขาดสินทรัพย์ที่สามารถ Tokenize ได้ สิ่งที่ตลาดกำลังมองหาคือ สินทรัพย์ที่นักลงทุนสถาบันสนใจอยากลงทุน เพราะท้ายที่สุด การมีโทเคนไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินทุนไหลเข้ามา สิ่งที่จะตัดสินความสำเร็จของ Tokenization จึงไม่ใช่จำนวนสินทรัพย์ที่อยู่บน Blockchain แต่คือจำนวนสินทรัพย์ที่สามารถผ่านมาตรฐานการลงทุนของสถาบันการเงินได้
นี่คือประเด็นสำคัญที่ Barton Lui, Director of Global Product Solutions จาก BlackRock พูดถึงบนเวที REDeFiNE TOMORROW 2026 ในมุมของเขา Tokenization ไม่ใช่การสร้างสินทรัพย์รูปแบบใหม่ แต่คือวิวัฒนาการของตลาดทุน ที่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อระบบการเงินแบบดั้งเดิมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลพัฒนาไปพร้อมกัน
Blockchain เปลี่ยนรูปแบบความเป็นเจ้าของ แต่ไม่ได้เปลี่ยน "คุณภาพของสินทรัพย์"
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับ Tokenization คือการคิดว่า การนำสินทรัพย์ขึ้นไปไว้บนเชนจะช่วยให้สินทรัพย์นั้นกลายเป็นการลงทุนที่ดีขึ้นได้ แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เปลี่ยนคือ "รูปแบบการถือครอง" ไม่ใช่ "คุณภาพของสินทรัพย์"
พันธบัตรที่ถูก Tokenize ก็ยังคงเป็นพันธบัตร กองทุนตลาดเงินที่ถูก Tokenize ก็ยังคงมีผลตอบแทนและความเสี่ยงเหมือนเดิม
Blockchain ไม่ได้เปลี่ยนคุณภาพเครดิต อายุของตราสาร หรือผลตอบแทนที่คาดหวังของสินทรัพย์ ดังนั้น วิธีคิดของนักลงทุนสถาบันจึงแทบไม่เปลี่ยน ก่อนจะพิจารณาว่าสินทรัพย์อยู่บน Blockchain ใด พวกเขายังคงเริ่มจากคำถามเดิม
- สินทรัพย์นี้มีคุณภาพเพียงพอหรือไม่
- สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนหรือไม่
- สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับความเสี่ยงได้หรือไม่
Tokenization จึงไม่ใช่เหตุผลของการลงทุน แต่เป็นสิ่งที่เข้ามาเพิ่มคุณค่า หลังจากสินทรัพย์นั้นผ่านเกณฑ์การลงทุนแล้ว
"Blockchain เปลี่ยนวิธีถือครองสินทรัพย์ แต่ไม่ได้เปลี่ยนคุณภาพของสินทรัพย์"
— Barton Lui, Director of Global Product Solutions, BlackRock
Tokenization เข้ามาเพื่อพัฒนา "ตลาด" ไม่ใช่พัฒนา "สินทรัพย์"
หาก Tokenization ไม่ได้ทำให้ผลตอบแทนของสินทรัพย์สูงขึ้น แล้วทำไมบริษัทระดับโลกอย่าง BlackRock ถึงลงทุนในสิ่งนี้อย่างมหาศาล?
คำตอบคือ เพราะคุณค่าของ Tokenization อยู่ที่ "ระบบที่อยู่เบื้องหลัง"
ทุกวันนี้ ตลาดทุนทั่วโลกยังทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกพัฒนามาหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็นการชำระราคา การรับฝากทรัพย์สิน การบริหารกองทุน หรือการโอนเงินข้ามประเทศ ซึ่งล้วนต้องผ่านตัวกลางหลายชั้นและมีขั้นตอนการดำเนินงานที่ซับซ้อน
Tokenization เปิดโอกาสให้กระบวนการเหล่านี้ถูกออกแบบใหม่
ตั้งแต่การชำระราคาที่รวดเร็วขึ้น การดำเนินงานที่ทำงานอัตโนมัติผ่าน Smart Contracts การบริหารจัดการกองทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไปจนถึงการใช้สินทรัพย์เป็นหลักประกันและการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงกล่าวอีกนัยหนึ่ง คุณค่าของ Tokenization ไม่ได้อยู่ที่การแปลงสินทรัพย์ให้เป็นโทเคน แต่อยู่ที่การทำให้ตลาดทุนทั้งระบบทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม
ไม่ใช่ทุกสินทรัพย์ที่ควรถูก Tokenize
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ Tokenization ไม่ควรถูกตั้งเป้าหมายให้เป็นผลลัพธ์ในตัวเอง
คำถามที่ดีกว่าคือ: Tokenization เข้ามาแก้ปัญหาอะไรในตลาดจริง ๆ?
เพราะไม่ใช่ทุกสินทรัพย์จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ ตัวอย่างเช่น พันธบัตรองค์กรยังคงซื้อขายผ่านตลาด OTC เป็นหลัก แม้จะถูก Tokenize แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นทันที หากพฤติกรรมของผู้ลงทุนยังคงเหมือนเดิม
สภาพคล่องไม่ได้เกิดจาก Blockchain แต่เกิดจากผู้ซื้อ ผู้ขาย และโครงสร้างของตลาด
ในทางกลับกัน กองทุนตลาดเงินกลับเป็นตัวอย่างของสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน เพราะผู้ลงทุนมีการเข้าออกกองทุนอยู่ตลอดเวลา การซื้อขายที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงการนำสินทรัพย์ไปใช้เป็นหลักประกันพร้อมสร้างผลตอบแทน จึงเป็นคุณค่าที่เกิดขึ้นได้จริง
Tokenization จะสร้างมูลค่าได้ก็ต่อเมื่อมัน แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในตลาด ไม่ใช่แค่การเป็นฟีเจอร์เทคโนโลยีที่ใส่เข้ามาเพิ่มเท่านั้น
ก่อนที่สถาบันจะเข้ามาลงทุน ตลาดจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม
การออกสินทรัพย์ในรูปแบบโทเคนเป็นเพียงก้าวแรก สิ่งที่ยากกว่าคือการทำให้นักลงทุนสถาบันสามารถลงทุนได้อย่างมั่นใจ ดังนั้นหมายถึงการมีโครงสร้างพื้นฐานที่ครบถ้วน ตั้งแต่ช่องทางการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ระบบรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้มาตรฐาน กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับองค์กร ระบบกำกับดูแลภายใน ไปจนถึงความสามารถในการรองรับการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง เหนือสิ่งอื่นใด คือ ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์กำกับดูแล
เพราะต่อให้เทคโนโลยีพร้อมเพียงใด หากกติกาของตลาดยังไม่ชัดเจน สถาบันการเงินก็ยากที่จะจัดสรรเงินลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์ประเภทนี้ จึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศ เช่น ฮ่องกงและสิงคโปร์ เร่งพัฒนากรอบกำกับดูแลสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เล่นในตลาด
Tokenization กำลังเปลี่ยนจากเรื่องของ Blockchain ไปสู่เรื่องของตลาดทุน
หนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดจากบทสนทนานี้ คืออนาคตของ Tokenization จะไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยบริษัทคริปโตเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเข้ามามีบทบาทของธนาคาร บริษัทจัดการกองทุน ตลาดหลักทรัพย์ ผู้รับฝากสินทรัพย์ ผู้บริหารกองทุน และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน ยิ่งผู้เล่นเหล่านี้เข้ามามีส่วนร่วมมากเท่าไร Tokenized Assets ก็ยิ่งมีโอกาสกลายเป็นสินทรัพย์ที่ลงทุนได้จริงมากขึ้นเท่านั้น
ในมุมของ BlackRock การ Tokenization จึงไม่ใช่การแทนที่ระบบการเงินแบบเดิม แต่คือการนำข้อดีของ Blockchain เข้ามาเสริมระบบการเงินเดิม เพื่อสร้างตลาดทุนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และสัญญาณนี้เริ่มเห็นชัดขึ้นแล้ว ผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง Tokenized Money Market Funds, Tokenized Deposits, Stablecoins ภายใต้กรอบกำกับดูแล และผลิตภัณฑ์การลงทุนดิจิทัลที่ทยอยเข้าสู่ตลาด
อนาคตของ Tokenization จะไม่ได้ถูกกำหนดโดยจำนวนสินทรัพย์ที่ย้ายขึ้นไปบนเชน แต่จะถูกกำหนดโดย จำนวนเงินทุนสถาบันที่ไหลตามเข้ามาต่างหาก
มุมมองจาก SCB 10X
ในช่วงแรกของ Tokenization ความสำเร็จมักถูกวัดจากจำนวนสินทรัพย์ที่สามารถนำขึ้น Blockchain ได้ แต่เมื่ออุตสาหกรรมเริ่มเข้าสู่การใช้งานจริง ตัวชี้วัดดังกล่าวอาจไม่สำคัญอีกต่อไป
สิ่งที่จะกำหนดการเติบโตในระยะถัดไป คือการทำให้สินทรัพย์ที่ถูก Tokenize ผ่านมาตรฐานเดียวกับที่นักลงทุนสถาบันใช้ประเมินสินทรัพย์ทุกประเภท ทั้งคุณภาพของสินทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์กำกับดูแล และความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบการลงทุนเดิม
ท้ายที่สุด อนาคตของ Tokenization ไม่ได้อยู่ที่การสร้างโทเคนให้มากขึ้น แต่อยู่ที่การสร้างระบบการเงินที่ได้รับความเชื่อมั่นมากพอ จนสถาบันการเงินพร้อมจัดสรรเงินลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์เหล่านั้นในวงกว้าง
📺 รับชม Session เต็มได้ที่: https://youtu.be/5vTVMq6-QEI?si=2ugnbB8GxvVyRpRB
