Technology
October 12, 2021
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มต้น DeFi Protocol จากคำแนะนำของผู้นำด้าน DeFi ระดับโลก

 สุดยอดการรวมตัวของผู้นำ DeFi ระดับโลกได้มาร่วมพูดคุยกันหัวข้อ “How to Start a DeFi Protocol” กับครั้งแรกของ SCB 10X บน Twitter Spaces มีการแชร์ไอเดียสำหรับคนที่อยากเริ่มทำ DeFi Project แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มอย่างไร และต้องมีทักษะเพียงพอหรือต้องมีทักษะอย่างไรบ้าง วันนี้เราไปหาคำตอบกันในบทความนี้ ที่ SCB 10X ได้นำเกร็ดความรู้ คำแนะนำจากประสบการณ์และมุมมองของเหล่า Speakers ระดับแนวหน้า ได้แก่:


- Do Kwon, Co-Founder & CEO, Terra

- Asif Khan, Growth Specialist, Polygon

- Sorawit Suriyakarn, CTO, Band Protocol

- Nipun Pitimanaaree, Lead Engineer & Blockchain Researcher, Alpha Finance Lab

- Loi Luu, Co-Founder & CEO, Kyber Network

- Catherine Tuntiserirat, Head of Growth & Strategy, Band Protocol

- คุณกษิดิ์เดช พูลสุขสมบัติ Co-Founder & CEO, Ape Board

- ดร. ธันวา อาภรณ์ทิพย์ Blockchain Technical Advisor, SCB 10X

- คุณมุขยา พานิช Chief Venture and Investment Officer, SCB 10X

- คุณอรรณวุฒิ ลีไพศาลสุวรรณา Blockchain Lead, SCB 10X


1633886562670.jpg


คนที่ไม่มีทักษะด้านนี้มาก่อนสามารถเริ่มทำ DeFi Project ได้หรือไม่และอย่างไร?


เริ่มต้นกันกับประเด็นสำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นทำ DeFi Protocol ซึ่งมีคำถามที่พบบ่อย คือหลายท่านรู้สึกว่าตนเองยังไม่มีทักษะมากพอ เช่น ทักษะด้านเทคนิค และ ด้านธุรกิจ เป็นต้น ทำให้เกิดความกังวลก่อนที่จะก้าวเข้าสู่โลก DeFi โดยประเด็นนี้ Do Kwon, Co-Founder & CEO จาก Terra ผู้นำด้าน DeFi ชื่อดังและผ่านประสบการณ์หลากหลายโปรเจกต์ได้แนะจากประสบการณ์การทำงานของเขากับที่ก็เริ่มต้นจากการที่ไม่ได้มีทักษะทั้งหมดสำหรับทำโปรเจกต์ DeFi โดยการทำงานด้าน DeFi หรือ Blockchain ไม่ใช่การที่คนคนเดียวจะสามารถทำทุกอย่างได้ทั้งหมด ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม โดยทั่วไปจะเห็นว่าหลายๆ โปรเจกต์มักจะเริ่มต้นมาจากการแข่งขัน Hackathon หรือเริ่มสร้างจากคนไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเมื่อมีการเริ่มสร้างโปรเจกต์ใหม่ๆ ขึ้น แต่ละทีมก็ย่อมต้องมีการขาดคนที่มีทักษะด้านต่างๆ อยู่ไม่มากก็น้อย อย่างเช่น บางทีมอาจมีคนที่มีความสามารถพร้อมแต่ยังขาดไอเดียหรือคอนเซ็ปต์ที่ดีในการเริ่มต้นโปรเจกต์ หรือบางทีมอาจมีไอเดียที่ดีและมีทักษะการขายที่ดีแต่ยังขาดคนที่ชำนาญด้าน Smart Contract ส่วนใหญ่จะไม่มีกรณีที่ทีมทีมหนึ่งจะขาดทักษะในทุกด้าน แต่มักจะขาดในบางทักษะเท่านั้น และสิ่งที่มีประโยชน์ในแง่ของการพัฒนาระบบนิเวศอย่างหนึ่งคือเครื่องมือจับคู่ หรือ Matchmaking Engine ซึ่งเมื่อเรามีรายชื่อของคนที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นรายชื่อคนที่สนใจจะระดมทุนในโปรเจกต์ หรือรายชื่อของนักพัฒนาที่มีความสามารถและสนใจร่วมงานด้วย และแม้กระทั่งดีไซเนอร์และผู้ตรวจสอบความปลอดภัย รวมถึงด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเมื่อมีไอเดียที่น่าสนใจจริงๆ และต้องการนำเสนอออกมาเราก็จะสามารถผสมผสานทุกอย่างที่มีหรือสิ่งที่ขาดจากที่กล่าวไปข้างต้นมาช่วยทำให้เกิดโปรเจกต์ที่สมบูรณ์ออกมาจากระบบนิเวศหรือสามารถต่อยอดออกไปได้


วิธีหาผู้ร่วมทีมที่มีทักษะความสามารถที่แตกต่างกัน


ในประเด็นนี้คุณ Sorawit, CTO จาก Band Protocol ได้เริ่มต้นจากการแนะนำว่า สิ่งสำคัญของจุดเริ่มต้นการทำโปรเจกต์ DeFi คือต้องมี ‘Passion’ นำมาก่อนส่วนทักษะต่างๆ สามารถเรียนรู้ฝึกฝนทีหลังได้ ให้หา Passion ที่เรารู้สึกชอบจริง เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการเป็นผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ อย่างเช่นการเริ่มคลุกคลีอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ที่สามารถหาอ่านข้อมูลต่างๆ ได้ทาง Twitter, Blog หรือ Telegram และทาง Podcast อย่างเช่นของ a16z หลังจากนั้น หาแง่มุมที่รู้สึกว่าตนเองหลงใหลมากที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องของ DeFi, Stablecoin, NFTs, Yield Leverage หรือ Yield Farming ไปจนถึงเรื่อง Cross-Chain Bridge    


ส่วนในแง่ของการหาคนร่วมทีม ซึ่งใน Band Protocol ที่ต้องทำงานกับ Blockchain ที่หลากหลาย การหาคนร่วมทีมก็เป็นการหาคนที่มีทักษะและหลงใหลใน Blockchain หลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันไป ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถสร้างทีหลังได้ หากสามารถหาคนที่มีทักษะด้านเทคนิคอยู่ก่อนแล้ว อย่างเช่น Terra Chain ก็ต้องเรียนรู้ภาษา Rust และส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือหากเป็น Ethereum Chain ก็ต้องเรียนรู้ภาษา Solidity 


ดังนั้นการหาผู้ร่วมทีมจึงเป็นกรณีเดียวกันกับการเริ่มต้นเป็นผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ที่เริ่มมาจาก Passion ก่อน โดยเมื่อมีการรวบรวมทีมที่ผู้คนต่างมี Passion เดียวกัน มาร่วมกันแก้ปัญหา เรียนรู้ความแตกต่าง จากนั้นก็สามารถพูดคุยปรึกษากันภายในทีม มีช่วงเวลาการเรียนรู้ภายในทีมและทักษะต่างๆ ขึ้น หลังจากนั้นจะทำให้คนในทีมสามารถจัดการและรับมือกับปัญหาที่แตกต่างกันออกไปในอนาคตได้ 


นอกจากนี้ หากเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่แล้วและต้องการเป็นโปรแกรมเมอร์ด้าน DeFi บางคนอาจใช้เวลาเพียงไม่เกินหนึ่งเดือนเท่านั้นสำหรับการเรียนรู้อย่างเข้มข้นเพื่อเริ่มต้นทำโปรเจกต์ DeFi และยิ่งถ้ามีคนที่มีประสบการณ์และความสามารถด้าน DeFi คอยช่วยเหลืออยู่ด้วยก็ยิ่งทำให้การเรียนรู้ทำได้เร็วและช่วยให้สร้างโปรเจกต์ได้ง่ายขึ้น


อะไรเป็นอุปสรรคสำหรับการเริ่มต้นทำ DeFi Project


ในประเด็นนี้เป็นคำแนะนำของ Asif Khan ซึ่งเป็น Growth Specialist จาก Polygon ซึ่งเขาแนะว่ามีสองประเด็นหลักที่เป็นสิ่งสำคัญในการทำโปรเจกต์ DeFi โดยอย่างแรกเป็นเรื่องของ ‘Community’ เนื่องจาก DeFi ยังเป็นเรื่องใหม่มากและหลายอย่างยังต้องขึ้นอยู่กับ Community เพื่อการเติบโตของโปรเจกต์ในระยะยาว หากมี Protocol ใหม่ออกมาและดึงดูดให้คนใน Community สนใจก็เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งเขาได้เห็นว่าหลายๆ โปรเจกต์ยังมีอุปสรรคในเรื่องนี้อยู่ และเรื่องที่สองที่สำคัญไม่แพ้กัน คืออย่างที่ทราบกันว่า DeFi Protocol ส่วนใหญ่เป็นลักษณะ Open Source จึงค่อนข้างง่ายที่จะทำการ ‘Fork’ (การอัปเดตหรือเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์ของ Blockchain) ซึ่งในแง่มุมหนึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ขัดขวางนวัตกรรมหรือไม่ให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากคนใน Community หรือดึงดูดผู้ใช้หน้าใหม่ 


การสร้าง Community เรื่องสำคัญสำหรับการสร้าง DeFi Protocol


ประเด็นนี้คุณ Nipun, Lead Engineer & Blockchain Researcher จาก Alpha Finance Lab ได้ให้ความเห็นว่า การสร้าง Community ในโลก DeFi เป็นหนึ่งในเรื่องที่สำคัญที่สุดในการมีอยู่ของผลิตภัณฑ์ DeFi ต่างๆ เพราะอย่างที่ทราบกันว่าเพียงแค่มีผลิตภัณฑ์ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้โดยปราศจาก Community หรือผู้ใช้งาน ดังนั้น ผู้ที่ต้องการสร้างโปรเจกต์ ให้ประสบความสำเร็จควรโฟกัสไปที่ด้าน Community ด้วย โดยควรติดตามกระแสของชุมชนและตลาดว่าเป็นอย่างไร ในโลกคริปโตเราจะเห็นว่ากิจกรรมหรือการสนทนาส่วนใหญ่จะอยู่บน Twitter ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถเริ่มต้นเรียนรู้ที่ดี รวมถึงมี Podcast มากมาย หรือกระทู้ Twitter ของผู้นำวงการที่สามารถเริ่มอ่านและเริ่มสร้างทักษะได้ ซึ่งการติดตามช่องทางเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นสร้างโปรเจกต์ DeFi เพื่อจะได้รู้กระแสในปัจจุบันไปจนถึงเรื่องของตลาด และสามารถใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาช่วยในการกำหนดรูปแบบหรือสร้างผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการจัดลำดับความสำคัญและองค์ประกอบต่างๆ โดยการเรียนรู้ที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งก็คือการทดลองทำจริงและลองผิดลองถูก


นอกจากนี้ คุณไมค์ Co-Founder & CEO จาก Ape Board ได้แชร์ในประเด็นการสร้าง Community ซึ่ง Ape Board นับว่าประสบความสำเร็จในการสร้าง Community หรือสามารถดึงดูดผู้ใช้งานได้เป็นจำนวนมากโดยที่ไม่ได้มี Token เป็นของตัวเอง รวมถึงมีความแตกต่างจาก DeFi Protocol อื่นๆ เล็กน้อย เพราะ Ape Board ทำหน้าที่เป็น Dashboard ที่แสดง Portfolio รวบรวมข้อมูลการลงทุนใน Chain ต่างๆ โดยเริ่มจากการออกไปทำความรู้จักและให้คนใน Community มีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์ม รวมถึงความตั้งใจที่ต้องการเป็น Dashboard แห่งแรกที่ให้ Protocol ส่วนใหญ่ มาร่วมด้วยกัน จึงได้เข้าไปสนับสนุน Protocol เหล่านั้นและได้จำนวนผู้ใช้งานจากการสนับสนุนดังกล่าวตามมาอีกด้วย 


ดังนั้นจึงเสมือนเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์จาก Community และคนใน Community ก็ได้มีส่วนช่วยสร้างผลิตภัณฑ์ไปในตัว เพราะคนในชุมชนเหล่านั้นจะช่วย Feedback เกี่ยวกับการใช้งานต่างๆ อย่างเช่นกรณีที่พบปัญหาการใช้งานหรือมีข้อแนะนำว่าควรมีการแก้ไขหรืออัปเดตที่จุดใด โดยสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ใช้งานเองและผู้พัฒนา Protocol 



การหาคอนเซปต์หรือไอเดียที่ดีเพื่อสร้าง DeFi Protocol


ในมุมมองของคุณ Nipun Pitimanaaree จาก Alpha Finance Lab 

แนะนำว่าเริ่มต้นจากการสร้างสิ่งที่ไม่เคยมีมากก่อน โดยวิเคราะห์ดูช่องว่างและแนวโน้มของตลาด แล้วทำความเข้าใจกับ DeFi และทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจริงๆ คืออะไร จากนั้นก็ลงลึกเข้าไปในสิ่งนั้น ซึ่งในที่สุดอาจค้นพบว่าอะไรคือสิ่งขาดหายไปรวมถึงพบว่ามีอะไรที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ และอีกอย่างที่สำคัญคือการตอบโจทย์ให้ได้ว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อสร้าง On Top  ต่อยอดจากคอนเซปต์นั้นๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้หรือช่วยให้ผู้ใช้งานเกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น


ส่วนอีกมุมมองจากคุณอรรณวุฒิ Blockchain Lead จาก SCB 10X แนะนำว่าหนึ่งในวิธีการหาไอเดียใหม่ๆ อย่างที่ท่านอื่นๆ กล่าวไว้ก่อนหน้าคือ การอ่าน Twitter ของผู้นำในวงการ DeFi รวมถึงการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมจากบทความหรืองานวิจัยต่างๆ ช่วยในการค้นหาไอเดียใหม่ๆ ได้

และในแง่มุมจากประสบการณ์การทำงานจะมีการเลือกไอเดียออกมาจำนวนหนึ่งและนำไปลองทำงานจริง และตรวจสอบดูในมุมมองด้านการตลาด ทั้งขนาดและศักยภาพของตลาด จากนั้นนำข้อมูลทั้งหมดมาตรวจสอบว่าดีพอหรือไม่ หากไม่ดีพอก็ขยับไปทดลองกับไอเดียถัดไป แต่ที่สำคัญคือควรเลือกและลองทำให้เร็ว 


ส่วนด้าน Do Kwon จาก Terra ให้ความเห็นว่าควรเป็นไอเดียที่คิดขึ้นมาใหม่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดี ไม่ใช่การลอกเลียนแบบไอเดียที่มีอยู่มาก่อน นอกจากนี้ Loi Luu, Co-Founder & CEO จาก Kyber Network ก็เห็นด้วยว่าเรื่องของการหาไอเดียใหม่ๆ เป็นเรื่องหนึ่งนับว่ามีความท้าทายมากและสำคัญที่สุด ซึ่งเห็นได้ว่าทุกๆ วันจะมีไอเดียใหม่ๆ มากมายเกิดขึ้นในพื้นที่นี้ โดยในการทำงานภายในทีมของเขาจะต้องมีการมาอัปเดตกันเสมอว่ามีอะไรกำลังเกิดขึ้นบ้างในโลกคริปโต ซึ่งหากต้องที่จะเรียนรู้ทุกอย่างในโลกคริปโตต้องใช้เวลาและการทำงานหนักอย่างมาก ดังนั้นควรมีการเลือกเฟ้นเฉพาะเรื่องที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับ Protocol ของตนเองและใช้เวลากับเรื่องนั้นๆ ให้มากขึ้น


การ Raise Fund หรือหาเงินทุนเพื่อเริ่มต้น DeFi Protocol


การรับเงินทุนมีหลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น อย่างแรกคือ ‘Bootstrap’ เหมาะสำหรับคนที่มีเงินทุนเพียงพอและไม่คิดว่าต้องการเงินทุนจาก VC รวมถึงมั่นใจว่าสามารถสร้างโปรเจกต์ขึ้นเองได้ อย่างที่สองคือการรับเงินทุนจาก VC และอีกหนึ่งวิธีคือรับเงินทุนจาก Ecosystem ซึ่งทุกวันนี้ Protocol ต่างๆ ในตลาด DeFi มีโปรแกรมมอบเงินสนับสนุนเพื่อการเริ่มต้น DeFi Protocol เกิดขึ้นมากมาย โดยต้องโปรเจกต์ที่เป็นไอเดียใหม่ๆ ที่มีความน่าสนใจและมีประโยชน์ต่อ DeFi Ecosystem 


สิ่งสำคัญในการหาเงินทุนต้องเข้าใจวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างแท้จริงก่อนว่าจะนำเงินทุนที่ได้จากวิธีต่างๆ มาทำอะไรบ้างและให้โฟกัสไปที่เป้าหมายที่เลือก ซึ่งต้องแน่ใจว่าเราต้องการเงินทุนจริงๆ รวมถึงไม่รีบจนเกินไป นอกจากเรื่องของเงินทุนคือการได้ร่วมทำงานกับผู้ลงทุน ซึ่งเป็นประโยชน์และสามารถช่วยในการทำโปรเจกต์ได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี หากสามารถสร้างโปรเจกต์ออกมาได้ดีมากพอเรื่องของเงินทุนจำนวนมหาศาลจากผู้ลงทุนก็จะตามมาได้ไม่ยาก


นอกจากนี้ การที่จะนำพาโปรเจกต์ให้เติบโตได้แบบก้าวกระโดดทั้งในกรณีที่มีการระดมทุนและไม่มีการระดมทุน คือต้องมีผลิตภัณฑ์หลักที่มีความแข็งแรงและต้องแน่ใจว่าผลิตภัณฑ์หลักจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเติบโต และที่สำคัญควรมีการนำผลิตภัณฑ์ออกมาเรื่อยๆ เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกสิ่งสำคัญในตลาด DeFi ที่ทราบกันดีว่าค่อนข้างหมุนไปข้างหน้าหรือเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้น ควรมีการตรวจสอบและจัดการเกี่ยวกับ Market Gaps ให้เหมาะสมและทำให้เร็วมากเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง