milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
trending
02 มีนาคม 2569
ภาษาไทย

Stablecoin ก้าวขึ้นสู่มาตรฐานใหม่ของการโอนเงินในโลกจริง

Stablecoins_TH.png

Stablecoin ได้เปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือเฉพาะกลุ่มสำหรับการซื้อขายคริปโต มาเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มตัว ในปี 2026 เรากำลังเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อ Stablecoin ทำหน้าที่เสมือน “เงินสดดิจิทัลบนอินเทอร์เน็ต” ที่สามารถตั้งโปรแกรมได้ (Programmable Money) และถูกผสานเข้ากับเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก รวมถึงระบบห่วงโซ่อุปทานขององค์กรขนาดใหญ่โดยตรง


Stablecoin Supply: การเติบโตแบบก้าวกระโดด
stalecoin supply 2026.jpg

ที่มา: theblock.co/data/stablecoins/usd-pegged/total-stablecoin-supply


อุปทานรวมของ Stablecoin ในปัจจุบันก้าวข้ามการเติบโตแบบเส้นตรงเข้าสู่ทิศทางแบบก้าวกระโดดอย่างชัดเจน โดยมีรายงานว่า ในช่วงเดือนกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2026 มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมได้สร้างสถิติใหม่ด้วยมูลค่าสูงกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจากระดับ 2.85 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

  • การเปลี่ยนผ่านสู่ภาคสถาบัน: การเติบโตของอุปทานนี้ถูกขับเคลื่อนหลักๆ จากการโอนเงินระหว่างประเทศของภาคธุรกิจ การบริหารจัดการเงินสดขององค์กร และการที่สถาบันการเงินดั้งเดิมเริ่มหันมาออก Stablecoin ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ
  • โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการขยายตัว: ฐานอุปทานที่ขยายตัวขึ้นอย่างมากช่วยให้ Stablecoin ทำหน้าที่เป็น Settlement Layer ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถรองรับธุรกรรมปริมาณมหาศาลได้โดยไม่มีข้อจำกัดเดิมๆ ของระบบธนาคารแบบเก่า
  • แรงหนุนจากกรอบกฎหมาย: 
    • การผ่านกฎหมาย GENIUS Act ในสหรัฐฯ และการบังคับใช้กฎระเบียบ MiCA ในยุโรปเมื่อปี 2025 ได้สร้างรากฐานทางกฎหมายที่ชัดเจน ทำให้ธนาคารต่างๆ สามารถนำ Stablecoin เข้ามาผสานในงบดุลของตนเองได้โดยตรง
    • ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ได้ปรับปรุงเกณฑ์ให้ Stablecoin เป็นสินทรัพย์สำรองที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยลดส่วนต่างการตีมูลค่า สำหรับ USDC/USDT ให้เหลือเพียง 2% ซึ่งหมายความว่าโบรกเกอร์สามารถนับมูลค่าเหรียญได้สูงถึง 98% เพื่อใช้เป็นเงินกองทุนตามกฎระเบียบ ช่วยปลดล็อกสภาพคล่องมหาศาลสู่ระบบการเงินกระแสหลัก
    • ขณะภูมิภาค SEA ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านจากช่วงทดลองใน Sandbox สู่การใช้กรอบกฎหมายระดับชาติที่บังคับใช้ได้จริง โดยมี สิงคโปร์ เป็นผู้กำหนดมาตรฐานสูงสุด (Gold Standard) ด้วยระบบการออกใบอนุญาตที่เข้มงวดของ MAS ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเร่งสร้างความเชื่อมั่นในระดับสถาบันเช่นกัน
    • ไทย และ ฟิลิปปินส์ ได้ยกระดับการใช้งานไปอีกขั้น โดยอนุญาตให้ใช้ Stablecoin เป็นหลักประกันที่ถูกต้องในตลาดอนุพันธ์ และผสานเข้ากับระบบชำระเงินแห่งชาติอย่าง QRPh เพื่อขับเคลื่อนการค้าระไร้พรมแดนและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก

การขยายตัวของการชำระเงินด้วย Stablecoin ในหลากหลายรูปแบบ 

บทบาทของ Stablecoin มีความหลากหลายมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก ช่วยให้การโอนมูลค่าระหว่างธุรกิจ แพลตฟอร์ม และผู้บริโภคเป็นไปได้อย่างไร้รอยต่อ

  • ภาคธุรกิจ (B2B): ยังคงเป็นกลุ่มการใช้งานหลักตามปริมาณธุรกรรม โดยบริษัทต่างๆ ใช้ประโยชน์จากบล็อกเชนที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อข้ามขั้นตอนระบบ SWIFT ที่ปกติใช้เวลาถึง 48–72 ชั่วโมง
  • การใช้จ่ายผ่านบัตร (Crypto Card-Linked): การเชื่อมต่อกับเครือข่ายบัตรยักษ์ใหญ่ทำให้ Stablecoin กลายเป็นเครื่องมือใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยผู้ใช้สามารถจ่ายเงินดิจิทัลดอลลาร์ให้กับร้านค้าหลายล้านแห่งได้ทันที
  • การโอนเงินรายย่อย (P2P และ B2C): เติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่ง Stablecoin กลายเป็นทางเลือกที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำกว่ามากสำหรับการโอนเงินรายบุคคล
  • การสำรองเงินทุนของสถาบัน (Institutional Prefunding): สถาบันการเงินหันมาใช้ Stablecoin ในการเติมเงินทุนล่วงหน้าเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารสภาพคล่อง

ความเคลื่อนไหวล่าสุด: การใช้งานจริงในระดับองค์กร

ยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้เปลี่ยนจากขั้นทดลองมาสู่การใช้งานจริงอย่างเต็มตัว:

  • ธนาคารกลางจีน (PBoC): เริ่มให้ดอกเบี้ยสำหรับยอดเงิน หยวนดิจิทัล (e-CNY) ที่ถือครองในวอลเล็ตของธนาคารพาณิชย์ (มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026) การเคลื่อนไหวนี้เป็นการมอบสถานะทางกฎหมายให้ e-CNY เทียบเท่ากับเงินฝากธนาคาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการใช้งานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง WeChat Pay และ Alipay
  • The Digital Chamber: ออกหลักการพื้นฐานสำหรับ Stablecoin เพื่อสนับสนุนให้มีกลไกการให้ผลตอบแทนและรางวัล ภายใต้ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตของวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การคัดค้านจากธนาคารยักษ์ใหญ่ใน Wall Street และมุ่งหวังที่จะสร้างกรอบการกำกับดูแลที่เอื้อต่อการแข่งขันและนวัตกรรมมากขึ้น
  • BNY Mellon x Talos แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับสถาบัน : ได้เข้าร่วมโครงการ Tokenized Deposit ของ BNY Mellon ความร่วมมือนี้ช่วยให้เกิดการชำระดุลแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินทุนบนบล็อกเชน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบระดับธนาคาร
  • BNY Mellon: เปิดตัวบริการ Tokenized Deposit อย่างเป็นทางการ โดยเปลี่ยนเงินฝากธนาคารแบบดั้งเดิมให้อยู่ในรูปแบบ On-chain โดยมีพันธมิตรระดับโลกอย่าง ICE, Citadel Securities และ Circle เข้าร่วมในการทดสอบ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการชำระดุลในตลาดทุนให้ทันสมัย
  • Anchorage Digital: เปิดตัวโซลูชัน Stablecoin สำหรับธนาคารโดยเฉพาะ เพื่อปรับปรุงการชำระดุลเงินดอลลาร์สหรัฐข้ามพรมแดนให้ทันสมัย โดยจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับสถาบันการเงินดั้งเดิมในการเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบบล็อกเชน
  • Visa: เปิดตัวโครงการนำร่อง Direct USDC Payouts เพื่อรองรับการชำระเงินทั่วโลกแบบเรียลไทม์สำหรับกลุ่ม Creator และแพลตฟอร์ม Gig Economy
  • Alibaba & JPMorgan: เริ่มใช้โครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนของ JPMorgan สำหรับการชำระเงินด้วยเงินดอลลาร์และยูโรในรูปแบบ Tokenized เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการค้า B2B ระหว่างประเทศ
  • Google & Coinbase: เปิดตัวโปรโตคอลการชำระเงิน x402 สำหรับ AI เพื่อเป็นมาตรฐานให้เอเจนท์ AI อัตโนมัติสามารถทำธุรกรรมด้วย Stablecoin ได้เอง
  • Mastercard & Circle: เปิดระบบชำระดุลด้วย Stablecoin ในภูมิภาค EEMEA โดยเชื่อมต่อ USDC เข้ากับกระแสการเงินของร้านค้าในภูมิภาค
  • Société Générale: ออก Stablecoin อ้างอิงมูลค่าดอลลาร์ภายใต้การกำกับดูแล สะท้อนถึงการยอมรับจากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในยุโรป
  • Walmart & Amazon: มีรายงานว่ากำลังพัฒนาโปรเจกต์ Stablecoin ของตนเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการชำระดุลและลดค่าธรรมเนียมธุรกรรมมหาศาล

บทสรุป


ภาพรวมในปี 2026 มีแนวโน้มที่เห็นได้ชัดว่า Stablecoin ได้เปลี่ยนผ่านจากการเป็นสินทรัพย์เก็งกำไร สู่การเป็น โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการโอนเงินจากทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกนิยามด้วยการขยายตัวของ Supply มหาศาลและการกระจายตัวของทิศทางการไหลเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมด้วยกฎระเบียบที่ชัดเจนมากขึ้นในแต่ละภูมิภาค 


—----

 

ที่มา

 

https://www.forbes.com/sites/digital-assets/2025/09/29/google-ai-stablecoin-payments-a-first-protocol-for-autonomous-agents/ 

https://www.pymnts.com/cryptocurrency/2025/mastercard-circle-enable-stablecoin-settlement-eemea-region/ 

https://www.reuters.com/business/finance/jpmorgan-enable-crypto-purchases-via-credit-cards-coinbase-tie-up-2025-07-30/ 

https://www.wsj.com/finance/banking/walmart-amazon-stablecoin-07de2fdd 

https://www.reuters.com/business/finance/societe-generale-launch-dollar-pegged-stablecoin-2025-06-10/ 

https://www.coindesk.com/markets/2025/06/13/walmart-amazon-mull-dollar-pegged-stablecoins-in-the-us-wsj

https://www.theblock.co/post/390057/cryptos-300-billion-stablecoin-supply-is-increasingly-used-as-everyday-money-global-study-finds 

https://lnkd.in/dh3KrebF

https://www.anchorage.com/insights/anchorage-digital-launches-stablecoin-solutions-for-banks-to-modernize-cross-border-usd-settlement

https://www.coingecko.com/learn/2026-asia-stablecoin-market-overview#:~:text=The%20strategy%20is%20working%3B%20StraitsX,active%20as%20of%20January%202026

https://www.coingecko.com/learn/2026-asia-stablecoin-market-overview#:~:text=The%20event%20demonstrated%20that%20as,a%20stablecoin%2Dspecific%20regulatory%20review

 

 

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept