Kaito ปฏิวัติการค้นหาข้อมูลในโลก Web3 ด้วย AI
ในเศรษฐกิจดิจิทัลที่ข้อมูลมีค่ามหาศาล โลกคริปโตกลับเผชิญกับปัญหาข้อมูลที่กระจัดกระจายและเต็มไปด้วยความสับสน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโต Yu Hu จึงได้ก่อตั้ง Kaito AI ขึ้นเพื่อเป็น "โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลอัจฉริยะ" ที่จำเป็นสำหรับ Web3 โดยมีเป้าหมายในการแก้ปัญหานี้และนำความชัดเจนมาสู่ข้อมูลคริปโตที่ซับซ้อน.jpg)
ภายในงาน REDeFiNE TOMORROW 2025 ที่ผ่านมา Yu Hu, Co-Founder ของ Kaito AI ได้เผยถึงเบื้องหลังของบริษัทที่มุ่งมั่นจะปฏิวัติการจัดการข้อมูลอันซับซ้อนในโลกคริปโต ด้วยการนำเสนอแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า "InfoFi" (Information Finance) ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน ผ่านบทสนทนาร่วมกับคุณพีรวิชญ์ ศรีสุขสันต์ Investment Manager จาก SCB 10X ในหัวข้อ "Search Meets Crypto: Kaito's AI Knowledge Engine"
จากเทรดเดอร์สู่ภารกิจของผู้ก่อตั้ง
เส้นทางของ Kaito ไม่ได้เริ่มต้นในโรงรถที่ซิลิคอนแวลลีย์ แต่อยู่บนฟลอร์เทรดของโลกการเงิน TradFi Yu Hu, CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Kaito คลุกคลีอยู่ในแวดวงการเงินมานับทศวรรษ รวมถึงการเป็นเทรดเดอร์มือฉมังที่ Citadel บริษัทเฮดจ์ฟันด์ระดับโลก แต่เมื่อเขาก้าวเข้ามาในโลกคริปโต เขาก็พบความจริงที่ว่าเครื่องมือและกลยุทธ์ที่เคยเชี่ยวชาญในโลก TradFi นั้นแทบจะใช้การไม่ได้เลยใน Web3
ในขณะที่ Wall Street มี Bloomberg Terminal เป็นศูนย์กลางข้อมูลที่น่าเชื่อถือ โลกคริปโตกลับเต็มไปด้วยข้อมูลที่กระจัดกระจายและไร้ทิศทาง ทั้งบน X Discord Telegram ฟอรัมต่างๆ ไปจนถึงพอดแคสต์ เขาเปรยว่าการค้นคว้าข้อมูลนั้น “เยอะเกินไปจนจัดการไม่ไหว” Pain Point ส่วนตัวนี้เองที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นและภารกิจของ Kaito นั่นคือการสร้าง Search Engine ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ เพื่อหา Signal ที่ใช้ได้จริงออกมาจาก Noise ให้ได้
“Bloomberg สำหรับโลกคริปโต” และการจัดการขุมทรัพย์ข้อมูลที่ไร้ระเบียบ
หัวใจสำคัญของ Kaito คือ Search Engine ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำในสิ่งที่ Google ทำไม่ได้ แม้ Google จะเข้าถึงเว็บสาธารณะได้ดีเยี่ยม แต่ก็ไม่สามารถเจาะเข้าไปในพื้นที่กึ่งสาธารณะอย่างเซิร์ฟเวอร์ Discord หรือช่อง Telegram ได้ ทั้งยังขาดความเข้าใจในบริบทของวงการคริปโตที่จะแยกแยะได้ว่าใครคือผู้มีอิทธิพลตัวจริงในวงการหรือบทสนทนาไหนที่กำลังเป็นกระแสสำคัญ พลังของ Kaito คือความสามารถในการ Index ข้อมูลจากแหล่งที่เข้าถึงยากแต่มีความสำคัญสูงต่อตลาดเหล่านี้
โดยเบื้องหลังของระบบการทำงานจะมีสเกลที่ใหญ่มาก ซึ่ง Kaito จะทำการ Index ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ Discord หลายพันแห่ง บัญชี Twitter นับไม่ถ้วน ฟอรัม และพอดแคสต์แบบเรียลไทม์ ซึ่งมีความท้าทายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน Kaito กำลังขยายขีดความสามารถไปสู่แพลตฟอร์มวิดีโออย่าง TikTok และ Instagram ที่มาพร้อมกับความซับซ้อนใหม่ๆ ทั้งการวิเคราะห์เนื้อหาวิดีโอ และโจทย์สุดท้าทายอย่างการสร้างระบบประเมินความน่าเชื่อถือที่ใช้ได้ข้ามแพลตฟอร์มได้
สถาปัตยกรรมทางเทคนิคอันแข็งแกร่งคือสิ่งที่ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานนี้ ซึ่งคุณ Yu อธิบายว่าโจทย์สำคัญที่สุดคือการสร้างฐานข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อประมวลผลข้อมูลไร้โครงสร้าง (Unstructured Data) ปริมาณมหาศาล พร้อมกับใช้ความเข้าใจในวงการเพื่อกรอง Signal ออกจาก Noise ไปพร้อมกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ “ความน่าเชื่อถือ” ไม่ใช่สิ่งตายตัว และอินฟลูเอนเซอร์ Crypto บน X ย่อมมีน้ำหนักต่างจากครีเอเตอร์ที่โดดเด่นบน TikTok Engine ของ Kaito จึงถูกสร้างมาให้เข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ เพื่อมอบมุมมองที่อิงตามบริบทจริงของตลาด
ก้าวข้ามจากเครื่องมือค้นหา สู่ผู้ช่วยวิเคราะห์เชิงรุก
แค่รวบรวมข้อมูลอย่างเดียวไม่พอ จุดแข็งที่แท้จริงของ Kaito คือ AI คุณ Yu มองว่า AI Agent จะเข้ามาปฏิวัติประสบการณ์ผู้ใช้ เปลี่ยนจากการเป็นแค่เครื่องมือค้นหาที่รอรับคำสั่ง ไปสู่การเป็น “ผู้ช่วยวิเคราะห์ส่วนตัวที่ทำงานเชิงรุก” เขาเล่าว่าสมัยที่อยู่ Citadel เขาต้องใช้เวลาถึง 20% ของการทำงานเพียงเพื่อหาคำตอบว่า “ทำไมราคาของสินทรัพย์นี้ถึงขยับ” Kaito กำลังพัฒนา AI ที่สามารถตอบคำถามนี้ได้อัตโนมัติ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลตลาด ข้อมูล On-chain และ Social Sentiment เพื่ออธิบายการเคลื่อนไหวของราคาโทเค็นใดๆ ได้ทันที
แน่นอนว่าพลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง Kaito มีระบบหลายชั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะ Hallucination โดยการป้อนข้อมูลเรียลไทม์จาก Search Engine ของตัวเอง ตรวจสอบกับชุดข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง (เช่น ราคา) และใช้กลไกตรวจสอบซ้ำอย่างเข้มงวด แม้ไม่มีระบบใดสมบูรณ์แบบ แต่วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการให้ข้อมูลผิดพลาดร้ายแรงที่อาจสร้างความเสียหายทางการเงินได้อย่างมาก
ความปลอดภัยและความอึดในตลาดสุดผันผวน
เส้นทางของ Kaito เปรียบเสมือนบทเรียนชั้นดีเรื่องความอึดและทักษะการปรับตัว Kaito ถูกก่อตั้งเมื่อต้นปี 2022 ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เหรียญ Luna จะล่มและตามมาด้วยวิกฤตของ Three Arrows Capital และ FTX แต่เหตุการณ์สะเทือนวงการเหล่านี้กลับไม่สามารถหยุดยั้งพวกเขาได้
เพราะภารกิจของ Kaito คือการแก้ปัญหาพื้นฐานที่เกิดขึ้นเสมออย่าง “ข้อมูลที่กระจัดกระจาย” คุณค่าของบริษัทจึงไม่ผันผวนไปตามสภาวะตลาด ปรัชญาของพวกเขาคือการ “เน้นที่ความจำเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่กระแส Hype” ในขณะที่คู่แข่งหันไปสร้าง AI เพื่อความบันเทิงตามเทรนด์ Kaito กลับมุ่งมั่นสร้างแพลตฟอร์ม “Yaps” ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง Yaps เติบโตอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 1 ล้านคน และสร้างรายได้ให้บริษัทอย่างเป็นกอบเป็นกำ
ความแข็งแกร่งนี้ยังรวมถึงการให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยจากประสบการณ์ตรง ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บัญชีของคุณ Yu และของบริษัทถูกโจมตีทางไซเบอร์ การสืบสวนพบว่าเป็นการโจมตีแบบเดียวกับที่เกิดกับบัญชีดังอื่นๆ โดยแฮกเกอร์จะทำกำไรจากการ Short โทเค็นก่อนที่จะใช้บัญชีที่แฮกได้สร้างความตื่นตระหนกในตลาด
เพื่อรับมือกับเรื่องนี้ Kaito ได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่การทำงานร่วมกับ White-hat Hacker การตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอ ไปจนถึงการบังคับใช้ 2FA กับทีมงานทุกคน เพราะในอุตสาหกรรมที่เดิมพันสูงขนาดนี้ ความปลอดภัยคือสิ่งที่ประนีประนอมไม่ได้
InfoFi: หน่วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
แม้ Kaito Pro และ Yaps จะตอบโจทย์ในปัจจุบัน แต่วิสัยทัศน์ของคุณ Yu มองไปไกลกว่านั้น เขากำลังสร้างอนาคตบนแนวคิดใหม่อย่าง InfoFi (Information Finance) หรือ “การเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน” โดยมี Prediction Market อย่าง Polymarket เป็นต้นแบบ
ทฤษฎีเบื้องหลังคือ เมื่อผู้คนสามารถ “เทรด” บนผลลัพธ์ของเหตุการณ์หรือทิศทางของเทรนด์ได้ ราคาที่เกิดขึ้นในตลาดนั้นจะกลายเป็น “ตัวชี้วัดความจริงที่แม่นยำที่สุด” Kaito ตั้งเป้าที่จะสร้างเครื่องมือพื้นฐานใหม่ๆ บนแนวคิดนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถเทรดได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เทรนด์ตลาดเกิดใหม่ ความนิยมของคนดัง ไปจนถึงกระแสความคิดเห็นทางการเมือง
หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์นี้คือ โทเค็น Kaito ที่คุณ Yu ชี้ว่าในโลกออนไลน์ มูลค่าส่วนใหญ่มักตกอยู่กับ Content Creator ส่วนน้อย (แค่ 2-3%) แต่กลยุทธ์ Tokenization ของ Kaito ถูกออกแบบมาเพื่อกระจายผลประโยชน์ให้ผู้ใช้งานอีก 97-98% ซึ่งเป็นผู้เสพคอนเทนต์ที่เป็นพลังขับเคลื่อนหลักของแพลตฟอร์ม ผู้ถือโทเค็นสามารถมีส่วนร่วมในระบบนิเศศได้โดยตรง เช่น การนำโทเค็นไป Stake ใน Reward Pool ต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้างกลไกให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดทิศทางและตัดสินใจว่าสิ่งใดมีคุณค่าเองได้
นี่ไม่ใช่แค่ความฝัน คุณ Yu ประกาศว่า Kaito จะเปิดตัวกลไก InfoFi ใหม่ๆ ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เพื่อสร้าง “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความสนใจ” (หรือ Attention Economy) ที่ซึ่งข้อมูลและการมีส่วนร่วมสามารถเปลี่ยนเป็นมูลค่าและซื้อขายได้อย่างแท้จริง
กลยุทธ์สองแนวทางสำหรับตลาดที่แตกต่าง
เบื้องหลังวิสัยทัศน์นี้คือโมเดลธุรกิจสองแนวทางที่แข็งแกร่งและทำได้จริง ช่วยให้บริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืน
- Kaito Pro: แพลตฟอร์มระดับพรีเมียมสำหรับลูกค้าองค์กร (B2B) ที่ให้บริการทีมงานมืออาชีพกว่า 700 ทีม (รวมถึง VCs และ กองทุน) เป็นเครื่องมือสำหรับติดตามกระแส (Mindshare) การวิเคราะห์คู่แข่ง และภาพรวมตลาด Kaito Pro คือเครื่องจักรทำเงินหลักของบริษัท
- Kaito Yaps: แพลตฟอร์มฟรีสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (ลูกค้า Retail) ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในวงกว้าง Yaps เป็นประตูสู่ระบบเศรษฐกิจโทเค็นและเป็นกลยุทธ์การกระจายผู้ใช้งานของ Kaito
การแบ่งตลาดที่ชัดเจนนี้ทำให้ Kaito สามารถตอบสนองความต้องการเชิงลึกของตลาดมืออาชีพ พร้อมกับสร้างฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ในตลาดรายย่อยไปพร้อมกัน
เรื่องราวของ Yu Hu และ Kaito ที่เล่าในงานเสวนาครั้งนี้ ได้ฉายภาพให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่แค่ผู้เล่นคนหนึ่งในอุตสาหกรรมคริปโต แต่เป็น “ผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน” ที่สำคัญให้กับวงการ ด้วยการแก้ปัญหาความโกลาหลของข้อมูลด้วย AI ปรัชญาประจำองค์กรที่แข็งแกร่ง และวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลอย่างการสร้าง InfoFi ทำให้ Kaito กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกคนที่ต้องการเดินทางในโลก Web3 ที่ซับซ้อนและน่าตื่นเต้นนี้





