ยกระดับการปรับขยายเครือข่าย Blockchain ไปกับแพลตฟอร์ม Celestia’

บทความนี้นำประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์และสถาปัตยกรรม Modular ของ Celestia รวมถึงรากฐานสำคัญของแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้น คือความพร้อมใช้ของข้อมูล (Data Availability) และกลไกฉันทามติ ไปจนถึงความปลอดภัย
Celestia คืออะไร
Mustafa อธิบายถึง Celestia ว่าเป็นฐานแยกส่วนหรือ Layer หนึ่งของ Blockchain ในรูปแบบ “Modular” ทำหน้าที่เป็นฉันทามติที่สามารถเชื่อมต่อได้ และมีส่วนความพร้อมใช้ของข้อมูล (Data Availability) สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยนักพัฒนาสร้างเครือข่ายได้ในรูปแบบของตนเองบนสถาปัตยกรรมแบบ Modular ได้อย่างยืดหยุ่น ใช้ต้นทุนที่ต่ำลงและปลอดภัย
Mustafa ได้อธิบายจุดกำเนิดของ Celestia โดยเริ่มแรกเป็นโครงการชื่อ "Lazy Ledger" เป็นแพลตฟอร์มอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ปรับขนาดได้ และกลไกฉันทามติที่ช่วยให้ดำเนินธุรกรรมนอกเครือข่ายหรือภายในเครือข่ายโซลูชัน Roll-Up ได้ แทนที่การดำเนินการแบบ On-Chain อย่างเดียว
แรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดแนวคิด Modular Blockchain
Mustafa อธิบายถึงแรงจูงใจเบื้องหลัง Blockchain แบบ Modular ด้วยการมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นที่ได้รับจากการให้ความสำคัญในแต่ละส่วนขององค์ประกอบต่างๆ แบบเฉพาะ ซึ่งได้สร้างแนวทางที่คล้ายคลึงกับวิวัฒนาการของ Web ที่มุ่งเน้นถึงการสร้าง Modular ที่ช่วยนักพัฒนาสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่ต้องการโดยไม่ต้องยึดติดกับระบบนิเวศใดระบบนิเวศหนึ่ง

Image: https://celestia.org/
ความสามารถปรับขยายขนาดของเทคโนโลยีเป็นจุดเด่นของ Celestia
Mustafa อธิบายถึงความสามารถในการปรับขนาดของ Celestia โดยการให้แต่ละโหนด (Node) ที่แตกต่างกันจัดการและรับมือกับทรัพยากรในแบบเฉพาะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แทนที่การให้ Node เดียวทำทุกอย่าง ซึ่งสนับสนุนแนวคิดที่มุ่งเน้นการทำให้แต่ส่วนมีประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมส่วนของความพร้อมใช้งานข้อมูลและส่วนของการดำเนินการของ Celestia ที่ช่วยให้สามารถปรับขยายขนาด Block ให้ใหญ่ขึ้น
แนวคิด “Honest Minority” ของ Celestia เสริมความปลอดภัย
แนวคิด Honest Minority ของ Celestia ที่ทำให้ทุกคนต้องทำตามกฎของ Protocol อย่างเคร่งครัด และเครือข่ายสามารถตรวจสอบได้ว่าทุกคนได้ปฏิบัติตาม อย่างการใช้กลไก Full Nodes เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม ส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีที่เป็นเสียงข้างมากไม่สามารถสร้างความเสียหายหรือควบคุมเครือข่ายได้ และเมื่อมีธุรกรรมที่มีจำนวนมากเกินไปก็มีการใช้เทคโนโลยีอย่าง Data Availability Sampling และ Zero-Knowledge Proofs ที่ถูกใช้ใน Celestia เพื่อช่วยยืนยันความถูกต้องของผู้ใช้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ Celestia ให้ผู้ใช้มีบทบาทสำคัญพร้อมไปกับการรักษากลไกตรวจสอบความถูกต้องของเครือข่าย
ความท้าทายในด้านการทำงานร่วมกับ Blockchain อื่นๆ
Mustafa ให้ความคิดเห็นว่า Celestia เป็นรากฐานของชุมชนที่เข้ามาสร้างเครือข่ายและมีสะพานเชื่อมระหว่างกันในระบบนิเวศ โดย Celestia ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์กลางของสภาพคล่อง แต่เปรียบเหมือนพื้นที่ของความปลอดภัยที่ใช้ร่วมกันได้ นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่อาจสร้างแอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้ปรากฏขึ้นได้ เนื่องจากมีความคุ้มค่าและมีข้อมูลรองรับในปริมาณมากซึ่งช่วยนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ จึงเป็นโซลูชันที่ส่งเสริมนักพัฒนาที่ประสบปัญหากับค่าใช้จ่ายที่มากเกินไปในการสร้างและช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการสร้างแอปพลิเคชันมากขึ้น
รับชมทั้งหมดที่ Youtube: Next Generation Blockchain Architectures: The Scalability of Modular Blockchains with Celestia
บทความนี้สรุปจาก Virtual conference ที่จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2023





