Technology
March 23, 2022
Binance กับแนวทางในอนาคตเพื่อผลักดัน CeDeFi

ปัญหาอย่างหนึ่งของวงการ DeFi คือเทคนิคการตรวจสอบและการป้องกันความปลอดภัย จึงมีการหยิบจุดเด่นของ CeFi เข้ามาอุดช่องโหว่นี้ กลายเป็นโซลูชันใหม่ที่เรียกว่า Centralized Decentralized Finance หรือ CeDeFi ที่เกิดประโยชน์กับทุกคนใน Ecosystem นี้ แน่นอนว่าผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Binance ย่อมให้ความสำคัญกับโซลูชันนี้มาก จึงออกโปรโตคอล Binance Smart Chain (BSC) พร้อมกับตั้งกองทุนกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสนับสนุนนักพัฒนาในวงการ DeFi ในโอกาสนี้ SCB 10X จึงสรุปบทสัมภาษณ์ของ Changpeng Zhao หรือเป็นที่รู้จักกันว่า CZ ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Binance แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน Crypto ที่ใหญ่ที่สุด ดำเนินรายการโดยคุณมุขยา พานิช Chief Venture and Investment Officer จาก SCB 10X  จากงาน REDeFiNE TOMORROW 2021 มาให้ทุกท่านได้ติดตามกัน

1200x800 Binance & Future of CeDeFi VS DeFi 1.png

มุมมองของ CZ ต่อการพัฒนาของ DeFi และตลาด Digital Assets


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาด Crypto มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีการพัฒนา Chain ต่างๆ เพิ่มขึ้น และยังสามารถแยกย่อยไปอีกหลายแขนง รวมถึงมีแอปพลิเคชันใหม่มากมาย ซึ่ง CZ มองว่าราคา Bitcoin น่าจะเป็นดัชนีที่บอกถึงขนาดการขยายตัวของตลาด Crypto ได้ดีที่สุด แม้ว่าจะมีผู้ใช้งานเพียง 2-3% และส่วนใหญ่เป็นนักเก็งกำไร ดังนั้น CEX จึงเป็นพื้นที่ที่คนเข้ามามากที่สุดในตอนนี้ แต่ก็ยังมีพื้นที่เหลืออีกมากมายสำหรับนักพัฒนาในการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานใหม่เข้ามา รวมถึงการผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้ขยายตัวขึ้นไปอีก โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการพัฒนาคือการมี Infrastructure ที่ปลอดภัยและสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างเพียงพอ จากนั้นก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานง่าย และเป็นสิ่งที่คนต้องการจริงๆ ซึ่งในอนาคตอาจมีนวัตกรรมและแอปใหม่ๆ ที่เราคาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้ โดย CZ มองว่าพวกแพลตฟอร์มการชำระเงิน NFT เกม หรือศิลปะจะโตได้อีกและในระยะยาวจะแซงหน้าตลาดการแลกเปลี่ยน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถลงทุนได้ ดังนั้นการซื้อขายสินทรัพย์แบบ Active จึงไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน 

ปัจจุบัน Binance Smart Chain หรือ BSC ซึ่งเป็น CeDeFi Protocol ของ Binance มีการเติบโตมากกว่าที่ CZ คิดไว้มาก โดยมีการทำธุรกรรมบน BSC มากกว่าใน Ethereum Network ประมาณ 3-5 เท่า แต่การดึงดูดผู้ใช้งานใหม่เข้ามาก็ยังคงเป็นเป้าหมายที่สำคัญ เพราะตอนนี้นักลงทุนส่วนใหญ่อยู่ใน CEX จึงจำเป็นต้องมีแอปที่ช่วยให้นักลงทุนกลุ่มนี้เข้ามาใน DeFi ให้ได้ ซึ่ง BSC ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยในการขอสปอนเซอร์ของแต่ละ Community และให้ใช้ BNB เป็น Native Currency รวมถึงแอปที่จูงใจให้มีผู้เข้ามาใช้งานใหม่ด้วย ดังนั้น ถ้ามีปริมาณ Developers มากขึ้น ก็จะทำให้มีแอปที่มากขึ้นไปด้วย และการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายก็จะทำให้มีผู้ใช้งานเพิ่มตามไปด้วย 

อย่างไรก็ตามการที่ BSC เป็น DeFi Ecosystem ที่มี Active Users มากที่สุด จึงถูกโจมตีบ่อยที่สุดเช่นกัน มีพวก Hackers และ Scammers จำนวนมากที่คอยหาเหยื่อในนี้ เพราะบน Blockchain ไม่สามารถระงับธุรกรรมได้ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือตรวจสอบความปลอดภัย โดย Binance ใช้วิธีการเป็นพาร์ทเนอร์กับโครงการอิสระต่างๆ ที่ทำด้านการตรวจสอบหรือความปลอดภัย รวมถึงการให้ทุนกับโปรเจค Third-Party ที่เกี่ยวกับด้านนี้ Binance จึงใช้งบประมาณจำนวนมากไปกับเรื่องความปลอดภัย โดยตอนนี้ Binance สามารถตรวจจับ Scammer ใน CEX ได้แล้ว และป้องกันการเกิด Rug-Pull ได้  นอกจากนี้ BSC ยังพยายามทำงานร่วมกับผู้กำกับดูแลในแต่ละพื้นที่ ประกอบกับสนับสนุนการศึกษา ให้ความรู้เพื่อป้องกันการโกง

อย่างไรก็ตามการที่ BSC มีระบบ Support ให้ผู้ใช้งาน รวมถึงการกำกับดูแลความปลอดภัย จึงทำให้คนบางส่วนมองว่า BSC เป็น CeFi มากกว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ CZ มองต่างออกไป โดยเห็นว่าเนื่องจากการมีคำว่า Binance อยู่ในชื่อจะส่งผลต่อภาพรวมของแบรนด์ใหญ่ ทั้งที่ BSC เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งและมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกันมาก โดย BSC ใช้ 2 nodes จากทั้งหมด 21 nodes ส่วนที่เหลือคือถูกใช้จากบุคคลอื่น คล้ายๆ กับ Ethereum ในเรื่องของการทำงานและการเป็น Influencer ของผู้บริหารหรือผู้ก่อตั้ง ทำให้เกิดการเชื่อมความสัมพันธ์เข้าหากัน ซึ่งต่างกับ Bitcoin ที่ไม่มีใครดูแล ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นเจ้าของ ดังนั้นคำว่า Centralized จึงสามารถตีความได้ในหลายมุม แต่ในมุมของ CZ มองว่า Binance เป็น DeFi อย่างสมบูรณ์ และ BNB ก็น่าจะเป็นเหรียญที่กระจายดีที่สุดในตอนนี้ 


ประเด็นที่กำลังส่งผลต่อโลก DeFi ตามความเห็นของ CZ


ผู้ก่อตั้ง Binance มองว่ามีหลายปัจจัยในเวลานี้ที่ส่งผลกระทบต่อ DeFi ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกคือ Layer 2 ที่เริ่มออกผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง CZ คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะการมี Solution กับ User Experience ที่ต่างกันทำให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น น่าจะทำให้มีผู้ใช้งานใหม่มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีต่อ Ecosystem ทั้งหมด ยิ่งมีผู้พัฒนามากขึ้นก็ยิ่งทำให้อุตสาหกรรมนี้ขยายตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามบางคนอาจคิดว่าการมีผู้พัฒนามากขึ้นจะทำให้เกิดการแข่งขันที่มากตามไปด้วย แต่ CZ กลับมองว่าตลาดนี้ยังมีพื้นที่อีกมากกว่าที่จะถึงจุดอิ่มตัว การแข่งขันจะทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้ความจริงจะไม่ได้เป็นการแข่งขันกันโดยตรง การที่ Ecosystem ขยาย มีนวัตกรรมมากขึ้น แล้วในโลก DeFi สามารถเลียนแบบและเรียนรู้จากกันและกันจะทำให้ตลาดโตได้อีกมาก แต่ในตอนนี้ BSC ยังไม่มี Solution Layer 2 เพราะการใช้งานที่ค่อนข้างยาก และมีความ Centralized ที่มากกว่า L1 แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งจะต้องติดตามกันต่อไป

ประเด็นต่อมาคือบทบาทของสถาบันที่เข้ามาในวงการ DeFi มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในตลาดการแลกเปลี่ยน, Venture Capital, CeFi รวมถึง DeFi ที่มีสถาบันใหญ่ย้ายเข้ามาและทำธุรกรรมจำนวนมหาศาลบน Binance โดยเฉพาะสถาบันฝั่งเอเชียที่มี Volume แลกเปลี่ยนลดลงเพราะย้ายมา Trade ใน DeFi แทน ไม่เพียงแต่สถาบันในเอเชียที่เข้าถึง DeFi ได้ง่ายกว่าทางสหรัฐฯ ระดับครัวเรือนเองก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้มากขึ้น หลายครอบครัวเริ่มย้ายสินทรัพย์เข้าไปใน Crypto เนื่องจากมีผลตอบแทนที่สูงกว่าอุตสาหกรรมแบบเดิมมาก ซึ่งสถาบันหลายแห่งเริ่มใช้ DeFi กับ Hedge Fund ก่อนแล้วค่อยขยับไปขุดเหมืองหรือธุรกรรมประเภทอื่นที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยหลายบริษัทใน DeFi ก็มีผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดสถาบันให้มาลงทุน

ประเด็นสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือการเข้ามากำกับดูแล ในยุคเริ่มต้นนั้นการออกแนวทางหรือกฎระเบียบเป็นเรื่องที่ยาก เพราะไม่สามารถจำแนกประเภทให้ Crypto ได้ตรงตามนิยามของกฎเกณฑ์เดิม แต่ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าหน่วยงานการกำกับดูแลเริ่มจริงจังขึ้นโดยไม่สนการจำกัดความแล้ว เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลคิดว่าพื้นที่นี้จำเป็นต้องเข้ามากำกับ ทำให้บริษัทในวงการนี้จะต้องปรับแนวความคิดครั้งใหญ่จากสถานะผู้พัฒนาเทคโนโลยีเป็นผู้ให้บริการทางการเงินแทน และแน่นอนว่า Binance ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง เพราะมีฐานผู้ใช้งานในหลายประเทศ แล้วแต่ละประเทศก็มีความเข้มงวดในการกำกับดูแลที่ต่างกัน CZ จึงเพิ่มบุคลากรด้านการสื่อสารและบุคลากรที่เชี่ยวชาญในด้านการกำกับดูแลในแต่ละพื้นที่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่นั้นๆ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นได้ในอนาคต รวมถึงความราบรื่นในการประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลที่ใช้ภาษาต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เพราะเขามองว่าที่ผ่านมาความสัมพันธ์กับหน่วยงานกำกับดูแลยังไม่ดีเท่าที่ควร


ก้าวต่อไปของ Binance กับบทบาทการเป็น CeDeFi

ช่วงที่ผ่านมานี้ Binance พยายามผลักดันให้มีการใช้งานโซลูชัน CeDeFi มากขึ้น เพราะมีประโยชน์ต่อหน่วยงานกำกับดูแลสามารถตรวจสอบสิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกกฎหมาย มีการใช้โปรโตคอล AML (Anti-Money Laundering) และ KYC (Know Your Customer) เพื่อป้องกันการฟอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษีทั้งในระดับท้องถิ่นและระหว่างประเทศ รัฐบาลจึงสามารถติดตามธุรกรรมและจัดเก็บส่งภาษีได้ง่ายขึ้น ซึ่งประโยชน์จากตรงนี้จะทำให้เกิดความไว้วางใจในหมู่ประชาชน และเมื่อผู้คนมีความรู้ในเรื่องนี้รวมถึงทราบแนวทางการกำกับที่ชัดเจนแล้วก็จะเข้ามาในตลาดนี้อีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเป็นที่น่าจับตามองว่าเงินทุน 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ Binance จัดตั้งเพื่อสนับสนุนโครงการในโซลูชันนี้จะออกนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาบ้างในอนาคต

กรณีที่ Coinbase บุกเบิกการเข้า IPO ในสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เหล่าบริษัท Crypto สัญชาติสหรัฐก็อยากเข้าร่วมด้วย รวมถึงพาร์ทเนอร์ของ Binance ในสหรัฐฯ ก็กำลังหาเส้นทางที่เหมาะสมในการเข้า IPO แต่ตอนนี้วิธีหาเงินทุนที่เหมาะสมง่ายที่สุดมาจาก VC ส่วนในประเทศอื่นๆ CZ มองว่าอยู่ในช่วงเตรียมตัวเท่านั้น น่าจะใช้เวลาสักพักเพราะโครงสร้างและหน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกันไป เช่น ในสหรัฐฯ มีข้อกำหนดว่าต้องมี Headquarter ในประเทศ แม้ว่าในวงการ Blockchain จะสามารถทำงานจากที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่การมีสำนักงานใหญ่และเป็นนิติบุคคลจะสร้างความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น ทาง Binance เองก็พยายามเตรียมโครงสร้างนี้สำหรับอนาคต เพราะตอนนี้มันยังไม่จำเป็นสำหรับพวกเขา CZ พอใจกับการเติบโตที่มั่นคงอย่างในตอนนี้อยู่แล้ว แต่ในอนาคตอาจเข้า IPO ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

สำหรับการขยายตลาด CZ คิดว่าพื้นที่ที่น่าสนใจคือแอฟริกา เพราะยังไม่มี financial infrastructure จึงมีที่ว่างอยู่มาก ส่วนทวีปอื่นๆ นั้นขึ้นอยู่กับการกำกับดูแลของแต่ละพื้นที่ เช่น สหรัฐฯ ที่มี Tech Firm ที่มั่นคงหลายแห่ง จึงมีผลิตภัณฑ์ DeFi ออกมาจำนวนมาก แต่มีเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถเติบโตได้ เช่นในตลาด Exchange ที่มีผู้พัฒนารายใหญ่ที่เข้ามาก่อนครองตลาดไปเเล้ว ซึ่งต่างกับกรณีของยุโรปในบางส่วน อย่างไรก็ตามตอนนี้ตลาดเริ่มขยายเข้าไปในทวีปอเมริกาเหนือแล้ว ส่วน CZ มีความเห็นว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ เพราะมีศักยภาพในการเติบโตมาก มีความเป็นมิตรกับวงการ Crypto เกือบทุกบริบท และจะเห็นได้ว่ามีจำนวนผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ในวงการนี้เกิดขึ้นจำนวนมากใน SEA ส่วนพื้นที่ที่เข้าไปยากที่สุดคงหนีไม่พ้นจีนที่มีการกำกับอย่างสุดโต่ง สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะขยายตลาดไปในพื้นที่ไหน การเข้าใจในบริบทของพื้นที่นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการออกแบบกลยุทธ์

และทั้งหมดนี้ภาพรวมของวงการ DeFi ที่น่าสนใจและติดตาม จากมุมมองของ CZ ผู้ก่อตั้ง Binance เจ้าตลาด CEX ที่หันมาสนับสนุน CeDeFi โอกาสต่อไป SCB 10X จะมีเรื่องราวของ Blockchain ที่น่าสนใจมาให้ติดตามกันอีกอย่างแน่นอน


 

สามารถติดตาม Session นี้ย้อนหลังได้ที่: YOUTUBE

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Accept