milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
Technology
29 สิงหาคม 2568
ภาษาไทย

เจาะลึกตลาด EdTech: เทรนด์ AI ที่จะเปลี่ยนโฉมวงการการศึกษาและธุรกิจของไทย

ในงาน Techsauce Global Summit 2025 ผู้นำจาก SCB 10X, Edsy, และ Learn Corporation จะมาเปิดมุมมองผ่านการพูดคุยใน Session: "From Classrooms to Codebases: How Real-World AI is Redefining Thai Education and the Market Behind It" เผยให้เห็นว่า AI เข้ามาพลิกโฉมการเรียนการสอนอย่างไร พร้อมเจาะลึกถึงโอกาสทางธุรกิจและตลาดที่กำลังเติบโตเบื้องหลังนวัตกรรมการศึกษา จากการนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยสอน ไปจนถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ทักษะแห่งอนาคต ที่จะยกระดับการศึกษาไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล และสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพพร้อมแข่งขันในเวทีโลกอย่างแท้จริง


Article_1200X800.jpg


เมื่อ AI ถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาในห้องเรียน

ปัญหาในห้องเรียนของไทยคือจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาโซลูชันต่างๆ เพื่อแก้ไขโดยเฉพาะ ซึ่งแต่ละองค์กรต่างมุ่งเน้นแก้ "Pain Point" ที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น

  • SCB 10X  เล็งเห็นถึงปัญหาสำคัญในระบบการศึกษาไทย โดยเฉพาะภาระการตรวจข้อสอบของครูที่กินเวลาจำนวนมหาศาล ซึ่งส่งผลให้ครูมีเวลาน้อยลงในการดูแลและให้คำแนะนำนักเรียนแบบรายบุคคลอย่างทั่วถึง
  • Learn Corporation มุ่งแก้ปัญหาเรื่องเป้าหมายในการเรียนของนักเรียน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กมัธยมที่ไม่เข้าใจว่าความรู้ที่เรียนอยู่จะนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตหรืออาชีพการงานได้อย่างไร ทำให้ขาดแรงบันดาลใจในการเรียน
  • Edsy มีเป้าหมายเพื่อเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาการขาดทักษะด้านภาษาอังกฤษของนักเรียนไทย ซึ่งแม้จะเรียนมาหลายปีแต่ก็ยังขาด "ชั่วโมงบิน" ในการฝึกพูดจริง ทำให้ขาดความมั่นใจในการสื่อสารในสถานการณ์จริง

การบูรณาการ AI ในระบบการศึกษาจึงไม่ใช่เพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่คือการสร้างเครื่องมือที่ช่วยลดภาระงานครู วางเส้นทางการเรียนรู้ที่ชัดเจนให้นักเรียน และเพิ่มโอกาสในการฝึกทักษะสำคัญ เพื่อยกระดับการศึกษาไทยให้ตอบโจทย์ทั้งผู้เรียนและผู้สอนอย่างแท้จริง


3 ยุทธศาสตร์ AI ที่แตกต่าง แต่มีเป้าหมายเดียวกัน

เมื่อมีปัญหาที่ชัดเจน แต่ละองค์กรได้นำเสนอ "วิธีแก้" ผ่านโซลูชันและปรัชญาการพัฒนา AI ที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ ดังนี้

  1. SCB 10X: The Ecosystem Builder 

SCB 10X ไม่ได้มองแค่การสร้างผลิตภัณฑ์ แต่มุ่งสร้าง ระบบนิเวศ (Ecosystem) AI เพื่อการศึกษาอย่างครบวงจร สะท้อนผ่านการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ Pain Point ของครูและนักเรียนได้อย่างตรงจุด

หนึ่งในโครงการนำร่องที่สำคัญคือ "RISA" ที่ร่วมพัฒนากับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับครูและนักเรียนขับเคลื่อนด้วย AI โดยออกแบบมาเพื่อช่วยในการเตรียมสอบ PISA (Programme for International Student Assessment) ซึ่งถูกพัฒนาจากโมเดล Typhoon ซึ่งเป็น LLM ที่มีความเข้าใจบริบทและภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง รวมถึงมีประสิทธิภาพสูงในการประมวลผลข้อมูล พร้อมมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เรียกว่า "3-layer AI shield" ซึ่งประกอบด้วย:

  • Identifier: AI ด่านแรกที่ทำหน้าที่วิเคราะห์และระบุประเภทของคำถามที่นักเรียนป้อนเข้ามา
  • Explainer: AI ที่สร้างคำอธิบายหรือคำตอบที่เข้าใจง่ายและกระชับ เหมาะสำหรับนักเรียนแต่ละคน
  • Safety Guard: AI "ผู้คุมกฎ" ที่เป็นชั้นสุดท้าย ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและเนื้อหา รวมถึงความเหมาะสมก่อนส่งคำตอบไปถึงนักเรียน เพื่อป้องกันการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดหรือไม่เหมาะสม

กลไกเหล่านี้ทำให้ RISA สามารถช่วยครูตรวจข้อสอบอัตนัยได้อย่างแม่นยำสูงถึง 90% ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระงานของครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการเปิดตลาด EdTech ใหม่ๆ ในประเทศไทย และสร้างโอกาสในการพัฒนาเครื่องมือการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อีกมากมายในอนาคต

  1. Edsy: เจาะลึกทักษะด้วย 'กองทัพ AI'

ในฐานะสตาร์ทอัพสาย Deep Tech Edsy นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาด้วย AI ที่มุ่งเน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะจุด โดยเฉพาะการฝึกภาษาอังกฤษ 

ดร.ณพล รัชตะสัมฤทธิ์ จาก Edsy อธิบายว่าแทนที่จะใช้ AI เพียงตัวเดียว Edsy ใช้ "กองทัพ AI" ที่แต่ละตัวมีความสามารถเฉพาะทางมาร่วมกันวิเคราะห์การเรียนรู้ของผู้ใช้งาน ทำให้สามารถให้ฟีดแบ็กที่ลึกและละเอียดในแต่ละบุคคลได้ เช่น "การออกเสียงของคุณดีเยี่ยม แต่ยังต้องปรับปรุงการใช้คำศัพท์" 

แนวคิดนี้เรียกว่า "Interpretability" ซึ่งช่วยให้นักเรียนเห็นภาพชัดเจนว่าจะต้องพัฒนาทักษะส่วนใด ทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากขึ้น นำไปสู่การพัฒนาอย่างแท้จริง

  1. Learn Corporation: เมื่อความถูกต้องสำคัญกว่าความเร็ว

ในฐานะผู้นำตลาด คุณสรณภพ เทวปฏิคม จาก Learn Corporation มีมุมมองการใช้ AI ที่แตกต่างออกไป โดยยึดมั่นในหลักการ "Learning First, Technology Second" ชี้ว่าความเสี่ยงหลักคือการที่นักเรียนอาจใช้ AI ในทางที่ผิด เช่น การใช้ ChatGPT เพื่อทำการบ้านโดยไม่ได้คิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง

ดังนั้น Learn Corporation จึงเลือกที่จะใช้ AI ใน "ระบบหลังบ้าน" เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลและสร้าง เส้นทางการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning) ให้กับนักเรียนแต่ละคน โดยยังไม่ปล่อยให้ AI เข้ามาโต้ตอบกับเด็กโดยตรง ซึ่งเป็นการใช้ AI เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอน โดยยังคงเน้นให้เด็กได้ฝึกคิดและวิเคราะห์ด้วยตัวเองอย่างเต็มที่


บทเรียนจากสนามจริง กับความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม

แม้ AI จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่การจะนำมาใช้ในระบบการศึกษาไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยการออกแบบ การกำกับ และการประเมินผลอย่างรอบคอบ โดยมีข้อจำกัดสำคัญที่ต้องเผชิญดังนี้

  • ความแม่นยำและความเสี่ยงต่ออนาคตของผู้เรียน: ปัจจุบัน AI ยังไม่สามารถแม่นยำได้ 100% ซึ่งความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่ออนาคตของผู้เรียนได้ จึงจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยกำกับดูแลและตรวจสอบการทำงานของ AI อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ส่งถึงผู้เรียนนั้นถูกต้องและปลอดภัยเสมอ
  • ช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีและการสอน: การนำ AI มาใช้ในห้องเรียนยังคงมีอุปสรรคจากช่องว่างความรู้ความเข้าใจระหว่างครูและบุคลากรทางการศึกษา นอกจากนี้ การออกแบบ AI เพื่อการศึกษามักถูกพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่อาจขาดความเข้าใจในหลักการออกแบบการสอน (Pedagogy) ที่เหมาะสม ดังนั้น การจะสร้าง AI ที่ตอบโจทย์การศึกษาอย่างแท้จริงจึงต้องเกิดจากความร่วมมือระหว่างนักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา
  • ความเสี่ยงด้านการทุจริต: การใช้ AI อาจเปิดช่องให้ผู้เรียนทุจริตได้ เช่น การใช้ AI ทำการบ้านโดยไม่ได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ระบบการศึกษาต้องหาทางแก้ไขด้วยการพัฒนากลไกการวัดผลที่รัดกุมมากขึ้น และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยยืนยันตัวตนของผู้เรียนหรือตรวจจับการลอกเลียนแบบ เช่น การจดจำเสียง (Voice Identification) หรือการตรวจจับการคัดลอก (Plagiarism Detection)


อนาคตเมื่อ AI คือ "ผู้ช่วยครู" คนใหม่ ใกล้สมบูรณ์หรือยัง?

อนาคตการศึกษา: AI เพื่อการ Reskill และ Relearn อย่างยั่งยืน

ภายใน 5 ปีข้างหน้า ต้นทุนเทคโนโลยี AI มีแนวโน้มลดลงมาก เครื่องมือสำหรับ “Reskill” และ “Relearn” จึงเข้าถึงได้กว้างขึ้น AI จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยร่วมออกแบบเส้นทางการเรียนรู้เฉพาะบุคคลที่ซับซ้อน ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม

อย่างไรก็ดี บทบาทของครูจะยิ่งสำคัญในมิติที่ AI ยังทดแทนไม่ได้—นั่นคือ “ความเข้าใจความเป็นมนุษย์” เพราะเป้าหมายสูงสุดของการศึกษาไทยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไม่ใช่การผลิตอัจฉริยะเทคโนโลยี แต่คือการหล่อหลอมผู้คนให้ “คิดเป็น ทำงานเป็น และเป็นคนดีที่มีความสุขในการใช้ชีวิต” ซึ่งเป็นคุณค่าที่ AI ไม่อาจสร้างได้

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept