milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
Technology
22 ธันวาคม 2568
ภาษาไทย

ก้าวข้ามขีดจำกัด Human-Machine Interactions: 'Vercept' AI Agent ที่เปลี่ยนการสาธิตเป็นการทำงานอัตโนมัติ

เรากำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่มนุษย์ต้องพยายามเข้าใจคอมพิวเตอร์ สู่ยุคที่ AI ต้องเข้าใจบริบทของเรา

ประเด็นนี้คือหัวใจสำคัญของเซสชัน “The Future of Human-Machine Interactions” ที่ SCB 10X ได้ร่วมหารือกับ Kiana Ehsani, CEO & Co-founder  จาก Vercept สตาร์ทอัพผู้กำลังท้าทายกฎเกณฑ์เดิม เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้การสื่อสารระหว่างมนุษย์และ AI เป็นธรรมชาติและไร้รอยต่อที่สุด

Article_4NOV_1200X800.jpg

Radical Simplicity: วิสัยทัศน์แห่งความเรียบง่ายขั้นสุด

จากประสบการณ์กว่าทศวรรษในแวดวง AI และหุ่นยนต์ ณ AI2 (Allen Institute for AI) Kiana Ehsani มองเห็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่า ถึงเวลาที่ AI ต้องก้าวข้ามการแข่งขันทำคะแนนบนกระดานทดสอบ (ImageNet) สู่การนำ ‘Visual Intelligence’ ออกมาสร้างผลกระทบจริงในโลกธุรกิจ

 

สิ่งนี้นำไปสู่การก่อตั้ง Vercept ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Radical Simplicity’ หรือความเรียบง่ายขั้นสุด ด้วยเป้าหมายที่ท้าทายอย่างการลดบทบาทของอุปกรณ์ดั้งเดิมอย่างเมาส์ คีย์บอร์ด และจอสัมผัส โดย Vercept ได้พัฒนา “Vy” AI Agent ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง "เจตนาของผู้ใช้" และ "ระบบดิจิทัล" เปลี่ยนความต้องการในความคิดให้กลายเป็นเนื้องานที่เสร็จสมบูรณ์โดยอัตโนมัติ

 

“เป้าหมายของ Vercept คือการทำให้เมาส์และคีย์บอร์ดกลายเป็นอดีต โดยเหลือเพียงเจตนาของคุณที่ถูกแปลผลเป็นเนื้องานได้ทันที”


ก้าวข้ามยุค Prompt Engineering สู่มาตรฐานใหม่แบบ “Watch-and-Repeat”

อุปสรรคสำคัญของการใช้งาน AI ในปัจจุบัน คือผู้ใช้จำเป็นต้องมีทักษะในการเขียนคำสั่ง (Prompt Engineering) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ แต่ Vercept เลือกที่จะพลิกโฉมกระบวนการนี้ด้วยแนวคิด ‘Watch-and-Repeat’

 

กลไกการทำงานของ Vy ไม่ได้ต้องการให้ผู้ใช้เขียนโค้ด หรือทำโครงการ Robotic Process Automation (RPA) ที่ยุ่งยาก แต่ระบบอนุญาตให้ผู้ใช้ ‘ทำให้ดู’ เพียงครั้งเดียว Vy จะทำหน้าที่จับตามองกระบวนการทำงานบนหน้าจอ ทำความเข้าใจ และจดจำขั้นตอนเหล่านั้น หากมีกรณีพิเศษหรือข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ผู้ใช้ก็เพียงแค่แทรกแซงและสอนงานใหม่เหมือนกับการสอนเพื่อนร่วมงานที่เป็นมนุษย์ โดยไม่ต้องรื้อระบบหลังบ้าน

 

ความพิเศษทางเทคนิคที่ Kiana เน้นย้ำคือ Visual Understanding โดย Vy ถูกเทรนมาให้เข้าใจหน้าจอในเชิงภาพเหมือนสายตามนุษย์ ไม่ใช่การอ่านรหัสคำสั่ง (DOM) เบื้องหลัง ทำให้ Vy สามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์รุ่นเก่า (Legacy Systems) ที่ไม่มี API หรือเว็บแอปพลิเคชันสมัยใหม่ ก็สามารถเข้าใจความหมายของปุ่มและไอคอนต่างๆ ได้ทันที

 

ความปลอดภัยและการทำงานแบบ Multitasking

ในขณะที่ตลาดส่วนใหญ่มุ่งเน้นระบบ Cloud หรือ Browser-based แต่ Vercept เลือกสร้างความแตกต่างด้วยสถาปัตยกรรมแบบ On-Device Processing หรือการประมวลผลบนเครื่องผู้ใช้ ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญสำหรับลูกค้าองค์กร ทั้งในด้าน Data Privacy ที่ข้อมูลสำคัญจะไม่ถูกส่งออกสู่ภายนอก และความคล่องตัวที่ไร้รอยต่อ—หากคุณล็อกอินเข้าใช้งานระบบใดได้ Vy ก็พร้อมเข้าทำงานแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการทำ System Integration ที่ยุ่งยากจากฝ่ายไอที

 

อีกหนึ่งไฮไลท์คือฟีเจอร์ Parallelization ที่เข้ามาปลดล็อกศักยภาพการทำงานแบบ Multitasking อย่างแท้จริง ผู้ใช้สามารถสั่งให้ Vy รันงานเบื้องหลัง (Background Tasks) ไม่ว่าจะเป็นการดึงข้อมูลลง Excel, ส่งอีเมล หรือจัดตารางนัดหมาย ไปพร้อมๆ กับที่คุณกำลังประชุมออนไลน์หรือทำงานอื่นบนหน้าจอเดียวกันได้อย่างลื่นไหล


เปลี่ยน Non-Tech ให้เป็น Super User 

Vercept พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทุ่นแรงในงานซ้ำซ้อน แต่คือกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนผู้ใช้งานทั่วไป (Non-Tech) ให้กลายเป็น Super User ที่สามารถจัดการงานเทคนิคซับซ้อน เช่น การเขียนสูตร Excel ขั้นสูงหรือสคริปต์คำสั่ง ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ใช้เสียงสั่งการควบคู่ไปกับการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

 

แต่สิ่งที่ Kiana ยกให้เป็นความสำเร็จสูงสุดไม่ใช่แค่ตัวเลขของประสิทธิภาพ แต่คือการทลายกำแพงเรื่อง Accessibility (การเข้าถึง) เมื่อเทคโนโลยีนี้ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานที่มีข้อจำกัดทางร่างกายและสายตาสามารถกลับมาทำงานที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเทคโนโลยีที่ดีต้องขับเคลื่อนทั้ง "ผลิตภาพ" และ "ความเท่าเทียม" ไปพร้อมกัน

 

“สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับฉัน คือข้อความจากผู้ใช้งานที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ซึ่งบอกว่าพวกเขาสามารถทำงานที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้มาก่อน นี่คือหลักฐานว่าการเข้าถึง และผลิตภาพ สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้”

 

ก้าวต่อไปของ Vercept

สำหรับทิศทางในอนาคต Kiana เปิดเผยว่า Vercept ได้ถูกพัฒนาใหม่ให้รองรับการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม โดยเวอร์ชัน Windows Beta และ Mac พร้อมให้ใช้งานแล้ว ซึ่ง Workflow ที่ผู้ใช้สร้างไว้จะสามารถซิงค์ถึงกันได้ทุกอุปกรณ์ 

ก้าวต่อไปคือการบุกตลาดเครื่องมือสื่อสาร โดย Vy จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเราเตอร์อัจฉริยะที่คอยแจกจ่ายงานไปยังอุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุด เช่น เราอาจสั่งงานผ่านมือถือเพื่อให้แล็ปท็อปที่บ้านรันโค้ด หรือสั่งให้ระบบ Cloud ของที่ทำงานประมวลผลสคริปต์ขนาดใหญ่ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดของอุปกรณ์

 

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การทำงานรูปแบบใหม่ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ vercept.com

 

📹 รับชมเนื้อหาทั้งหมดได้ที่นี่ https://youtu.be/vNEX1O1hqIo?si=Za9bfZP381BL6-Ok

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept