โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับ Digital Assets กลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันของสถาบันการเงินในอนาคต
การแข่งขันของสถาบันการเงินไม่ได้อยู่ที่การสร้างสินทรัพย์ Tokenized อีกต่อไป แต่อยู่ที่ความสามารถในการบริหารการซื้อขาย การชำระราคา และการเชื่อมต่อระหว่างระบบการเงินแบบดั้งเดิมกับโลก On-chain
"The world is likely going to be the world of yesterday, then there's going to be hybrid, over time it's going to migrate on-chain. Our job is to facilitate all this transition." — Anton Katz, CEO & Co-Founder, Talos
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อ Digital Assets คือการลงทุนระยะยาวที่เพิ่งเริ่มเห็นผลในวันนี้
Talos ก่อตั้งขึ้นจากสมมติฐานที่ในเวลานั้นหลายคนอาจมองว่าเร็วเกินไป
เมื่อกว่า 7 ปีครึ่งที่ผ่านมา ผู้ก่อตั้งของ Talos เชื่อว่า หากวันหนึ่ง Digital Assets กลายเป็นสินทรัพย์ที่สถาบันการเงินนำมาใช้อย่างจริงจัง ตลาดจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานในระดับเดียวกับตลาดทุนแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นระบบซื้อขาย การบริหารความเสี่ยง การจัดการพอร์ตการลงทุน หรือระบบปฏิบัติการที่รองรับการดำเนินงานในระดับสถาบัน
ในช่วงเวลานั้น การมีส่วนร่วมของสถาบันการเงินใน Digital Assets ยังมีไม่มาก ทำให้แนวคิดดังกล่าวดูเหมือนเป็นการลงทุนเพื่อรองรับตลาดที่ยังมาไม่ถึง แต่วันนี้ ตลาดกำลังเริ่มเดินมาถึงจุดนั้น
Anton Katz, CEO & Co-Founder ของ Talos ชี้ให้เห็นว่า จุดสนใจของตลาดกำลังเปลี่ยนจากคำถามว่า "เราสามารถนำสินทรัพย์ขึ้นมาอยู่บน Blockchain ได้หรือไม่" ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ "เมื่อสินทรัพย์อยู่บน Blockchain แล้ว องค์กรจะสามารถบริหารจัดการและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่"
สิ่งนี้สะท้อนรูปแบบของนวัตกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ การยอมรับของตลาดมักเกิดขึ้นภายหลัง แต่การลงทุนด้านวิศวกรรม ระบบ และโครงสร้างพื้นฐาน มักเริ่มต้นล่วงหน้าหลายปี
3 ความท้าทายใหม่ที่สถาบันการเงินต้องรับมือเพื่อรองรับ Digital Assets และธุรกรรมบนบล็อกเชน
จากมุมมองของ Katz ความท้าทายของตลาดในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่การออกสินทรัพย์แบบ Tokenized แต่เป็นการบริหารระบบที่รองรับสินทรัพย์เหล่านั้นเมื่อเริ่มถูกใช้งานจริง
1. สภาพคล่องกำลังกระจายตัวไปหลายตลาด มากกว่าจะรวมศูนย์
สินทรัพย์อย่าง Tokenized Treasuries, Money Market Funds และ Tokenized Equities ไม่ได้ซื้อขายอยู่บนตลาดเดียว แต่กระจายอยู่ทั้งบน Centralized Exchanges, OTC Desks, Decentralized Protocols และแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ
สำหรับสถาบันการเงิน นั่นหมายถึงการเชื่อมต่อกับหลายระบบ การบริหาร Custody หลายแห่ง การจัดการข้อมูลจากหลายแหล่ง และความซับซ้อนในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนตลาดที่ต้องเชื่อมต่อ
แนวทางของ Talos คือการทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมทุกตลาดเข้าด้วยกัน โดยเปิดให้ลูกค้าสามารถเข้าถึง Liquidity Providers มากกว่า 100 ราย ครอบคลุมทั้ง Centralized Exchanges, OTC Desks และ Decentralized Markets พร้อมรวมการเชื่อมต่อ Custody, Algorithmic Trading, Portfolio Management, ระบบบริหารความเสี่ยง, Settlement และ Reporting ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น แต่คือการที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขายกำลังเปลี่ยนบทบาทจาก "ระบบส่งคำสั่งซื้อขาย" ไปสู่ "ศูนย์กลางในการประสานการดำเนินงาน" ระหว่างตลาดที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ
2. ยิ่งชำระธุรกรรมได้เร็วขึ้น ยิ่งได้เงินทุนกลับมาเร็วขึ้น
Katz ระบุว่า ลูกค้าของ Talos สามารถชำระธุรกรรมระหว่างคู่สัญญาที่อยู่คนละประเทศได้ภายในเวลาประมาณ 10 นาที
แม้สิ่งแรกที่หลายคนมองเห็นคือ "การชำระราคาที่เร็วขึ้น" แต่คุณค่าที่แท้จริงคือผลกระทบต่อการบริหารเงินทุน เมื่อ Settlement ใช้เวลาสั้นลง เงินทุนสามารถถูกนำกลับมาใช้ใหม่ได้เร็วขึ้น หลักประกันสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และความเสี่ยงจากการรอการชำระราคาก็ลดลง
ด้วยเหตุนี้ Settlement จึงไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการหลังการซื้อขายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการบริหาร Treasury และสภาพคล่องขององค์กร มูลค่าที่แท้จริงของ Tokenization จึงอาจไม่ได้อยู่ที่ "ความเร็วของธุรกรรม" แต่อยู่ที่การทำให้เงินทุนสามารถสร้างประสิทธิภาพได้มากกว่าเดิม
3. ระบบการเงินแบบดั้งเดิมและระบบ On-chain เติบโตคู่ขนานและอยู่ร่วมกันอีกนาน
แม้สินทรัพย์ดิจิทัลจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ระบบการเงินเดิมจะไม่ได้ถูกแทนที่ในระยะเวลาอันสั้น Core Banking, Treasury Systems, Compliance และระบบบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงินจำนวนมาก ถูกออกแบบมาสำหรับการทำงานในเวลาทำการและกระบวนการแบบ End-of-Day ไม่ใช่ตลาดที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง
Katz มองว่า ตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ช่วง Hybrid Market ที่ระบบแบบดั้งเดิมและระบบ On-chain จะดำเนินงานควบคู่กันไปอีกหลายปี
สิ่งที่สถาบันการเงินต้องการจึงไม่ใช่การเปลี่ยนระบบทั้งหมดในคราวเดียว แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถเชื่อมต่อทั้งสองโลกเข้าด้วยกันได้อย่างราบรื่น Talos จึงวางบทบาทของตนเองเป็น Translation Layer ที่ช่วยเชื่อมระบบเดิมของธนาคารและผู้จัดการสินทรัพย์เข้ากับระบบ Digital Assets โดยไม่จำเป็นต้องรื้อระบบที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
สิ่งที่จะถูก Tokenize ไม่ได้ถูกกำหนดโดยเทคโนโลยี แต่ถูกกำหนดโดยความต้องการของตลาด
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ Katz เน้นคือ การตัดสินใจว่าจะนำสินทรัพย์ประเภทใดมาทำ Tokenization ไม่ได้เกิดจากศักยภาพของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความต้องการใช้งานจริงของลูกค้า
Tokenized Treasuries เติบโตขึ้นเพราะสถาบันการเงินต้องการใช้เพื่อบริหารหลักประกัน สภาพคล่อง และผลตอบแทน
ขณะที่ Tokenized Equities ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เพราะนักลงทุนทั่วโลกต้องการเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้สะดวกมากขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง สินทรัพย์ไม่ได้ถูกนำมาทำ Tokenization เพราะ Blockchain ทำได้ แต่เพราะตลาดต้องการใช้งานจริง
สำหรับองค์กรที่กำลังวางกลยุทธ์ด้าน Tokenization นี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่สุด จุดเริ่มต้นไม่ควรเป็นคำถามว่า "เทคโนโลยีทำอะไรได้" แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า "ตลาดต้องการอะไร และสามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้จริงหรือไม่"
มุมมองจาก SCB 10X
การนำ Digital Assets มาใช้ในระดับสถาบันกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่การนำสินทรัพย์ขึ้นมาอยู่บน Blockchain ได้หรือไม่อีกต่อไป แต่คือองค์กรจะสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อสินทรัพย์เหล่านั้นกระจายอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานที่หลากหลาย
การบริหารการซื้อขาย การชำระราคา การจัดการสภาพคล่อง และการเชื่อมต่อระบบ กำลังเปลี่ยนจากงานปฏิบัติการเบื้องหลัง ไปสู่ความสามารถเชิงกลยุทธ์ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
เมื่อโลกการเงินแบบดั้งเดิมและระบบ On-chain ค่อย ๆ หลอมรวมเข้าด้วยกัน สถาบันที่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทั้งสองโลก จะเป็นผู้ที่มีความพร้อมมากที่สุดในการบริหารเงินทุน ขยายการให้บริการ และแข่งขันในตลาดทุนยุคใหม่ ท้ายที่สุดแล้ว "โครงสร้างพื้นฐาน" จะไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นระบบปฏิบัติการของตลาดทุนยุคใหม่
รับชมบทสนทนาฉบับเต็มได้ที่: https://youtu.be/6xqcGOkY-Gs?si=IoC1VQS6aZD_zbn6
-----------
Source: SCB 10X วิเคราะห์และเรียบเรียงจาก Session "Institutional Trading for Tokenized Markets: Execution, Risk Controls, and 24/7 Market Access" โดย Anton Katz, CEO & Co-Founder, Talos ในงาน REDeFiNE TOMORROW 2026
