Technology
September 09, 2021
มารู้จัก Crypto Wallet เมื่อ Cryptocurrency ก็ต้องใช้กระเป๋าเงิน

ปัจจุบัน Cryptocurrency เป็นที่พูดถึงและเข้าใช้งานกันเป็นปกติ ด้วยมูลค่าที่หลายคนลงทุนซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธีการเพิ่มความปลอดภัยกันมากขึ้น จึงเคยได้ยินชื่อของ Crypto Wallet กันมาบ้าง อย่างไรก็ตาม หลายคนก็อาจเริ่มเห็นคำแปลกๆ อย่าง Hot Wallet หรือ Cold Wallet รวมถึงมีโอกาสเห็น Hardware Wallet วางขายอยู่ตาม Shopping Platform ในโอกาสนี้ SCB 10X จึงขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ Crypto Wallet ทั้งในแง่ความหมาย ประเภท และแนะนำการใช้งานเบื้องต้น เพื่อให้ผู้ที่สนใจเลือกกันได้ถูกต้องกัน

1200x800 Get to know the Crypto Wallet. Why does Cryptocurrency also require a wallet 02.png

Crypto Wallet แม้เป็นเงินดิจิทัล ก็ต้องใช้กระเป๋าเงิน

หลายคนมีโอกาสสัมผัสและใช้งาน Cryptocurrency ในโอกาสและวัตถุประสงค์ต่างๆ จนเข้าใจถึงกระบวนการใช้งานกันแล้ว ซึ่งในการใช้งานบางลักษณะ มีการขอให้ผู้ใช้กรอก Private Key เพื่อเข้าถึงเหรียญหรือยืนยันการทำธุรกรรม ซึ่ง Private Key จะเป็นชุดรหัสที่ผู้ใช้จะต้องเก็บรักษาไว้ หากสูญหายจะไม่สามารถเข้าถึงเหรียญที่เรามีได้อีก หรือหากหลุดรั่วออกไปยังมิจฉาชีพก็อาจจะนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินในบัญชีทั้งหมดได้

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว จึงมีการสร้าง “กระเป๋าเงินคริปโต” หรือ Crypto Wallet ขึ้น แม้จะใช้ชื่อเรียกกว่ากระเป๋าเงินหรือ Wallet เหมือนกัน แต่ Crypto Wallet นั้นจะทำหน้าที่เก็บรักษา Private Key ของเรา ซึ่งสำหรับการใช้งานแล้ว มีความสำคัญไม่แพ้ตัวเหรียญด้วยเหตุผลที่อธิบายไปก่อนหน้านี้


Hot Wallet และ Cold Wallet คืออะไร และเหมาะกับใคร


Crypto Wallet เป็นกระเป๋าเงินที่มีหลายลักษณะ ตั้งแต่เรียบง่ายสุดๆ ไปจนถึงมีนวัตกรรมเสริมมากมาย ซึ่งปัจจุบันในกลุ่มผู้ใช้งาน จะแบ่ง Crypto Wallet เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

- Hot Wallet หมายถึงกระเป๋าเงินที่สร้างขึ้นบนระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบและมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ผู้ใช้จะเข้าถึงและใช้งานผ่าน Software ทั้งหมดเท่านั้น ตัวอย่างของ Hot Wallet ได้แก่ บัญชีที่เปิดใน Cryptocurrency Exchange Platform, Crypto Mobile Wallet Application ไปจนถึง Desktop Application ต่างๆ 

จุดเด่นของ Hot Wallet คือการใช้งานง่ายเหมือน Financial Application ทั่วไป ตัวกระเป๋าเงินเชื่อมต่อเครือข่ายตลอด ผู้ใช้จึงสามารถแสดง Private Key เพื่อทำการแลกเปลี่ยนและโอนสินทรัพย์ได้สะดวก และด้วยการเชื่อมต่อตลอดเวลา จุดด้อยของ Hot Wallet จึงเป็นเรื่องการรักษาความปลอดภัยที่จะด้อยกว่ากระเป๋าเงินอีกประเภทหนึ่งนั่นเอง


- Cold Wallet หมายถึงกระเป๋าเงินที่สร้างในรูปแบบของ Hardware และไม่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อผู้ใช้ต้องการทำธุรกรรมจะต้องดึงข้อมูลออกจาก Cold Wallet ใส่เข้าไปในระบบเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม

Cold Wallet ที่ได้รับความนิยมมี 2 รูปแบบ ได้แก่ Paper Wallet คือการบันทึก Wallet Address และ Private Key ในกระดาษ ทั้งในรูปของการจดหรือ Pattern ที่ทำการ Scan ผ่าน Software ได้ กับอีกรูปแบบหนึ่งคือ Hardware Wallet ซึ่งเป็นอุปกรณ์เก็บรหัส มักออกแบบด้วยรูปแบบบัตรหรือ Thumb Drive

จุดแข็งของ Cold Wallet คือด้านความปลอดภัย เนื่องจากการจะเข้าถึง Private Key นั้นต้องเข้าถึงตัว Wallet โดยตรง เรียกได้ว่าลดโอกาสการโดนโจมตีทางดิจิทัลได้อย่างมาก ขณะเดียวกัน จุดด้อยของ Cold Wallet คือหากสูญหาย ก็ยากที่จะเข้าถึงการใช้งานใน Private Key ได้

จากคุณสมบัติข้างต้นของทั้ง 2 ประเภท สามารถระบุได้ว่า Hot Wallet เหมาะกับผู้ใช้งาน Cryptocurrency ทั่วไปหรือผู้ที่ต้องใช้งานรายวัน เก็บจำนวนเหรียญไว้ไม่สูง เน้นความคล่องตัวในการใช้งาน ขณะที่ Cold Wallet เหมาะกับผู้ที่ต้องการเก็บ Cryptocurrency จำนวนหรือมีมูลค่ามาก เน้นการเก็บรักษามากกว่าโอนถ่ายใช้งานเหรียญ


Hardware Wallet กระเป๋าเงินที่ออกแบบให้ผู้ใช้ปลอดภัยขั้นสุดที่มาแรงในเวลานี้

จากความนิยมในการลงทุนด้วย Cryptocurrency ทำให้ Hardware Wallet ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งจุดแข็งของ Hardware Wallet นอกจากจะได้คุณสมบัติการรักษาความปลอดภัยแบบ Cold Wallet แล้ว Hardware Wallet ยังมีหน้าที่สำคัญ 2 อย่างด้วยกัน ได้แก่

  • การเก็บรักษา Private Key แน่นอนว่าวัตถุประสงค์ของการใช้งาน Crypto Wallet คือการเก็บข้อมูลสำคัญอย่าง Private Key เอาไว้ Hardware Wallet เองก็ต้องทำหน้าที่ตรงนี้ด้วยการเก็บข้อมูลภายใน
  • การ “เซ็น” Private Key เพื่อยืนยันธุรกรรม อีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญคือการช่วยผู้ใช้นำ Private Key ไปสร้างลายเซ็นเพื่อยืนยันการทำธุรกรรมต่างๆ บน Blockchain ซึ่ง Hardware Wallet จะอำนวยความสะดวกในขั้นตอนทั้งหมดนี้ ช่วยป้องกันการกรอกรหัสเองซึ่งอาจเกิดการรั่วไหลได้

ทั้ง 2 หน้าที่คือคุณสมบัติพื้นฐานที่พบเจอใน Hardware Wallet ซึ่งปัจจุบัน Hardware Wallet ยังเสริมประสิทธิภาพด้วย Feature ต่างๆ โดยสามารถสรุป Feature ที่มีในเวลานี้ได้ดังนี้

  • ใช้เป็น Passwordless Login อย่างปลอดภัย ตัว Hardware Wallet หลายรายมักออกแบบเป็น Plug in Device ที่เชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ได้ คุณสมบัตินี้ทำให้ผู้พัฒนาเพิ่ม Feature การ Passwordless Login ผ่านการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์โดยตรงเพื่อใช้งาน Decentralized Application รวมถึงบริการอื่นๆ ซึ่ง Passwordless Login เป็นวิธีการเข้ารหัสที่ลดความเสี่ยงจากการโดนโจมตีทางดิจิทัลได้เป็นอย่างมาก
  • เก็บหลายสินทรัพย์ในที่เดียว Hardware Wallet หลายรายรองรับการทำงานกับ Blockchain มากกว่า 1 เครือข่าย ทำให้สามารถเก็บสินทรัพย์ได้หลากหลายลักษณะและมีการแยกประเภทที่ชัดเจน ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้กระเป๋าใบเดียวเพื่อเข้าถึงสินทรัพย์หลายประเภทได้
  • มีระบบกู้คืนข้อมูลกรณีทำหาย แน่นอนว่า Private Key เป็นข้อมูลสำคัญแต่ Hardware เองก็มีโอกาสสูญหายได้ ผู้ผลิต Hardware Wallet จึงมักออกแบบระบบกู้คืนข้อมูลช่วยให้ผู้ใช้กู้คืน Private Key กรณีทำอุปกรณ์สูญหายได้
  • โอนเงินระหว่าง Hardware Wallet ผู้ให้บริการบางรายเริ่มทดลองการโอนเงินระหว่าง Hardware Wallet โดยผู้ใช้ไม่ต้องทำการเข้าระบบเพื่อถอนเงินเข้าสู่ Exchange platfom และยืนยันธุรกรรมอีกที ซึ่งวิธีการนี้ลดขั้นตอนที่เสียเวลาและค่าบริการฝากถอนอีกด้วย
  • ระบบความปลอดภัยหลายชั้น นอกจากการเก็บรหัสภายใน Hardware Wallet แล้ว ตัวอุปกรณ์ยังมีระบบความปลอดภัยครอบอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งช่วยป้องกันการโจมตีรูปแบบต่างๆ ขณะใช้งาน Wallet ด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อสำคัญที่สุดของการใช้งาน Hardware Wallet คือการเก็บรักษาอุปกรณ์ให้ปลอดภัย อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน จะทำให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์จาก Feature ของ Hardware Wallet ได้เต็มประสิทธิภาพ

เชื่อว่าหลายคนจะหายสงสัยเกี่ยวกับคำว่า Crypto Wallet รวมถึงเข้าใจวัตถุประสงค์และการใช้งานของมันมากขึ้นจาก Blog นี้กันแล้ว ซึ่งทุกวันนี้ ความนิยมของ Cryptocurrency ยังผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่น่าติดตาม ซึ่ง SCB 10X ไม่พลาดจะหยิบมาเล่าให้ทุกท่านได้ติดตามอย่างแน่นอน