milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
start up
13 กุมภาพันธ์ 2568
ภาษาไทย

สำรวจศักยภาพ โอกาส และความท้าทายของ ‘สตาร์ทอัพไทย’

อุตสาหกรรมสตาร์ทอัพมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการเติบโตของสตาร์ทอัพ ทำให้ระบบนิเวศมีความแข็งแกร่งและสามารถแข่งขันในระดับโลกได้ บทความนี้พาสำรวจศักยภาพของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในไทย รวมถึงโอกาสและความท้าทายในการเติบโตของสตาร์ทอัพไทย!


Thai-Startup-Ecosystem2(TH)_1200x800.jpg


ศักยภาพของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยกับโอกาสที่เปิดกว้างสู่เวทีโลก

  • AI และ Deep Tech: เทคโนโลยี AI และ Deep Tech เป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตและได้รับความสนใจในระดับโลก ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาและขยายตลาดด้านนี้อย่างมาก ปัจจุบันมี 226 สตาร์ทอัพด้าน Deep Tech (อ้างอิงข้อมูลจาก Tracxn) ในประเทศ เช่น EvryNet, Amity Corporation, Loom Network, OMG Network และ INIT โดยมี 26 บริษัทที่ได้รับเงินทุน และ 6 บริษัทได้รับทุนระดับ Series A ขึ้นไป นอกจากนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการก่อตั้งสตาร์ทอัพใหม่เฉลี่ย 14 บริษัทต่อปี ด้วยแนวโน้มการเติบโตนี้ ทำให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไทยมีโอกาสสำคัญในการก้าวสู่ตลาดโลกและแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ

  • Fintech และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โอกาสของไทยสู่ศูนย์กลางการเงินแห่งอนาคต: ประเทศไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลาง Fintech ของภูมิภาค จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของ ระบบการเงินดิจิทัล สตาร์ทอัพ Fintech ในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Blockchain ที่ได้รับแรงหนุนจากความนิยมของ Cryptocurrency แม้จะมีความท้าทายด้านกฎระเบียบ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังพัฒนา CBDC และระบบ Cross-border payment บน Blockchain

  • PromptPay ช่วยให้การชำระเงินแบบเรียลไทม์เติบโต สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล นอกจากนี้ Insurtech และ Wealthtech ก็เป็นกลุ่มที่น่าจับตามอง

  • HealthTech ยังเป็นเทรนด์สำคัญ:

    • HealthTech ยังคงเป็น เทรนด์สำคัญ ที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพทั่วโลก ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการพัฒนาแพลตฟอร์มการดูแลสุขภาพดิจิทัล ที่เชื่อมต่อผู้ป่วยและแพทย์ผ่าน AI และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์ ปัจจุบันไทยมี HealthTech Startups กว่า 324 บริษัท เช่น Salary Hero, HD, Ooca, Doctor Raksa, HonestDocs โดยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มี HealthTech Startups เกิดใหม่เฉลี่ยประมาณปีละ 24 แห่ง

    • ตัวอย่างกิจกรรมสนับสนุนวงการ Health Tech ไทยในปี 2024 อย่างเช่น NIA ที่ได้หนุน 8 สตาร์ทอัพไทยโชว์นวัตกรรมสุขภาพในงาน "health.tech 2024" ที่เยอรมนี  ได้แก่ Dietz.asia, Ocare Health Hub, Ravis Technology, SensAI, Lumio3D, CARIVA, FitSloth และ Perceptra โดยแต่ละเจ้ามีจุดเด่นต่างกัน เช่น แพลตฟอร์มโภชนาการส่วนบุคคล, การแพทย์ทางไกล, เทคโนโลยี 3D imaging, และ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล สะท้อนศักยภาพ Health Tech ไทย และโอกาสเติบโตในตลาดโลก


มีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาเชิงบวกในอุตสาหกรรมสตาร์ทอัพของประเทศไทย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาหลายประการที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมสตาร์ทอัพ โดยมุ่งเน้นใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ การดึงดูดผู้มีความสามารถ และการส่งเสริมระบบนิเวศสนับสนุน

  • การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ
    • นโยบาย ESOP: การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อกรรมการหรือพนักงาน เป็นแผนที่ช่วยให้พนักงานสามารถถือหุ้นในบริษัทได้ ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. อนุญาตให้บริษัทสตาร์ทอัพสามารถมอบหุ้นให้พนักงาน เพื่อสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ แต่เดิมธุรกิจ SME หรือ Startup ยังไม่สามารถเลือกใช้ ESOP ได้ จนเมื่อต้นปี 2563 สำนักงาน ก.ล.ต.ได้ออกหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทจำกัดสามารถขาย ESOP ให้กับกรรมการและพนักงาน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจูงใจผู้ที่มีศักยภาพให้อยู่ร่วมงานกับกิจการได้

    • สิทธิประโยชน์ด้านภาษี: ตั้งแต่ 14 มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการ ยกเว้นภาษีกำไรจากการลงทุนในสตาร์ทอัพไทยเป็นเวลา 10 ปี (Capital Gains Tax Exemption) เพื่อดึงดูดนักลงทุน ทั้งบุคคลและองค์กร โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนและกระตุ้นการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย (ที่มา: DCT)
  • การดึงดูดผู้มีความสามารถ
    • SMART Visa และ Long-term Resident Visa: ออกแบบมาเพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากต่างประเทศ ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมสตาร์ทอัพไทย โดยให้สิทธิพิเศษในการพำนักระยะยาวและทำงานในประเทศ
  • ผู้สนับสนุนระบบนิเวศ
    • หน่วยงานภาครัฐและกองทุน: การสนับสนุนเงินทุนและการจับคู่การลงทุน เช่น ‘TED Fund’ ที่โครงการกว่า 264 โครงการในปี 2567 ด้วยเงินทุนกว่า 232 ล้านบาท และมีแสนับสนุนผนสนับสนุนเพิ่มเติมในปี 2568 โดยตั้งเป้าสนับสนุนอีก 270 โครงการ ใน 13 อุตสาหกรรม ด้วยงบประมาณ 273 ล้านบาท

    • หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: เช่น
      • VISTEC (มหาวิทยาลัยวิจัยเอกชน): ก่อตั้งในปี 2558 โดยกลุ่ม ปตท. พร้อมจัดตั้ง VISUP ซึ่งเป็นหน่วยงานลงทุนสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึกและการนำผลงานวิจัยไปใช้เชิงพาณิชย์
      • Depa (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล): ส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจดิจิทัล
      • NIA (สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ): สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมในทุกภาคส่วน
      • InnoSpace Thailand: เชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมในระดับประเทศและระหว่างประเทศ


ความท้าทายเพื่อปลดล็อกศักยภาพระบบนิเวศสตาร์ทอัพของไทย

แม้ว่าไทยจะมีศักยภาพสูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่ยังมีความท้าทายที่ควรได้รับการปรับปรุง ตัวอย่างเช่น

 

1. ข้อจำกัดทางกฎหมาย

  • ระบบ ESOP ในไทยยังมีข้อจำกัดที่ทำให้สตาร์ทอัพไม่สามารถมอบสิทธิ์ถือหุ้นให้พนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ โดยมีข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น ข้อจำกัดด้านภาษี การโอนสิทธิ์ และการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้การดำเนินโครงการ ESOP อาจมีความซับซ้อน ดังนั้นบริษัทต้องวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นและมูลค่าของบริษัทในระยะยาว

  • แม้ว่าตั้งแต่ปี 2563 จะมีการผ่อนปรนเงื่อนไขเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้น ESOP ให้กับพนักงาน แต่จนถึงเดือนกันยายน 2565 มี SMEs ยื่นเรื่อง ESOP กับ ก.ล.ต. น้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบหุ้นกู้แปลงสภาพ

  • ภาษีจากการลงทุนในสตาร์ทอัพยังคงเป็นอุปสรรคต่อการดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาในประเทศ

2. การพัฒนาทรัพยากรบุคคล

  • ประเทศไทยมี สัดส่วนบัณฑิตที่จบด้าน STEM (Science, Technology, Engineering, and Mathematics) ค่อนข้างต่ำ รายงานจาก TDRI ชี้ให้เห็นว่าไทยกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานสาย STEM เนื่องจากจำนวนนักศึกษาที่เลือกเรียนสาขานี้ลดลง
  • นอกจากนี้ ยังพบว่า บัณฑิตสาย STEM จำนวนมากไม่ได้ทำงานตรงสาย ทั้งที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีค่าตอบแทนสูง

3. ข้อจำกัดด้านเงินทุน

  • การขาดแคลนนักลงทุนภายในประเทศทำให้สตาร์ทอัพไทยต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก

  • การสนับสนุนทุนและเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลยังจำกัด จึงอาจมีความจำเป็นต้องเพิ่มกลไกทางการเงิน เช่น กองทุนร่วมลงทุน หรือการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐมากขึ้น 

4. การสร้างวัฒนธรรมกล้าเสี่ยง

  • ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับ “ความเสี่ยงในการเริ่มต้นธุรกิจ”

  • การสนับสนุนให้เกิด วัฒนธรรมการยอมรับความล้มเหลว และการเสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุนในเทคโนโลยี จึงเป็นสิ่งสำคัญ


บทสรุปและแนวทางในอนาคต

อุตสาหกรรมสตาร์ทอัพไทยมีศักยภาพสูงในการแข่งขันระดับโลก โดยเฉพาะในด้าน AI, Fintech, และ HealthTech อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านกฎหมาย การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และการขาดแคลนเงินทุนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ดังนั้นหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบอย่างเต็มที่ก็จะช่วยให้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในภูมิภาคได้ในอนาคต



----------------------------------------

Source: 

https://www.innreg.com/blog/top-thailand-startups-and-fintechs 

https://www.startupblink.com/top-startups/thailand

https://fintechnews.sg/75450/thailand/fintech-thailand-startup-map-2023/#:~:text=Thai%20fintech%20startups%20raised%20a,the%20Singapore%20Fintech%20Association%20show

https://tdri.or.th/2024/03/policy-stem-education/ 

https://tracxn.com/d/explore/deep-tech-startups-in-thailand/__1F5B3v5voLR9NMvtfQBEN0b7eDNsP3R7OVjG44N4C18/companies#t-1-evrynet 

https://tracxn.com/d/explore/healthtech-startups-in-thailand/__aA2UNIfBCLiWMXsaQKZbrMxj5gKBp7HLn6Yl89pkR8s/companies#t-4-doctor-raksa 

https://www.lawplusltd.com/2022/10/update-on-employee-stock-option-program-esop-for-smes/

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Reject
Accept