Technology
September 21, 2021
รู้จัก DeFi ภาคปฏิบัติ ผ่านการเข้าใจการทำงานของ BlockFi

SCB 10X มีโอกาสได้พูดถึง DeFi ในฐานะบริการทางการเงินแห่งอนาคตมาแล้ว แต่หลายท่านอาจยังสงสัยว่าแล้วใครกันที่จะเป็นผู้ที่ใช้งาน DeFi กันแน่ ด้วยเหตุนี้ การได้เห็นตัวอย่างผู้ให้บริการน่าจะช่วยให้ทุกท่านเข้าใจในส่วนนี้กันมากขึ้น SCB 10X จึงขอนำเสนอตัวอย่างผู้ให้บริการที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกอย่าง BlockFi มาเผยให้เห็นถึงการใช้บริการ DeFi ในแบบที่ปฏิบัติได้จริงกัน

1200x800 Get to know DeFi in action through BlockFi.png

BlockFi ผู้ให้บริการ DeFi ระดับโลก


BlockFi เป็นผู้ให้บริการด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับ Digital Asset และ Decentralized Finance เริ่มก่อตั้งและให้บริการตั้งแต่ปี 2017 ก่อตั้งโดย Zac Prince และ Flori Marquez (
ติดตามบทสรุป Session พิเศษของ Zac Prince กับ  SCB 10X ได้ที่ Blog นี้) ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการเงินและเทคโนโลยี รวมถึงเป็น Serial Entrepreneur อีกด้วย ปัจจุบันให้บริการด้านการเงินแก่ทั้งผู้ใช้รายย่อย ธุรกิจ และสถาบันการเงินทั่วโลก โดยดูแลสินทรัพย์หมุนเวียนใน Platform เป็นมูลค่ามากกว่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

BlockFi ได้รับเงินระดมทุนจากนักลงทุนอย่างรวดเร็วถึง 4 ครั้งภายใน 18 เดือน โดยรอบล่าสุดเป็นการระดมทุนใน Series D เป็นมูลค่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเดือนมีนาคม 2021 โดยนักลงทุนของพวกเขามีทั้งกองทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Coinbase Ventures กองทุนโดย Coinbase ผู้ให้บริการด้าน DeFi ชั้นนำ, Morgan Creek Digital กองทุนด้านดิจิทัลในเครือ Morgan Creek ผู้จัดการกองทุนด้าน Digital Asset รวมถึง SCB 10X ที่ร่วมลงทุนใน Series C

ตามรายงานของ Reuter เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2020 BlockFi มีมูลค่ากิจการประเมินอยู่ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

บริการของ BlockFi สะท้อนประโยชน์ของ Decentralized Finance


ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการทางการเงินแบบ Decentralized Finance มากมาย แต่สิ่งที่ทำให้ BlockFi แตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นคือการนำเสนอบริการในรูปแบบที่ง่ายเหมือนกับการใช้งานบริการ Traditional Finance แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าด้วยประสิทธิภาพของ Decentralized Finance การทำความรู้จักบริการของ BlockFi ช่วยให้เราเห็นถึงศักยภาพของ Decentralized Finance ที่มีต่อผู้ใช้บริการในทุกระดับ ซึ่งปัจจุบัน BlockFi มีบริการหลักดังนี้

  • บัญชีฝาก Cryptocurrency พร้อมให้ดอกเบี้ย ผู้ใช้สามารถเปิดบัญชีที่เรียกว่า BlockFi Interest Account เพื่อนำเงิน Cryptocurrency สกุลหลักมาฝากไว้พร้อมกับรับดอกเบี้ยการฝาก เหมือนกับการเปิดบัญชีออมทรัพย์ธนาคารในปัจจุบัน แต่ทั้งนี้ BlockFi สามารถให้ดอกเบี้ยเงินฝากเป็นเหรียญ Crypto สูงสุดถึงราว 7.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
  • ให้บริการกู้ยืมเงินโดยใช้ Cryptocurrency ค้ำประกัน นอกจากการให้บริการเปิดบัญชีแล้ว BlockFi ยังให้บริการกู้ยืมเงินสกุลเหรียญสหรัฐฯ (USD) ด้วยการใช้ Cryptocurrency เป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน โดย BlockFi จะให้บริการสินเชื่อมูลค่า 5,000 เหรียญสหรัฐฯ ขึ้นไป และสามารถโอนเงิน USD ให้ผู้ขอกู้ได้ทันทีเมื่อ BlockFi รับ Cryptocurrency ที่ใช้ค้ำประกันไปแล้ว

การกู้เงินโดยใช้ Cryptocurrency เป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน เป็นวิธีที่ผู้ใช้งานมักทำแทนการขาย Digital Asset ออกไป ช่วยให้ผู้ใช้มีสภาพคล่องในการใช้จ่ายต่างๆ ขณะเดียวกันผู้ให้บริการสินเชื่อก็มีความเสี่ยงลดลงจากการที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน ถือเป็นวิธีที่ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย

  • ให้บริการ Cryptocurrency Trading Platform BlockFi ยังให้บริการแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลสกุลหลักทั้ง Cryptocurrency และ Stablecoin โดยจุดเด่นคือผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนข้ามสกุลเงินในบัญชี BIA โดยทันที และยังได้รับดอกเบี้ยต่อเนื่อง ต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นซึ่งเป็น Exchange Portal ต้องนำเงินไปพักไว้ก่อน ระหว่างที่เงินพักอยู่จะไม่ได้รับดอกเบี้ย และต้องรอให้เกิดการซื้อขายระหว่างกันจึงจะสามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินได้
  • ร่วมกับ VISA ให้บริการบัตรเครดิตแลกรางวัลเป็น Bitcoin ไม่เพียงแต่การฝาก กู้ และแลกเปลี่ยน แต่ BlockFi ยังนำเสนอมิติใหม่ของ Financial Service ด้วยการให้ผู้ใช้บัตรเครดิตได้รับ Bitcoin เป็นรางวัลในการใช้จ่าย โดยความร่วมมือกับ VISA ผู้ให้บริการ Payment ระดับโลก
  • ให้บริการ Cryptocurrency สำหรับองค์กรธุรกิจโดยเฉพาะ ปัจจุบัน ผู้ที่ต้องการใช้ Decentralized Finance ไม่ได้จำกัดแค่รายย่อย แต่องค์กรธุรกิจไปจนถึงสถาบันการเงินขนาดใหญ่ก็เล็งเห็นถึงการใช้ DeFi เป็นเครื่องมือทางการเงินเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น ซึ่ง BlockFi เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไม่กี่รายที่มีบริการ DeFi สำหรับองค์กรเป็นการเฉพาะ โดยมีมาตรฐานการดูแลบริการในระดับสูงและเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีเหมือนกับ Traditional Finance ซึ่งธุรกิจคุ้นเคยเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยัง ให้บริการครบวงจรผ่าน Mobile Application ซึ่งสามารถให้บริการหลักทั้งหมดได้อย่างครอบคลุม การออกแบบ Interface และ Experience เน้นการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน ทั้งนี้ ผู้ใช้ยังสามารถใช้งานใน Platform Website ได้เช่นกัน

ผู้ใช้บริการใช้ BlockFi ทำอะไรบ้าง


จากบริการของ BlockFi ที่เล่าไปก่อนหน้านี้ คงช่วยให้หลายคนเข้าใจถึงขอบเขตการใช้งาน DeFi กันไปบ้าง แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราจึงขออธิบายในมุมของผู้ใช้งานว่าจากผลิตภัณฑ์ข้างต้นสามารถใช้งานได้อย่างไรบ้าง

  • ผู้ใช้รายย่อย จะใช้บริการ DeFi เพื่อต่อยอดการบริหารเงินส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฝาก Cryptocurrency เพื่อให้ได้ผลตอบแทน การกู้เงินโดยใช้ Digital Asset ค้ำประกันเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินโดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ออกไป เป็นต้น
  • สถาบันการเงิน BlockFi สามารถให้บริการ Financial Service ระดับ Enterprise แก่สถาบันการเงินและธุรกิจในรูปแบบที่ธุรกิจคุ้นเคย ซึ่งบริการทางการเงินในระดับองค์กรยังเป็นสิ่งจำเป็นด้วยความซับซ้อนของกระบวนการและจำนวนมูลค่าทำให้ต้องมีบริการที่ออกแบบเป็นพิเศษ ซึ่ง BlockFi ยังเสริมด้วยประสิทธิภาพของ DeFi ที่ธุรกรรมดำเนินบน Blockchain จึงมีทั้งความรวดเร็ว ปลอดภัยสูง รวมถึงมีต้นทุนต่ำกว่า Traditional Finance อย่างชัดเจน

จะเห็นได้ว่า DeFi นั้นมีรูปแบบวิธีคิดบริการที่ไม่ต่างจาก Traditional Finance มากนัก ทำให้หลายคนเกิดความคุ้นเคยและหันมาใช้บริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเงินกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง BlockFi เองก็เป็นหนึ่งใน Platform ที่ตอบโจทย์ในบริการส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี ในโอกาสต่อไป SCB 10X จะนำความรู้เกี่ยวกับ Financial Service ใหม่มานำเสนอกันอย่างแน่นอน




ข้อมูลจาก observer.com, fourweekmba.com และ reuter.com