milkyway 6
milkyway 7
milkyway 8
Technology
January 11, 2023

เทรนด์ ‘Web 3.0’ ที่น่าจับตามองปี 2023

Web 3.0 หรือยุคที่สามของอินเทอร์เน็ตยังอยู่ในระหว่างการเริ่มต้นสร้างเป็นส่วนใหญ่ มีสตาร์ทอัพขนาดเล็กไปจนถึงยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต่างเข้ามาติดตามการพัฒนาเครื่องมือและทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีระดับสูงของ Web 3.0 เพื่อนำมาพัฒนาให้ผู้บริโภคและหน่วยงานเอกชนสามารถใช้ความสามารถเหล่านี้ได้อย่างอิสระมากขึ้น 

โดยความสามารถเชิงลึกของ Machine Learning และ Artificial Intelligence (AI) หรือ Decentralization ถูกนำมาใช้เป็นรากฐานสำคัญของ Web 3.0 ในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Web 3.0 ยังมีอีกหลายแง่มุมที่ต้องเรียนรู้เพื่อการนำไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากการคาดการณ์ที่ว่าอีกในไม่กี่ปีข้างหน้า อินเทอร์เน็ตจะเป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการสื่อสารแบบมัลติมีเดีย แต่จะกลายเป็นพื้นที่โลกเสมือนจริงที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกหลากหลายประเภทเพื่อช่วยสร้างประสบการณ์ผู้ใช้รูปแบบใหม่ 

ArtiW3-edited_1200X800.jpg

ข้อถกเถียงและความท้าทายบนการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Web 3.0

เบื้องหลังความทันสมัยและการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Web 3.0 เกิดประเด็นถกเถียงที่เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรที่มากเกินไปหรือปัญหาด้านความยั่งยืน จนนำมาสู่การต่อต้านจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม

ปัญหาการสิ้นเปลืองพลังงานของ Web 3.0 และ Blockchain เป็นปัญหาที่น่ากังวลและเป็นความท้าทายสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น Bitcoin Blockchain ที่ใช้ไฟฟ้าประมาณ 204.5 TWh ในทุกปี ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศที่มีขนาดเท่ากับประเทศไทย

นอกเหนือจากนี้ ยังมีปัญหาด้านความปลอดภัยที่ยังรอการพัฒนาอีกมากมายและยังหาคำตอบไม่ได้ในหลายกรณี และด้วยการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ขวางความสำเร็จของการนำ Web 3.0 สู่การใช้งานในวงกว้างในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ในปีต่อไปที่กำลังมาถึงคาดว่าจะมีการพัฒนาที่น่าตื่นเต้นมากมายที่สามารถช่วยปรับปรุงและขับเคลื่อนอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ หรือ Web 3.0 ให้ก้าวไปสู่อีกขั้น โดยมีเทรนด์ที่น่าจับตามอง ดังต่อไปนี้…

  • เกิดความก้าวหน้าของ “Decentralized Social Networks” และเทรนด์เทคโนโลยี Decentralized
อย่างที่ทราบกันดีว่าหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ Web 3.0 คือการสร้างเครือข่ายโซเชียลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Social Network) 
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกิดการพิจารณาและถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทหรือการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากผู้บริโภคและหน่วยงานต่างๆ มีความกังวลเกี่ยวกับขอบเขตของอำนาจและการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภคและข้อมูลอื่นๆ ของบริษัทเหล่านี้ ซึ่งหนึ่งในจุดประสงค์หลักของ Web 3.0 คือการทำให้เกิดยุคใหม่ของโซเชียลมีเดียและโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีการกระจายอำนาจอย่างสมบูรณ์

สำหรับด้านเทคโนโลยีที่สร้างระบบ Decentralized สำคัญคือ Blockchain ซึ่งใช้หลักการเทคโนโลยี Peer-to-Peer (P2P) ที่ไม่ต้องผ่านตัวกลางใน Web 3.0 จึงทำให้ความเป็นเจ้าของ (Ownership) เกิดการกระจายไปยังกลุ่มนักสร้างและผู้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ แทนที่อินเทอร์เน็ตแบบเดิมที่มีหน่วยงานแบบรวมศูนย์หรือ Centralized ควบคุมดูแลและเป็นเจ้าของ

  • เกิดความพยายามในการพัฒนาด้านความยั่งยืน (Sustainability) 

ปี 2023 เราอาจได้เห็นนักพัฒนาและผู้ที่เชื่อใน Web 3.0 มุ่งหน้าปรับปรุงและเพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศ ซึ่งตลอดระยะเวลาของการพัฒนามีทั้งกลุ่มภาคประชาสังคมด้านสภาพอากาศและผู้มีชื่อเสียงด้าน Web 3.0 ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานของ Web 3.0 และเทคโนโลยี Blockchain มากขึ้นเพื่อหาทางออกในการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม

มีหนึ่งกรณีศึกษาที่โดดเด่นของความพยายามในการสร้างระบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมล่าสุด คือ Ethereum ‘The Merge’ โดยมีการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน Blockchain จาก Proof-of-Work เป็น Proof-of-Stake ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้พิสูจน์ว่าสามารถลดการใช้พลังงานของเครือข่ายได้มากกว่า 99.95% 

โดยในปี 2023 นี้เราอาจได้เห็นความพยายามด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศมากขึ้นจากทั้งบริษัทสตาร์ทอัพและบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่กระโดดเข้าสู่ Web 3.0

  • “Brands As A Service” โอกาสใหม่ในการขยายบริการของแบรนด์และธุรกิจ

แบรนด์และธุรกิจต่างๆ สามารถกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดของตนได้ใน Web 3.0 เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้างและช่วยให้การประชาสัมพันธ์โดยรวมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย BASS หรือ Brands As A Service เทรนด์ใหม่ในเทคโนโลยี Blockchain และเป็นเทคโนโลยี Cloud-Based Service ที่ช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยให้ลูกค้ามีความยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกับ Blockchain เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ดิจิทัล 

  • ความจำเป็นในการใช้ Code ที่ซับซ้อนบนซอฟต์แวร์น้อยลง

ในอนาคตข้างหน้าเราอาจได้เห็น Web 3.0 ลดความจำเป็นในการใช้ Code ที่ซับซ้อนเพื่อเขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ใช้ Code เขียนโปรแกรมสามารถสร้างแอปพลิเคชันได้สะดวกขึ้นด้วยการใช้วิธี Drag-And-Drop หรือลากแล้ววาง ซึ่งมีการใช้อยู่ในปัจจุบันบนเว็บไซต์สำหรับสร้างซอฟต์แวร์และอื่นๆ แต่ Web 3.0 จะช่วยปรับปรุงระบบที่มีอยู่และ User Interface รวมถึงปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้โดยรวม และเมื่อต้องเขียน Code บนซอฟต์แวร์น้อยลงหรือไม่ต้องเขียน Code จึงช่วยให้ธุรกิจและสตาร์ทอัพได้รับประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะช่วยให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างอิสระเพื่อส่งเสริมการปรับขยายการดำเนินงานและการเข้าถึงลูกค้า

  • Web 3.0 ที่เหมาะสมกับภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก

หากในอนาคตการปรากฏตัวของ Web 3.0 มีความชัดเจนขึ้น เราอาจเห็นความสนใจจากภาครัฐและหน่วยงานระดับประเทศในการพัฒนานโยบายหรือข้อบังคับที่สามารถช่วยสร้างให้ Web 3.0 ทำงานได้ดีขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก 

แม้ว่า Web 3.0 เป็นเทรนด์ที่ถูกผลักดันในระดับโลกเพื่อเป็นความหวังของการสื่อสารยุคใหม่ แต่ภูมิภาคต่างๆ จะควบคุมกฎระเบียบทางกฎหมายในท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการยอมรับเครื่องมือซอฟต์แวร์แบบบูรณาการจากวงกว้าง ซึ่งปัจจุบันเราได้เห็นว่าหลายประเทศต่างยอมรับความสามารถของ Web 3.0 เทคโนโลยี Blockchain และ Cryptocurrencies จนนำไปสู่การพัฒนาที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม เช่น สกุลเงินดิจิทัล หรือแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าภาครัฐจะมีการออกกฎข้อบังคับไปในทิศทางใด แต่พื้นฐานของ Web 3.0 คือการเข้าถึงที่ยุติธรรม เท่าเทียมกันและมีความยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้ทุกคนทั่วโลก

  • เทคโนโลยีเว็บแบบสามมิติ (3D Interactive Web Technology) ต่อยอดประสบการณ์เสมือนจริง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของเทรนด์ที่คาดว่าจะเกิดและมีการปรับปรุงการใช้งานเพิ่มขึ้นในอนาคต คือ เทคโนโลยีเว็บแบบสามมิติ หรือ 3D Interactive Web Technology ที่ผู้ใช้สามารถใช้งานได้บน Web Browser ผ่านการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เช่น มีตัวตนเสมือนจริง (Virtual Identity) หรือ Avatar และการปฏิสัมพันธ์ รวมถึงฟังก์ชันอื่นๆ ที่จะมีการใช้งานมากขึ้น

โดยการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้แบบสามมิติมีการพัฒนามาอย่างยาวนาน แต่ครั้งนี้บริษัทเทคโนโลยีกำลังก้าวไปอีกขั้นเพื่อช่วยและรวมองค์ประกอบเหล่านี้ไว้ใน Web 3.0 ในหลากหลายแง่มุม เช่น เกม ไดเร็กทอรีออนไลน์ และ eCommerce เป็นตัน ซึ่งการปรับปรุงประสบการณ์สามมิติให้ดีขึ้นช่วยทำให้ทั้งธุรกิจและผู้บริโภคสามารถสื่อสารและโต้ตอบกันได้ดียิ่งขึ้นภายในระบบนิเวศ Web3 

แม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่กำลังดำเนินการพัฒนาอยู่และมีการใช้งานจริงปัจจุบัน แต่ในอนาคตเราก็อาจได้เห็นความน่าตื่นเต้นของประสบการณ์สามมิติที่ปรับปรุงไปสู่ระดับที่สูงขึ้นหรือมีการใช้งานที่ดียิ่งขึ้นให้ได้สัมผัสประสบการณ์





ขอบคุณข้อมูลจาก Hackermoon, Analytics Insight, Forbes

Use and Management of Cookies

We use cookies and other similar technologies on our website to enhance your browsing experience. For more information, please visit our Cookies Notice.

Accept