Technology
August 05, 2021
รู้จักรูปแบบการลงทุนใน Digital Assets และ Platform

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) ได้รับความนิยมและมีผู้ที่สนใจลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องการได้ผลตอบแทนสูงในเวลาอันสั้น แต่ยังคงเป็นเรื่องใหม่ที่ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจให้ดีก่อน โดยวันนี้ SCB 10X จะพาไปรู้จักกับรูปแบบการลงทุน Digital Assets ที่พบบ่อย ในแง่ของบทบาทการลงทุนเบื้องต้น 


‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ (Digital Assets) ที่เป็นที่รู้จักกันในประเทศไทย มี 2 ประเภท คือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือสกุลเงินดิจิทัลที่รู้จักกันดี และรวมถึงเหรียญดิจิทัล (Crypto Token) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โทเคนดิจิทัล (Digital Token) หมายถึงหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิของบุคคลในการร่วมลงทุน (Investment Token) หรือสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้าและบริการหรือสิทธิอื่นๆ (Utility Token) ตามที่ได้ตกลงกับผู้ออกโทเคน ซึ่งอาจเสนอขายโทเคนผ่านกระบวนการ Initial Coin Offering (ICO) 


Get to know the forms of investment in Digital Asset and Platform for investors 02.png

รูปแบบการลงทุนใน Digital Assets


Yield Farming - เป็นการสร้างผลตอบแทนจากการนำสินทรัพย์หรือเหรียญที่เรามีไปฝากไว้ใน Liquidity Pool ของ DeFi Platform หรือ Decentralized Exchanges (DEXs) เพื่อให้ได้ผลตอบแทนพร้อมกับเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับ DeFi Platform ที่เลือกลงทุน ซึ่งผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนจากค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนกันบน Liquidity Pool และโดยส่วนใหญ่ผู้ลงทุนจะได้รับ Governance Token ซึ่งหมายถึง Token ประจำของ DeFi Platform หรือ DEXs นั้นๆ อีกด้วย ซึ่งแต่ละ Platform จะมีเงื่อนไขและรายละเอียดที่แตกต่างกันไป


Mining - Mining หรือการขุด เป็นกระบวนการหนึ่งของ Digital Assets อย่างเช่น Bitcoin หรือ Ethereum ที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่ก่อนเข้าสู่การหมุนเวียน (Circulation) ในระบบเศรษฐกิจของโลก Crypto โดยยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบำรุงรักษาและการพัฒนาเครือข่าย Blockchain ส่วนการขุดมีวิธีการโดยใช้คอมพิวเตอร์ในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งต้องมี GPU (หน่วยประมวลผลกราฟิก) หรือชิปเซตคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อการขุดที่เรียกว่า ASIC (Application-Specific Integrated Circuit ) 

Staking - เป็นการลงทุนที่ใช้ทรัพยากรเพียงเล็กน้อยหากเทียบกับ Mining ที่ต้องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ โดย Staking เป็นรูปแบบการลงทุนที่ให้ความสำคัญไปที่การช่วยสนับสนุนความปลอดภัยและการดำเนินงานของเครือข่าย Blockchain หรือผู้ลงทุนมีส่วนร่วมเป็นผู้ตรวจสอบธุรกรรมโดยการวางเงินหรือเหรียญค้ำประกัน

Staking เป็นการวางเงินทุนหรือเหรียญใน Crypto Wallet หรือ Platform ที่รองรับการ Stake หรือให้เห็นภาพคือ การถือเหรียญใน Cryptocurrency Wallet เอาไว้เพื่อรับผลตอบแทน ส่วนใหญ่จะทำการ Stake ได้โดยตรงจาก Crypto Wallet หรือ Exchange ที่รองรับ 


Trading หรือการซื้อขาย
  • Spot trading
เป็นกระบวนการในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือธุรกรรมที่เกิดขึ้นในตลาดซื้อขายทันที โดยที่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเช่น Bitcoin จะถูกโอนโดยตรงระหว่างผู้เข้าร่วมตลาด (ผู้ซื้อและผู้ขาย) และการซื้อขายในตลาด Spot ผู้ลงทุนจะได้เป็นเจ้าของเหรียญนั้นๆ อย่างเช่น หากซื้อ Bitcoin ก็จะได้ Bitcoin มาอยู่ใน Wallet ของตน จากนั้นผู้ลงทุนก็สามารถเลือกวิธีการทำกำไรได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะขายทำกำไรระยะสั้นหรือเก็บเหรียญไว้เก็งกำไรในระยะยาว  

  • Leverage
ป็นการยืมสินทรัพย์ในจำนวนที่มากขึ้นกว่าที่มีอยู่จากระบบเพื่อการเทรดในสินทรัพย์นั้นๆ  มีความแตกต่างกับการซื้อขายปกติซึ่งมีส่วนทำให้ได้รับความนิยมมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยการลงทุนวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงเงินทุนได้ในจำนวนมากขึ้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนทำกำไรได้มากกว่าปกติเมื่อทำการเทรดสำเร็จ ซึ่งในกรณีที่ขาดทุนก็จะขาดทุนมากกว่าปกติเช่นกัน 


การลงทุนแบบเน้นคุณค่า Value Investment: VI - เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสินทรัพย์หรือหุ้นที่เหมือนว่าจะมีการซื้อขายน้อยกว่ามูลค่าที่แท้จริง หรือหมายถึงลงทุนโดยการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ที่จะลงทุน ซึ่งนักลงทุนที่ลงทุนแบบเน้นคุณค่าจะพยายามค้นคว้าหาข้อมูลของสินทรัพย์ที่พวกเขาคิดว่าตลาดประเมินค่าสินทรัพย์นั้นต่ำเกินไป อย่างไรก็ตาม อาจเป็นเรื่องยากที่จะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นคุณค่าในตลาด Crypto เนื่องจากไม่มีงบการเงิน (Financial Statements) ให้ดู แต่ในตลาด Crypto ก็มีปัจจัยพื้นฐานเฉพาะของบริษัทที่นักลงทุนสามารถดูเพื่อศึกษาและทำความเข้าใจได้เช่นกัน ว่าแต่ละโครงการทำอะไรบ้าง ซึ่งพื้นฐานสำคัญในการพิจารณาโครงการใน Cryptocurrency ได้แก่ White paper, Community, ความสำเร็จและแผนงาน รวมถึงในตลาด Crypto เริ่มมีจำนวน ICO (Initial Coin Offering) ที่เข้ามาในพื้นที่นี้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน Crypto สามารถได้ทำความเข้าใจได้ดีขึ้นว่าโครงการที่ประสบความสำเร็จควรมีลักษณะเป็นอย่างไร


ตัวช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน จัดการ Pain Point ของนักลงทุนด้าน DeFi  


นอกจากความรู้ต่างๆ ในด้านการลงทุนที่ควรศึกษาให้ดีแล้ว การมีตัวช่วยที่ดีและจัดการปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคในการลงทุนก็มีความสำคัญ 

นักลงทุนใน Digital Asset หรือด้าน DeFi โดยเฉพาะผู้ที่ทำ Yield Farmimg ซึ่งพบปัญหาที่จะต้องเข้าใช้งานหลากหลายแพลตฟอร์มเพื่อดูพอร์ตที่ไปลงทุน โดยปกตินักลงทุนจะลงทุนในหลาย Protocols หรือหลายฟาร์ม และหลาย Chain อีกทั้งยังเก็บ Digital Assets อยู่ใน Wallet มากกว่า 1 ที่ ซึ่งกระจัดกระจาย และยากต่อการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่เพื่อการลงทุน เมื่อต้องการวางแผนการลงทุนก็ต้องรวบรวมสินทรัพย์ที่มีแบบ Manual เช่น บันทึกลงในโปรแกรม Excel ทำให้เสียเวลาและต้องใช้ความรอบคอบสูง รวมถึงนักลงทุนไม่สามารถตัดสินใจลงทุนได้ทันที ในขณะที่การลงทุนในตลาด DeFi เป็นการลงทุนที่แข่งขันกับเวลาที่นักลงทุนต้องซื้อขายเร็ว ดังนั้น การที่ได้เห็นทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดภายใน Platform เดียว สามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น Ape Board ที่เป็น ​Platform รวบรวมพอร์ตการลงทุนใน DeFi แสดงผลในรูปแบบ Dashboard เพื่อดูรายละเอียดการลงทุนของทุก Chain ที่ได้ฟาร์มไว้ในแต่ละ Protocol ได้ในที่เดียว มาพร้อมกับมีฟีเจอร์ที่โดดเด่นอีกมากมายที่ช่วยให้ผู้ลงทุนตัดสินใจลงทุนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ